โฮมโปร ติด Top 5% จากการประเมินของ S&P Global สะท้อนความสำเร็จระดับโลกตามแนวทาง ESG

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

โฮมโปร ได้รับรางวัลความยั่งยืนติดอันดับ Top 5% ของโลกในกลุ่มอุตสาหกรรมค้าปลีก จาก S&P Global และได้รับเลือกเข้าเป็นสมาชิกดัชนีความยั่งยืน Dow Jones Sustainability Indices (DJSI) ในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 ในงาน S&P Global Sustainability Yearbook Distinction Ceremony 2025 ณ โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค กรุงเทพฯ จากการประเมินความยั่งยืนขององค์กรกว่า 7,690 บริษัท ใน 62 อุตสาหกรรมทั่วโลกที่เข้าร่วมประเมินความยั่งยืนองค์กร ตอกย้ำความสำเร็จในฐานะผู้นำธุรกิจค้าปลีกสินค้าและบริการเรื่องบ้าน ที่มุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ครอบคลุมตามหลัก ESG ที่ให้ความสำคัญกับการทำธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาล มุ่งสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดี และสร้างคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีให้กับทุกคน ตามเป้าหมาย We Make a Better Living อย่างเป็นรูปธรรม

โฮมโปร ติด Top 5% จากการประเมินของ S&P Global สะท้อนความสำเร็จระดับโลกตามแนวทาง ESG

นายรักพงศ์ อรุณวัฒนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มนักลงทุนสัมพันธ์ กลยุทธ์และความยั่งยืนองค์กร บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ "โฮมโปร" กล่าวว่า รางวัลแห่งความยั่งยืนจาก S&P Global คือ หลักฐานที่ชัดเจนว่าโฮมโปรได้ผนวกเอาแนวคิดและกระบวนการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืนเข้าเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญขององค์กร เพื่อขับเคลื่อนองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้คนตามเป้าหมาย 'We Make a Better Living' อย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้การดำเนินงานที่ครอบคลุมตามหลัก ESG ที่ประกอบไปด้วย โฮมโปร ติด Top 5% จากการประเมินของ S&P Global สะท้อนความสำเร็จระดับโลกตามแนวทาง ESG

ด้านการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม (Environmental) โฮมโปรได้ให้ความสำคัญกับการจัดการพลังงานและทรัพยากรอย่างคุ้มค่า โดยมุ่งพัฒนาสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น สินค้า ECO Product, ECO Choice และกลุ่มสินค้ารักษ์โลกจากวัสดุหมุนเวียน หรือ Circular Products ด้วยแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาใช้ร่วมกับปลุกจิตสำนึกด้านการจัดการของเก่าอย่างถูกวิธี ผ่านโครงการแลกเก่าเพื่อโลกใหม่ ซึ่งโฮมโปรจะช่วยนำของเก่าที่ไม่ใช้แล้วไปจัดการให้อย่างถูกวิธี ด้วยการแปรสภาพซากเครื่องใช้ไฟฟ้าไปรีไซเคิลผลิตเป็นสินค้าใหม่อีกครั้ง เช่น เครื่องทำน้ำอุ่น, ตู้เย็น, พัดลม ฯลฯ เพื่อลดปริมาณขยะและส่งเสริมการใช้ทรัพยากรที่ยั่งยืน และเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนอย่างจริงจังของเป้าหมาย Net Zero ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ในปี 2593 อีกด้วย

ด้านการสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้กับชุมชนและสังคม (Social) โฮมโปรมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในทุกมิติ ทั้งการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย พร้อมส่งเสริมความหลากหลายและความเท่าเทียม ให้พนักงานทุกคนมีโอกาสเติบโตไปพร้อมกับองค์กรอย่างมั่นคง นอกจากนี้ ยังมุ่งพัฒนาศักยภาพบุคลากรผ่านโครงการฝึกอบรมต่างๆ ที่ช่วยสร้างความก้าวหน้าในสายอาชีพและรายได้ที่มั่นคง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ โฮมโปรมุ่งยังพัฒนาสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้า ผ่านสินค้าและบริการเรื่องบ้านที่ครบวงจร เพื่อสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้กับลูกค้าในทุกมิติ

