บลจ.กสิกรไทย เปิดตัวกองทุนใหม่ "K-ESGSI-A" มุ่งลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลเพื่อความยั่งยืน ตอบรับแนวโน้มการลดคาร์บอนและส่งเสริมหลักการด้าน ESG ในภาคธุรกิจ มองเป็นจังหวะวัฏจักรดอกเบี้ยขาลงที่เอื้อต่อการลงทุนในตราสารหนี้ พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนมีส่วนร่วมในการสร้างเศรษฐกิจที่แข็งแรงอย่างยั่งยืน เปิดเสนอขายตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมนี้เป็นต้นไป
นายฐานันดร โชลิตกุล, CFA, FRM, CAIA, Chief Investment Officer (รองกรรมการผู้จัดการ สายงานจัดการลงทุน) บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ.กสิกรไทย) เปิดเผยว่า ปัจจุบันหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ได้ให้ความสำคัญกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการบรรลุเป้าหมายในการลดการทำลายสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะในภาคธุรกิจที่ต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับหลักการความยั่งยืน (ESG) ซึ่งเน้นการดูแลสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำต้องการการระดมทุนจำนวนมหาศาลเพื่อสนับสนุนโครงการต่างๆ ที่ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนและส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน เช่น โครงการพลังงานทดแทน การปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งการระดมเงินทุนในลักษณะนี้สามารถทำได้ผ่านการออกตราสารหนี้ด้านความยั่งยืน หรือ ESG Bond ที่จะช่วยสนับสนุนการดำเนินงานในโครงการดังกล่าวอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
ทั้งนี้ บลจ.กสิกรไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการลงทุนเพื่อความยั่งยืน ด้วยการต่อยอดความสำเร็จจากการครองแชมป์อันดับ 1 ในกลุ่มกองทุน SRI Fund ซึ่งมี Market Share อยู่ที่ 43% (ที่มา : AIMC ณ 30 พฤษภาคม 2568) ล่าสุด บลจ.กสิกรไทย ได้เปิดเสนอขายกองทุนเปิดเค ตราสารภาครัฐ ESG ชนิดผู้ลงทุนทั่วไป (K-ESGSI-A) ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 เป็นต้นไป เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนสามารถมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ ผ่านการลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐที่คัดเลือกตามเกณฑ์ด้าน ESG อย่างเข้มงวด
นายฐานันดรกล่าวต่อไปว่า กองทุน K-ESGSI-A มีนโยบายมุ่งเน้นลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลเพื่อความยั่งยืน (Sustainability Bond) ที่มีกระทรวงการคลังเป็นผู้ค้ำประกัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อระดมทุนไปพัฒนาโครงการหรือกิจกรรมที่ส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน อาทิ โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม การปรับปรุงแหล่งน้ำเพื่อการบริโภคและการเกษตร เป็นต้น และลงทุนบางส่วนในพันธบัตรระยะสั้น ทั้งหุ้นกู้เอกชน เงินฝาก และตราสารเทียบเท่าเงินฝากทั้งในและต่างประเทศ ทั้งนี้ การลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐที่รองรับการพัฒนาความยั่งยืนและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ทำให้ผู้ลงทุนไม่เพียงแค่ได้รับผลตอบแทนจากการเติบโตที่ยั่งยืนในระยะยาว