กสิกรไทยและกองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน (CMDF) สนับสนุนคณะนักวิจัยนำโดย Singapore Management University (SMU) ศึกษาการวางแผนเชิงกลยุทธ์ในการบริหารจัดการความยั่งยืนภายใต้กลไกการกำหนดราคาคาร์บอนในมุมมองของผู้บริหารธุรกิจขนาดใหญ่ในประเทศไทย ชี้มาตรการเปิดเผยข้อมูลผลกระทบสิ่งแวดล้อมของบริษัทเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ธุรกิจยอมปรับตัวสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำเพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์องค์กรรักษ์โลก ควบคู่กับการใช้มาตรการภาษีคาร์บอนซึ่งมีผลโดยตรงต่อต้นทุนธุรกิจ นอกจากนี้การสนับสนุนจากภาครัฐ สินเชื่อสีเขียว รวมถึงการสนับสนุนเรื่ององค์ความรู้ ล้วนเป็นปัจจัยส่งเสริมให้ผู้บริหารเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจที่ยั่งยืนมากขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่ธุรกิจไทยบนเวทีโลก
ดร.กรินทร์ บุญเลิศวณิชย์ รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็น Global Agenda ที่ทั่วโลกเร่งแก้ไข ประเทศไทยก็มีเครื่องมือเชิงนโยบายที่ภาครัฐนำมาใช้ควบคุมบริหารจัดการปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ได้แก่ พระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ พ.ร.บ. Climate Change ที่คาดว่าจะบังคับใช้ในปี 2569 ซึ่งศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่าการบังคับใช้กฎหมายนี้ อาจส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมที่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สูงจำนวน 14 อุตสาหกรรม คิดเป็นมูลค่า 6.5 ล้านล้านบาท หรือ 37% ของ GDP โดย พ.ร.บ. ในหมวดที่ 9 เกี่ยวกับระบบภาษีคาร์บอน (Carbon Tax) จะทำให้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่เป้าหมาย Net Zero ได้อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น เนื่องจากเป็นตัวผลักดันให้ธุรกิจลงทุนเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ ซึ่งหากมีการบังคับใช้กฎหมายนี้ได้ตามแผนในปี 2569 ไทยจะเป็นประเทศที่ 2 ต่อจากสิงคโปร์ที่ประกาศใช้มาตรการนี้ในอาเซียน
ดังนั้นธนาคารจึงผลักดันให้ภาคธุรกิจเปลี่ยนผ่านด้วยการสนับสนุนทุกมิติทั้งเงินทุน องค์ความรู้ และการให้บริการโซลูชันด้านสิ่งแวดล้อมอย่างครบวงจร นำมาสู่การสนับสนุนคณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยชั้นนำในเอเชีย เพื่อจัดทำงานวิจัยศึกษาการวางแผนเชิงกลยุทธ์ในการบริหารจัดการความยั่งยืนภายใต้กลไกการกำหนดราคาคาร์บอน ภายใต้ทุนวิจัยจากกองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน (Capital Market Development Fund: CMDF) ซึ่งธนาคารจะนำผลการวิจัยนี้มาต่อยอดเพื่อใช้วางแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ และหาแนวทางเพิ่มศักยภาพทางการแข่งขันให้ธุรกิจไทยยืนหยัดได้อย่างแข็งแกร่งบนเวทีโลก
นายจักรชัย บุญยะวัตร ผู้จัดการกองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน (CMDF) กล่าวเพิ่มเติมว่า CMDF มีนโยบายสนับสนุนงานวิจัยด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่องผ่านสถาบันวิจัยเพื่อตลาดทุน (Capital Market Research Institute: CMRI) เพื่อพัฒนาและเพิ่มศักยภาพการทำวิจัย ด้วยการสนับสนุนทุนวิจัยและส่งเสริมการดำเนินการด้านต่างๆ ให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการพัฒนาตลาดทุนโดยรวม ได้แก่ โครงการทดลองเพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการลงทุน ESG Bond โครงการพัฒนาคุณภาพข้อมูลความยั่งยืนสำหรับบริษัทจดทะเบียนนำร่อง และโครงการให้ทุนสนับสนุนการเรียนหลักสูตรความยั่งยืนระดับสากลเพื่อพัฒนาศักยภาพของบุคลากรในตลาดทุน ปี 2564 - 2569 และล่าสุดได้สนับสนุนคณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยชั้นนำในเอเชียเพื่อศึกษาโครงการวางแผนเชิงกลยุทธ์ในการบริหารจัดการความยั่งยืนภายใต้กลไกการกำหนดราคาคาร์บอนในครั้งนี้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอข้อมูลเชิงลึกและหาแนวทางที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้และดำเนินการในบริษัทหรือองค์กร เกี่ยวกับการวางแผนเชิงกลยุทธ์อย่างยั่งยืนภายใต้กลไกการกำหนดราคาคาร์บอนแก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในตลาดทุนทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งงานวิจัยดังกล่าวจะเป็นแนวทางในการวางแผนกำหนดนโยบายและมีส่วนช่วยผลักดันให้ภาคธุรกิจไทยปรับเปลี่ยนเพื่อเดินหน้าสู่ Net Zero ตามเป้าหมายประเทศ
