บมจ.เอ็ม พี เจ โลจิสติกส์ หรือ MPJ เปิดเกมสู้ศึก "TRADE WAR" เดินหน้าปรับกลยุทธต่อยอดธุรกิจโลจิสติกส์ พร้อมขยายช่องทางการขนส่ง-เพิ่มสัดส่วนทางการค้าในกลุ่มอาเซียนและตะวันออกกลางลดการพึ่งพาตลาดเดียว ส่งซิกประเทศไทยมีศักยภาพ สามารถขึ้นแท่นเป็น HUB การค้าระหว่างประเทศของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้
นายจีระศักดิ์ มานะตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็ม พี เจ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ MPJ ผู้นำโลจิสติกส์แบบครบวงจรและผู้นำด้านบริหารลานตู้คอนเทนเนอร์ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ความขัดแย้งทางการค้าของสหรัฐฯและจีน (TRADE WAR) ทำให้ภาพรวมอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ ในด้านห่วงโซ่อุปทานโลกมีการปรับเปลี่ยนท่ามกลางวิกฤต TRADE WAR ทั้งต้นทุน การขนส่ง และเส้นทางใหม่ ส่งผลให้ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีแนวโน้มที่จะได้รับโอกาสเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์แห่งใหม่ จากการนำเทคโนโลยีสร้างความยืดหยุ่นในการดำเนินงาน ซึ่งถือว่าเป็นแรงขับเคลื่อน สำคัญที่เข้ามาช่วยรับมือ TRADE WAR และสร้างการเติบโตในอนาคต
จากปัจจัยกล่าวบริษัทฯ เล็งเห็นโอกาสในการกระจายตลาด และขยายเส้นทางการค้า เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งเพียงตลาดเดียว โดยเบื้องต้นบริษัทฯได้ปรับกลยุทธ์ด้านบริหารจัดการต้นทุน และขยายเครือข่ายโลจิสติกส์ในภูมิภาคเรียบร้อยแล้ว เพื่อให้สอดคล้องกับแนวโน้มการเติบโตของภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ เนื่องจากประเทศไทยถือว่าเป็นประเทศที่มีศักยภาพ และสามารถขึ้นมาเป็นศูนย์กลาง (Hub) ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ เพราะเรามีชายแดนที่เป็นจุดเชื่อมต่อการค้าระหว่างประเทศ และท่าเรือน้ำลึก โดยสามารถทำเรื่อง import & export หรือ ทำ In-transit shipment ได้ ซึ่งถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ในภาคส่วน international logistics ได้อย่างชัดเจน รวมถึงยังเป็นศูนย์กลางการผลิตอุตสาหกรรมอีกหลากหลาย อาทิ เครื่องใช้ไฟฟ้า, ยานยนต์, อาหาร และ ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม ด้วยแผนกลยุทธ์การขยายไปในต่างประเทศ ซึ่งหนึ่งในนั้น มีประเทศสหรัฐฯ เป็น ประเทศเป้าหมาย แต่ด้วยสถานการณ์สงครามการค้า ทำให้บริษัทฯ ยังคงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ควบคู่กับการปรับกลยุทธ์การขยายช่องทางการขนส่งในประเทศและข้ามแดน โดยเพิ่มสัดส่วนทางการค้าในกลุ่มอาเซียนและตะวันออกกลาง เพื่อบริหารความเสี่ยงเชิงรุกควบคู่ไปด้วย
ขณะเดียวกัน จากข้อมูลอ้างอิง ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (SCB EIC) ประเมินว่า ธุรกิจโลจิสติกส์มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องท่ามกลางความผันผวนที่เพิ่มสูงขึ้น จากแรงกดดันของเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่มาพร้อมกับการกีดกันทางการค้าที่รุนแรงขึ้น และประเมินว่าในปี 2568 รายได้ของผู้ให้บริการโลจิสติกส์จะเติบโตอยู่ที่ 3.40 % จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YOY ) และมีมูลค่าอยู่ที่ 9 แสนล้านบาท รวมทั้งยังมี 2 เทรนด์ธุรกิจโลจิสติกส์ที่กำลังเติบโตในปีนี้ ได้แก่ เทรนด์ Green logistics ที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ และทำให้ในช่วงปีที่ผ่านมา ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ในไทยได้เริ่มให้บริการ Green logistics มากขึ้น และเทรนด์ Logistics technology (Log Tech) ที่เข้ามาช่วยยกระดับการบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์ให้สะดวกรวดเร็วขึ้น พร้อมทั้งลดต้นทุนบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ
NRF ยกระดับอาหารไทยสู่เวทีโลก คว้า Thai SELEC ตอกย้ำ Soft Power ในงาน THAIFEX - ANUGA ASIA 2026
DITP จัด Thai Halal Pavilion ในงาน THAIFEX - ANUGA ASIA 2026
CHALIQUE บุกไต้หวัน "ชลิตา วาสนานำ"นำทีมเจรจาธุรกิจดันแบรนด์ ความงามไทยสาย Organic & Science-Backed เป็นที่จับตาในตลาดเอเชีย
DITP จัด "Future Food Experience+" เปิดมุมมองใหม่ด้านอาหาร ในงาน THAIFEX 2026
"Thai Night Cannes 2026" ชูวิสัยทัศน์ "Reimagining Thailand" ยกระดับประเทศไทยจากจุดหมายกองถ่ายโลก สู่พันธมิตรคอนเทนต์แห่งอนาคต
ดุสิตธานี-วิมานสุริยา เปิด 'สวนดุสิตอรุณ' เนรมิตงาน Latin Night : Viva La Fiesta ต้อนรับคณะทูตลาตินอเมริกา
DITP ยกระดับผลไม้ไทยสู่เวทีโลก ผ่านนิทรรศการ Thailand: The Land of Tropical Fruits โชว์ศักยภาพผลไม้สด-แปรรูป
SINO ประกาศงบ Q1/69 ทำรายได้รวม 601 ล้านบาท เติบโตจากไตรมาสก่อน