RBF ได้รับการประกาศเป็นหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ประจำปี 2567 ระดับ "A" ตอกย้ำความมุ่งมั่นการดำเนินธุรกิจที่เติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
คุณเพ็ชรา รัตนภูมิภิญโญ ประธานคณะกรรมการความรับผิดชอบต่อสังคมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน บริษัท อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) หรือ RBF เปิดเผยว่า RBF ได้รับการประเมินผลหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ประจำปี 2567 จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในกลุ่ม เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร โดยบริษัทสามารถยกระดับคะแนนจาก BBB ในปีที่ผ่านมา ขึ้นสู่ระดับ "A" ในปีนี้
ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ RBF ในการดำเนินธุรกิจด้วยหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับปัจจัย ด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental), สังคม (Social), และธรรมาภิบาล (Governance: ESG) อย่างต่อเนื่องในทุกกระบวนการขององค์กร พร้อมทั้งมุ่งมั่นสร้างการเติบโตทางธุรกิจที่มั่นคง และสร้างคุณค่าให้กับผู้มีส่วนได้เสียในระยะยาว
"การขยับขึ้นสู่ระดับ A เป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ RBF ยังคงเดินหน้าพัฒนาองค์กรภายใต้มาตรฐาน ESG เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ดีต่อธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนต่อไป" คุณเพ็ชรา กล่าวปิดท้าย
ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้ประกาศการประเมินหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ประจำปี 2567 มีบริษัทจดทะเบียน ที่ได้รับการประกาศผลประเมิน รวม 228 บริษัท
"KJL" กางแผนปี 69 ตั้งเป้ารายได้แตะ 1.3 พันลบ. เสริมเครือข่ายขายทั่วประเทศ รุกอุตสาหกรรม Data Center และ พลังงานสะอาด
ONEE โชว์ศักยภาพงาน Oppday เผยผลประกอบการปี 68 รายได้พุ่งทะลุ 7,316 ล้านบาท กำไร 448 ล้านบาท
ORN ขานรับโครงการ JUMP+ ยกระดับมาตรฐานองค์กร
SMO โชว์ศักยภาพในงาน Opportunity Day Year End 2025 กางแผนขยายกำลังผลิต ดันศักยภาพเติบโตระยะยาว
L&E นำเสนอผลประกอบการปี 2568 เปิดแผนธุรกิจปี 69 ตั้งเป้าโต 15-20% ตุน Backlog กว่า 1.3 พันลบ.
"MEDEZE" โชว์ผลงานใน Opportunity Day Year End 2025 มุ่งสร้าง New S-Curve จาก ATMPs
กรุงไทยเดินหน้าขยายโอกาสลงทุนต่างประเทศเตรียมเปิดขาย 12 DR ตัวใหม่ อ้างอิงหุ้นจีน A-Shares และหุ้นเมกะเทรนด์ชั้นนำ ดีเดย์ 11 มี.ค.นี้
ควิก ทรานส์ฟอร์เมชั่น (QUICK) นำเสนอข้อมูลบริษัทต่อ ก.ล.ต. และ ตลท. เดินหน้า IPO 32 ล้านหุ้น ในตลาด mai ชูธง Digital Transformation Partner ครบวงจร
ทีทีบี เดินหน้าโครงการซื้อหุ้นคืนครั้งที่ 3 วงเงิน 9,614 ล้านบาท และเตรียมขออนุมัติจาก AGM เพื่อขยายโครงการซื้อหุ้นคืน โดยเพิ่มเพดานวงเงินรวมขึ้นเป็น 35,000 ล้านบาท และทำต่อเนื่องไปจนถึงปี 2571