กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA และ สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) เปิดเวที สัมมนา "Navigating Thailand's Sustainable Digital Future" เวทีสำคัญที่จัดขึ้นเพื่อสร้างการรับรู้และความเข้าใจต่อนโยบายและความก้าวหน้าในการพัฒนาทางด้านดิจิทัล เปิดพื้นที่ให้ภาครัฐและเอกชนร่วมกำหนดยุทธศาสตร์ ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคตดิจิทัลอย่างยั่งยืน ตั้งเป้ายกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัลไทย อยู่ 30 อันดับแรกของโลก และผลักดันให้เศรษฐกิจดิจิทัลมีสัดส่วนถึง 30% ของ GDP ภายในปี 2570
ดร.ปิยนุช วุฒิสอน รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวถึงบทบาทและแนวทางการผลักดันเศรษฐกิจดิจิทัลของกระทรวงฯ ในหัวข้อ "Thailand's Digital Growth Engine" ว่า กระทรวงฯ มุ่งส่งเสริมให้เศรษฐกิจดิจิทัลเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของประเทศ โดยตั้งเป้าให้เศรษฐกิจดิจิทัลมีสัดส่วนไม่น้อยกว่า 30% ของ GDP ภายในปี 2570 จากเดิมที่อยู่ที่ประมาณ 25% ในปี 2567 การเติบโตนี้เกิดจากการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในภาคการผลิตและบริการ ส่งผลให้ประสิทธิภาพการดำเนินงานดีขึ้น และช่วยขยายตัวทางเศรษฐกิจในภาพรวม เศรษฐกิจดิจิทัลจึงถือเป็น "เครื่องยนต์ใหม่" ของเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจโลกเผชิญกับความผันผวนและความไม่แน่นอนจากประเด็นข้อพิพาทระหว่างประเทศมหาอำนาจที่กำลังเกิดขึ้น
ปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายออนไลน์ (e-Commerce) หรือการใช้บริการผ่านแอปฯ ต่างๆ เช่น ขนส่งและเดินทาง ซึ่งล้วนเป็นส่วนหนึ่งของ "เศรษฐกิจแพลตฟอร์ม" (Platform Economy) ที่เติบโตอย่างรวดเร็วและส่งผลเชิงบวกต่อภาคการผลิตและการลงทุนของประเทศ และเพื่อสนับสนุนเป้าหมายนี้ กระทรวงฯ ยังตั้งเป้าให้ไทยก้าวขึ้นเป็น 1 ใน 30 ประเทศที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัลสูงที่สุดในโลก ตามการจัดอันดับ World Digital Competitiveness Ranking โดย IMD ภายในปี 2570 (จากอันดับ 37 ในปี 2567) พร้อมทั้งยกระดับทักษะการรู้เท่าทันสื่อและความเข้าใจดิจิทัลของประชาชนให้มีคะแนนเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 80 คะแนน จากเดิม 74.4 คะแนนในปี 2566
ทั้งนี้ ได้เร่งดำเนินการผ่านการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน ทั้งรัฐและเอกชนใน 3 ด้านหลัก ได้แก่ 1.Thailand Competitiveness - ยกระดับความรู้ ทักษะ และโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลของประเทศ 2.Safety & Security - เสริมความมั่นคงปลอดภัยในการใช้งานดิจิทัล 3.Human Capital - พัฒนาศักยภาพบุคลากรดิจิทัลในทุกระดับ
"รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ทั้งในการทำงานและบริการต่าง ๆ โดยเน้นสร้างบุคลากรที่มีทักษะในการใช้งาน AI รวมถึงนักพัฒนาและผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ เพื่อให้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ถูกนำไปประยุกต์ใช้ในหลากหลายสาขา อาทิ การเงิน อุตสาหกรรม และสาธารณสุขอย่างมีประสิทธิภาพและสมดุล" ดร.ปิยนุช กล่าวทิ้งท้าย
ด้าน นายมีธรรม ณ ระนอง รองผู้อำนวยการ ETDA กล่าวภายใต้หัวข้อ "Enhancing Trust and Security in e-Transactions through Co-Regulation" ว่า " การผลักดันให้เศรษฐกิจดิจิทัลมีสัดส่วนถึง 30% ของ GDP ประเทศไทยภายในปี 2570 และขยับอันดับความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัลของไทยขึ้นสู่อันดับที่ 30 ของโลกนั้น ภาครัฐต้องไม่เพียงแค่ออกกติกา แต่ต้องเป็นผู้ร่วมออกแบบและผลักดันเศรษฐกิจดิจิทัลให้เกิดขึ้นจริง เพื่อให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้เต็มศักยภาพ และช่วยให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น จากระดับรายได้เฉลี่ยปัจจุบัน 7,800 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี (ประมาณ 261,000 บาท) ไปสู่เป้าหมายที่ 14,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี (ประมาณ 470,000 บาท) ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยหลุดพ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง และก้าวสู่ประเทศรายได้สูงอย่างยั่งยืน
โดย ในการเดินหน้าเศรษฐกิจดิจิทัล ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ETDA ให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อร่วมกำหนดแนวทางการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ที่สอดคล้องกัน โดยในปี 2568 ETDA จะเน้นการทำงานใน 4 ด้านหลัก ได้แก่
1.Digital Infrastructure and Ecosystem สนับสนุนการใช้งาน Digital ID และ E-service ทั้งในภาครัฐและเอกชน รวมถึงส่งเสริมการใช้เอกสารอิเล็กทรอนิกส์