รองศาสตราจารย์ ดร.จิรพล จิยะจันทน์ จาก Lee Kong Chian School of Business, Singapore Management University (SMU) เสริมว่า ปัจจุบันกว่า 70 ประเทศทั่วโลกเริ่มดำเนินการกำหนดราคาคาร์บอนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกไปแล้วคิดเป็นมูลค่ากว่า 4 แสนล้านบาท สำหรับประเทศไทยก็มีร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาการกำหนดราคาคาร์บอน แต่พบว่าองค์ความรู้เกี่ยวกับการวางแผนเชิงกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนภายใต้ระบบการกำหนดราคาคาร์บอนและการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมยังมีจำกัด
คณะวิจัยประกอบด้วย ศาสตราจารย์ ฮันตง ตัน จาก Nanyang Technological University ดร.ภัทรวรรณ ประสานพานิช จากสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดร.เอกภัทร มานิตขจรกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และธนาคารกสิกรไทย โดยได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากกองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน (Capital Market Development Fund: CMDF) จึงจัดทำวิจัยเชิงพฤติกรรมกับผู้บริหารระดับสูงจากธุรกิจขนาดใหญ่ในประเทศ 117 ราย โดยให้ผู้บริหารเลือกตัดสินใจลงทุนระหว่างโครงการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแต่ขาดทุนระยะสั้นกับโครงการที่ทำกำไรแต่ไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ภายใต้สถานการณ์จำลองระหว่างมีมาตรการเก็บภาษีคาร์บอนและมาตรการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืน
ผลการวิจัยพบว่าผู้บริหารส่วนใหญ่ตัดสินใจลงทุนในโครงการที่ไม่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมสูงขึ้นหากมีการใช้มาตรการภาษีคาร์บอนเพียงอย่างเดียว เนื่องจากมองว่าเป็นต้นทุนค่าใช้จ่ายในการปล่อยคาร์บอนที่จ่ายไปแล้วจึงไม่จำเป็นต้องลงทุนทำโครงการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีก ในทางกลับกันผู้บริหารจะตัดสินใจลงทุนในโครงการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้นเมื่อต้องมีการเปิดเผยข้อมูลผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพราะช่วยเสริมสร้างความโปร่งใสให้ธุรกิจและลดแรงกดดันทางสังคม นอกจากนี้ยังพบว่าผู้บริหารกลุ่มนี้มีการตระหนักรู้ถึงปัญหาและให้ความสำคัญกับการบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศอยู่แล้ว ดังนั้นหากมีการบังคับใช้มาตรการทั้งสองอย่างควบคู่ไปกับการสนับสนุนองค์ความรู้จะทำให้ภาคธุรกิจยอมปรับสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำมากขึ้น นอกจากนี้ผลวิจัยยังชี้ว่าผู้บริหารกว่า 60% ที่ตัดสินใจลงทุนในโครงการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมต้องการแรงจูงใจเพิ่มเติมเพื่อลงทุนอย่างต่อเนื่อง เช่น สินเชื่อสีเขียว หรือการสนับสนุนจากภาครัฐ
งานวิจัยในครั้งนี้ได้แสดงให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของภาครัฐและเอกชนในการร่วมมือกันแก้ไขปัญหาสภาพภูมิอากาศ การจัดเก็บภาษีคาร์บอนและการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะเป็นแนวทางผลักดันภาคธุรกิจให้ปรับตัวด้านความยั่งยืนได้จริง ผู้สนใจศึกษาผลการวิจัยใจฉบับเต็มสามารถดาวน์โหลดเอกสารได้ที่ https://www.cmri.or.th/uploads/images/CMRI_Publication/1722504272Final%20Report_CMDF%200085-2566%20_Thai_V17.pdf
Specialty Innovation ในเครือ SNPS คว้ารางวัล "สุดยอด SME แห่งชาติ" ครั้งที่ 18 ประจำปี 2569
ALLY ประกาศผลงานครึ่งปีแรก 2569 กวาดรายได้ 773 ล้านบาท กำไร 310 ล้านบาท เตรียมจ่ายปันผล 0.1100 บาทต่อหน่วย เดินหน้าลงทุน 3 โครงการ มูลค่า 1,515 ล้านบาท
GGC เติบโตต่อเนื่อง เผยผลประกอบการไตรมาส 2/2569 กำไรสุทธิ 351 ล้านบาท
บางจากฯ ร่วมเวที อบก. เห็นพ้อง "คุณภาพและความน่าเชื่อถือ" คือหัวใจของคาร์บอนเครดิต หนุนยกระดับตลาดคาร์บอนไทย เชื่อมโยงอาเซียน เปิดโอกาสสู่ตลาดสากล
ฟอร์ติเน็ต ยกระดับ FortiEndpoint เสริมความปลอดภัยให้องค์กร รองรับการใช้งาน AI อย่างมั่นใจ
ไทยพาณิชย์ จับมือ เคเอกซ์ เปิดเวที SCB KX : Navigator Smart Factory ระดมผู้บริหารชั้นนำเสริมเกราะเอสเอ็มอีไทย สู้ศึกต้นทุนพุ่ง สู่การบริหารโรงงานที่ยั่งยืน
บลจ.อีสท์สปริง จ่ายปันผล 2 กองหุ้นไทย-ตราสารหนี้ไทย " ES-SET50DV2 และ ES-TSARN"รวมมูลค่า 78 ล้านบาท ดีเดย์ 7 ส.ค. 69 นี้
สทนช. กางแผนยุทธศาสตร์พลิกโฉมลุ่มน้ำโขงอีสาน ชู "ห้วยหลวงโมเดล" 2.1 หมื่นล้าน สยบวิกฤตน้ำท่วม-ภัยแล้ง พื้นที่ได้รับประโยชน์กว่า 300,000 ไร่
ซีพี แอ็กซ์ตร้า รวมพลังคนรุ่นใหม่ปลูกจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมขับเคลื่อนสังคมสู่ความยั่งยืน ผ่านเวที "พลาสติก คืนค่า by CP AXTRA"