แต่ยังมีส่วนร่วมในการระดมทุนที่จำเป็นเพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงนี้ให้เกิดขึ้นในวงกว้าง กองทุน K-ESGSI-A จึงเป็นการเปิดโอกาสให้กับผู้ลงทุนได้มีส่วนร่วมในโครงการที่ส่งผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมไทย พร้อมทั้งมีโอกาสสร้างผลตอบแทนในระยะยาวจากการพัฒนาเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำที่ยั่งยืนในอนาคต
"บลจ.กสิกรไทย มองว่าช่วงเวลานี้เป็นจังหวะที่เหมาะสมในการลงทุนในตลาดตราสารหนี้ไทย เนื่องจากวัฏจักรดอกเบี้ยไทยอยู่ในช่วงขาลง โดยคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สอดรับกับทิศทางเศรษฐกิจโลกที่เผชิญความไม่แน่นอนและความเสี่ยงที่เพิ่มสูงขึ้น โดยปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ระดับ 1.75% (ที่มา: ธนาคารแห่งประเทศไทย ณ วันที่ 30 เมษายน 2568) ซึ่งเป็นปัจจัยที่เอื้อต่อการเติบโตของมูลค่าตราสารหนี้ในตลาด ทั้งนี้ กองทุน K-ESGSI-A ซึ่งมีนโยบายเน้นลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลไทยเป็นหลัก จึงมีความน่าสนใจอย่างยิ่งในภาวะดังกล่าว เนื่องจากสามารถลดความเสี่ยงด้านเครดิตจากการผิดนัดชำระหนี้ พร้อมสร้างโอกาสในการรับผลตอบแทนที่ดีภายใต้ระดับความเสี่ยงด้านเครดิตที่ต่ำ" นายฐานันดรกล่าว
นายฐานันดรกล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับผู้ลงทุนที่สนใจสามารถลงทุนในกองทุน K-ESGSI-A เริ่มต้นเพียง 500 บาท ซื้อง่ายอย่างปลอดภัยผ่าน App K PLUS และ K-My Funds หรือ ผ่านทางธนาคารกสิกรไทยและผู้แทนสนับสนุนการขาย ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถติดต่อขอรับหนังสือชี้ชวนได้ทุกช่องทางของกสิกรไทย หรือ ผู้แทนสนับสนุนการขาย สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ KAsset Contact Center 0 2673 3888 และศึกษาข้อมูลด้วยตัวเองได้ที่ www.kasikornasset.com
SCBAM เปิดเทรนด์การลงทุนรับมือ 'ระเบียบโลกใหม่' พร้อมเผยกลยุทธ์สร้างความได้เปรียบด้วยนวัตกรรมและความเข้าใจลูกค้า ยืนหยัดการเป็น บลจ. อันดับ 1 ภายใต้แนวคิด Wealth for Everyone
QHHRREIT ปลื้ม! นักลงทุนแห่จองหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนวันแรกแน่น รับกระแส Hospitality REIT ขาขึ้น มั่นใจศักยภาพทำเล Super Prime CBD 'ชิดลม-หลังสวน'
บลจ.ทิสโก้โชว์ผลงานบริหาร 'กองทุนหุ้นไทย' TISCOHD - A และ TDSThaiESG สร้างผลตอบแทนอันดับ 1
BRRGIF เตรียมจ่ายเงินปันผล 0.02417 บาท และเงินลดทุน 0.12 บาท วันที่ 20 มี.ค. นี้
ธนาคารไทยเครดิต ผนึก 6 บลจ. ชั้นนำขยายโอกาสการลงทุน ยกระดับการบริหารความมั่งคั่งภายใต้แนวคิด "Explore More Opportunities to Grow Your Wealth"
ธ.ทิสโก้ต่อยอด Friends for Well-Being ผนึก CEO และ MD 4 บลจ. - 3 อาจารย์แพทย์ รพ.รัฐชั้นนำ สร้าง Ecosystem วางแผนเกษียณองค์รวม ในงาน Beyond Wealth & Well-being 2026
SUPEREIF จ่ายปันผลครั้งที่ 23 ในอัตรา 0.17330 บาทต่อหน่วย และจ่ายเงินลดทุนครั้งที่ 7 ในอัตรา 0.251 บาทต่อหน่วย วันที่ 17 มีนาคม 2569 นี้
บลจ.อีสท์สปริงโชว์จ่ายปันผลกองหุ้นปันผลโลก " ES-GDIV " 0.25 บาทต่อหน่วย รวมมูลค่าเกือบ 23 ล้านบาท กำหนดจ่าย 17 ก.พ. 69 นี้