2.Digital Service and Governance ขยายการใช้บริการ Digital Platform อย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดจากแพลตฟอร์ม
3.Digital Adoption & Transformation สนับสนุนการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล โดยเฉพาะในธุรกิจขนาดกลางและเล็ก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน และ
4.Digital Workforce Literacy & Protection พัฒนาหลักสูตร e-learning และทักษะดิจิทัลเฉพาะทาง รวมถึงจัดทำศูนย์รวมข้อมูลความรู้กลาง (Content Management)
ทั้ง 4 แนวทางนี้มีจุดมุ่งหมายร่วมกันคือ สร้างรากฐานที่แข็งแรงให้กับเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ด้วยการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนา" นายมีธรรม กล่าวทิ้งท้าย
ในงานนี้ ยังเปิดวงเสวนาในหัวข้อ "Accelerating Digital Economy through Integrated Digital Platforms" หรือ "เร่งเครื่องเศรษฐกิจดิจิทัลด้วยแพลตฟอร์มดิจิทัลแบบบูรณาการ" โดยผู้เชี่ยวชาญจากภาครัฐและเอกชน ได้แก่ นายธีรวุฒิ ธงภักดิ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นางสาวอ้อนฟ้า เวชชาชีวะ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ นางสาวขนิษฐ์ ผาทอง ที่ปรึกษาจากสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ และนางสาวชนิกานต์ โปรณานันท์ รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจภาครัฐ การศึกษา และสาธารณสุข บริษัท ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย จำกัด ที่ได้มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับแนวทางการขับเคลื่อนประเทศเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม โดยในวงเสวนา ได้เห็นพ้องร่วมกันว่า ในการขับเคลื่อนประเทศสู่เศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรมนั้น "แพลตฟอร์มดิจิทัลแบบบูรณาการ" คือกลไกสำคัญที่ต้องเร่งพัฒนา โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว และพฤติกรรมผู้บริโภคหันมาใช้บริการออนไลน์เป็นหลัก ด้านภาครัฐควรเน้นบทบาทสำคัญในการวางรากฐาน ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน เช่น อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและเครือข่ายดาวเทียม การออกแบบระบบบริการสาธารณะที่ไม่ซ้ำซ้อน และการรวมบริการกว่า 4,000 รายการเข้าสู่แพลตฟอร์มเดียว เช่น "ทางรัฐ" และ "Biz Portal" ซึ่งช่วยให้ประชาชนและภาคธุรกิจเข้าถึงบริการได้ง่ายขึ้น ในขณะที่ภาคการส่งออกยังได้รับการสนับสนุนผ่านระบบ "Thailand National Single Window" พร้อมกันนี้ ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจดิจิทัล 20 ปี (2560-2580) ได้รับการดำเนินการต่อเนื่อง ครอบคลุมทั้งการสร้างคนดิจิทัล การส่งเสริมนวัตกรรม การยกระดับบริการภาครัฐ และการออกกฎหมายดิจิทัลที่สอดรับกับบริบทใหม่ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เศรษฐกิจดิจิทัลกลายเป็น "กลไกใหม่" ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
ด้านภาคเอกชน เน้นย้ำว่า รัฐควรเปิดโอกาสให้มีการพัฒนาเทคโนโลยีร่วมกัน เช่น การใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน พร้อมเรียกร้องให้ภาครัฐพิจารณาปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัย และเปิดช่องทางเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ อย่างมีมาตรฐาน แม้ประเทศไทยจะมีโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่เข้มแข็งและมีศักยภาพ แต่จากการจัดอันดับ Global AI Index 2024 พบว่าไทยยังเป็น "ผู้ตาม" ในการใช้ AI เทียบกับประเทศผู้นำในอาเซียนอย่างสิงคโปร์ นั่นจึงเป็นโจทย์สำคัญที่ทั้งภาครัฐและเอกชนต้องร่วมมือกัน เพื่อเร่งยกระดับขีดความสามารถของประเทศในการแข่งขันในเวทีโลก เป็นต้น
อว. ผนึก ดีอี โดย สวทช. จุฬาฯ และ สพธอ. เตรียมการจัดตั้ง "AI Thailand Hub" เดินหน้ายุทธศาสตร์ AI นำร่อง COE ประเทศ ลุยสร้างคน สร้างมาตรฐาน บริการ AI ครบวงจร
Bangkok AI Week 2025 ปิดฉากยิ่งใหญ่ ตอกย้ำไทยผู้นำ AI อย่างมีจริยธรรม ดัน "อธิปไตย AI" สู่ยุทธศาสตร์ชาติ
อาเซียนตื่นตัวเศรษฐกิจดิจิทัล หวั่นไทยล้าหลังเวียดนาม แนะรัฐบาลเร่งเครื่อง
รายงาน Whitepaper ฉบับใหม่เผยศักยภาพ AI ในการพลิกโฉมอุตสาหกรรมการผลิต หนุนไทยก้าวสู่ยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0
ทีม AINU คว้าชัย ETDA Hackathon โจทย์ที่ 2 "Digital ID for Foreigners" พลิกมิติใหม่พิสูจน์ตัวตนดิจิทัลสำหรับคนต่างด้าว
'ดีอี-ETDA' เปิดเวทีเร่งปูทาง Paperless Trade เตรียมเข้าร่วม CPTA ดันไทยสู่การค้าข้ามพรมแดนโลก!
กระทรวง ดีอี- ETDA เตรียมเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น เตรียมพร้อมไทยสู่การเป็นภาคี 'CPTA' ความตกลงการค้าไร้กระดาษระดับเอเชีย-แปซิฟิก
ETDA ลุยต่อ EDC Pitching Season 3 ชูคอนเซปต์ 'Digital Connect Space' ชิงรางวัลรวมกว่า 200,000 บาท เปิดรับสมัคร 10 มี.ค.นี้