สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ SACIT ตอกย้ำบทบาทหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงพาณิชย์ ยกระดับงานคราฟต์ผ่านเครือข่ายพันธมิตร พร้อมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ ด้านซอฟต์พาวเวอร์ เชื่อมโยงงานหัตถศิลป์ไทยสู่สากลผ่าน โครงการสำคัญในปี 2568 มุ่งเป้าสำรวจตลาดใหม่ หวังกระตุ้นการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมในโซนตะวันออกกลาง พร้อมต่อยอดการเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และสร้างความเข้มแข็งให้ได้แก่ผู้ประกอบการงานศิลปหัตถกรรมไทยร่วมกับประเทศญี่ปุ่น เผย ยกระดับงานคราฟต์ไทยสร้างการยอมรับในเวทีนานาชาติ
ผศ.ดร.อนุชา ทีรคานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (SACIT) เปิดเผยว่า SACIT ให้ความสำคัญกับการยกระดับงานคราฟต์ผ่านการสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ เพื่อบูรณาการสืบสานงานศิลปหัตถกรรมไทยให้สามารถกลมกลืนอยู่ในวิถีชีวิตของผู้คน ซึ่งเป็นหนึ่งในกลยุทธ์หลักของ SACIT ที่สอดรับกับพันธกิจด้านการส่งเสริมและพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศของกระทรวงพาณิชย์ในปีนี้ โดย SACIT ไม่เพียงมุ่งเน้นการสร้างการรับรู้ในคุณค่าของงานศิลปหัตถกรรมไทยที่สะท้อนผ่านมรดกภูมิปัญญาและวัฒนธรรมของชาติ แต่ยังให้ความสำคัญกับการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันทั้งตลาดภายในประเทศ และต่างประเทศ เพื่อเพิ่มโอกาสให้กับผู้ประกอบการงานศิลปหัตถกรรมไทยได้มีโอกาสเติบโตในเวทีนานาชาติ อีกทั้งยังเป็นการส่งต่อ เชื่อมโยงองค์ความรู้ และความงดงามของงานหัตถศิลป์ไทยให้ได้รับการยอมรับในระดับสากล
"เพื่อสร้างโอกาสทางการตลาดให้กับผู้สร้างสรรค์งานศิลปหัตถกรรมของ SACIT ไม่ว่าจะเป็นครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม และ สมาชิกSACIT รวมถึงการสร้างการยอมรับให้งานศิลปหัตถกรรมไทยสามารถเข้าสู่เวทีการแข่งขันในระดับนานาชาติ SACIT จึงได้ประสานความร่วมมือกับกลุ่มประเทศศักยภาพ ทั้งในด้านการเปิดโอกาสทางการตลาด และการเชื่อมโยงองค์ความรู้ ทักษะเชิงช่าง อาทิ กลุ่มประเทศอาเซียน กลุ่มประเทศอาเซียนพลัส และกลุ่มประเทศในตะวันออกกลาง โดยร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการต่างประเทศ และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง หารือแนวทางการขยายช่องทางตลาดที่จะสามารถนำเอาผลิตภัณฑ์งานศิลปหัตถกรรมไทยเข้าไปต่อยอด จัดจำหน่าย หรือเชื่อมโยงในลักษณะเชื่อมโยงองค์ความรู้ร่วมกัน ซึ่งจะเป็นการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศจากการจำหน่ายงานศิลปหัตถกรรม"
ผศ.ดร.อนุชา กล่าวต่อว่า การขับเคลื่อนงานคราฟต์ผ่านเครือข่ายพันธมิตรระหว่างประเทศ ปี 2568 นี้ มีโครงการสำคัญ อาทิ
- SACIT for Middle East" โดยได้ดำเนินความร่วมมือกับกระทรวงการต่างประเทศ ในการร่วมกันศึกษาตลาด และวิจัยเชิงลึกเพื่อพัฒนาสินค้าสำหรับผู้บริโภคในตะวันออกกลาง ซึ่ง SACIT มองว่าเป็นตลาดใหม่ที่มีศักยภาพและไม่กระทบกับสงครามทางการค้า จึงได้ศึกษาโอกาสในการนำเอาผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทยมาปรับประยุกต์ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ วิถีชีวิต และวัฒนธรรมของผู้คนในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยศึกษาถึงคุณลักษณะ-ข้อจำกัดต่าง