ด้านการดำเนินธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาล (Governance) โฮมโปรได้ดำเนินธุรกิจภายใต้การกำกับดูแลกิจการที่ดี เน้นบริหารจัดการที่โปร่งใส เป็นธรรม และมีความรับผิดชอบ เพื่อลดความเสี่ยงจากการทุจริตคอร์รัปชันทุกรูปแบบ ซึ่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า คู่ค้า และผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย โดยในด้านการจัดการห่วงโซ่อุปทาน โฮมโปรได้ร่วมมือคู่ค้าที่มีจริยธรรม เพื่อให้การจัดหาสินค้ามีมาตรฐานและไม่สร้างผลกระทบต่อสังคม รวมถึงยังมีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในการทำงาน เพื่อช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างโอกาสใหม่ๆ ในตลาด อีกทั้งบริษัทยังให้ความสำคัญกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

"ความสำเร็จจากการได้รับคัดเลือกให้เป็นสมาชิกดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (DJSI) และอยู่ใน Sustainability Yearbook อย่างต่อเนื่อง เป็นสิ่งที่สะท้อนความตั้งใจและความมุ่งมั่นของโฮมโปร ในการยกระดับองค์กรให้เติบโตไปพร้อมกับสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล โฮมโปรจะมุ่งขับเคลื่อนแนวทาง ESG ที่ดีขึ้น ด้วยความตั้งใจจริงในการสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในทุกระดับขององค์กร ตามเป้าหมายสร้างสิ่งแวดล้อมดี (Better Environment), สังคมดี (Better Society) และธุรกิจดี (Better Business) เพื่อส่งมอบคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนทุกคนให้เป็นจริงในทุกมิติของการดำเนินงาน" นายรักพงศ์ อรุณวัฒนา กล่าวปิดท้าย


ข่าวกลุ่มอุตสาหกรรม+โรงแรมแบงค็อกวันนี้

อมตะ วีเอ็น ปิดดีลดึง MUTEK เช่าที่ดินในนิคมฯ ฮาลอง ตั้งฐานผลิตเซมิคอนดักเตอร์

นายเหงียน วัง เยิน กรรมการผู้จัดการทั่วไป บริษัท อมตะ ซิตี้ ฮาลอง จำกัด ในกลุ่มอมตะ วีเอ็น (นั่งหน้า จากซ้าย) และ Ms. Ho Sit Moi ผู้อำนวยการ Mutek Technology Company Limited Vietnam (Taiwan) (นั่งหน้า จากขวา) ร่วมลงนามในสัญญาเช่าช่วงสิทธิการใช้ที่ดินอย่างเป็นทางการ เพื่อพัฒนาโครงการก่อสร้างโรงงานผลิตแห่งใหม่ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะ ซิตี้ ฮาลอง จังหวัดกว๋างนิงห์ ประเทศเวียดนาม ยกระดับห่วงโซ่อุปทานกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงและเซมิคอนดักเตอร์ในภูมิภาค สำหรับฐานการผลิตแห่งใหม่นี้

นางสาวดาริน กาญจนะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหา... ก.ล.ต. นับหนึ่งไฟลิ่ง PHAT ลุยเข้า mai ยกระดับธุรกิจปาล์ม สู่การเติบโตยั่งยืน — นางสาวดาริน กาญจนะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออพท์เอเชีย แคปิตอล จำกั...

บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จ... เดลต้า ประเทศไทย ติดอันดับใน S&P Global Sustainability Yearbook 2026 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 11 — บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้...

บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) ห... BDMS ครองอันดับ 1 ด้านความยั่งยืนระดับโลก ในกลุ่ม Health Care Providers & Services จาก S&P Global — บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ B...

บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (ม... WHA Group คว้าอันดับ 1 ด้านความยั่งยืนระดับโลก 2 ปีซ้อน จาก S&P Global — บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA Group ตอกย้ำความเป็นผ...

OR คว้าอันดับ 1 ของ Sustainability Yearbook 2026 จาก S&P Global ต่อเนื่องปีที่ 3 ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนในระดับสากล

บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR สร้างความสำเร็จระดับสากล ด้วยการคว้าอันดับที่ 1 ในทำเนียบบริษัทที่มีผลการดำเนินงานด้าน ESG โดดเด่น หรือ Sustainability...