ๆ ในการนำเข้าสินค้า โดยมีแผนดำเนินกิจกรรมส่งเสริมการตลาด ผ่านการนำเสนองานคราฟต์ไทยในกิจกรรมโร้ดโชว์ครั้งสำคัญกับเทศกาลไทย 2568 "Thai Festival: Creative Pulse - The Pulse of Tradition, the Pulse of Tomorrow" ณ กรุงริยาด เมื่อช่วงวันที่ 14-18 พฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมา และอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญที่จะเป็นโอกาสได้ทดสอบตลาดอาหรับคืองาน "Index Dubai" ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 27 - 29 พฤษภาคม 2568 โดย SACIT ร่วมกับกรมส่งเสริมการส่งออก ในการนำผลิตภัณฑ์ของใช้บนโต๊ะอาหาร และเครื่องหอมสำหรับตลาดอาหรับไปทดสอบตลาด ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการเก็บข้อมูลเพื่อนำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทยให้ตอบโจทย์ตลาดเป้าหมายได้
- เพื่อตอกย้ำบทบาทของ SACIT ที่มีจุดแข็งด้านความเชี่ยวชาญในการรวบรวมองค์ความรู้ในงานศิลปหัตถกรรม ประวัติผลงาน และทักษะเชิงช่างของผู้สร้างสรรค์งานศิลปหัตถกรรมไทยจำนวนมาก จึงดำเนินความร่วมมือกับ บริษัท โอมิยะ จำกัด (OMIYA Co., Ltd) แบรนด์กิโมโน ชั้นนำจากเมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น โดยเล็งเห็นถึงศักยภาพของประเทศไทยในการส่งออกกลุ่มผลิตภัณฑ์สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มไทยไปยังตลาดญี่ปุ่น โดยเฉพาะแนวคิดสร้างสรรค์ในการนำเอาผ้าไทยไปตัดเย็บเป็นชุดกิโมโน รวมถึงกลุ่มงานเครื่องประดับ หรือของใช้อื่น ๆ ที่เป็นงานศิลปหัตถกรรมที่สามารถนำไปใช้ร่วมกับวัฒนธรรมการแต่งกายชุดกิโมโน อาทิ กระเป๋าถือขนาดเล็ก โดยผสานเทคนิคสร้างสรรค์งานหัตถกรรมเครื่องจักสานพื้นบ้านที่มีเอกลักษณ์จากภาคใต้อย่าง "กระเป๋าย่านลิเภา" มาปรับประยุกต์รูปลักษณ์ ดีไซน์ และและลักษณะการใช้งานให้เข้ากับชุดกิโมโน ซึ่งถือเป็นการเชื่อมโยงวัฒนธรรม เศรษฐกิจ และสังคม ระหว่างกัน ที่จะต่อยอดการส่งออกของไทยไปตลาดญี่ปุ่นได้เพิ่มขึ้น ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษารายละเอียดและขั้นตอนการเจรจา เพื่อร่วมลงนามข้อตกลงร่วมกันในอนาคตอันใกล้นี้
นอกจากนี้ การต่อยอดความร่วมมือกับประเทศญี่ปุ่น SACIT ก็ยังมีการสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือกันในการส่งช่างฝีมือคนรุ่นใหม่ ไปเรียนรู้และฝึกปฏิบัติงานช่างรัก ณ ประเทศญี่ปุ่น ในรูปแบบ Cross Cultural Craft จำนวน 2 คน โดย สศท. จะคัดเลือกกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่อายุไม่เกิน 45 ปี ที่มีมุมมองใหม่ พร้อมเปิดรับการเรียนรู้องค์ความรู้เทคนิคช่างรัก ลงรักปิดทอง เครื่องเขิน (ขูดลาย) ไปร่วมปฏิบัติทักษะเชิงช่าง ณ ประเทศญี่ปุ่น นับเป็นการเชื่อมโยงด้านองค์ความรู้ร่วมกัน
"ปี 2568 นี้ SACIT ยังได้ดำเนินโครงการความร่วมมือกับยูเนสโก ในมิติการพัฒนาผลิตภัณฑ์งานศิลปหัตถกรรม ควบคู่กับความยั่งยืน (Sustainability) ที่จะสามารถยกระดับมาตรฐานงานคราฟต์ พร้อมการส่งเสริมโอกาสการทำงานร่วมกับกลุ่มพันธมิตรต่างประเทศ อีกทั้งยังได้รับการสนับสนุนจากสถานทูตไทย ณ ลอนดอน ในการเข้าร่วม London Craft Week ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของ SACIT ที่ได้รับโอกาสสำคัญในการผลักดันงานคราฟต์ไทยไปจัดแสดง ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยมีกำหนดการจัดแสดงระหว่างวันที่ 12 -18 พฤษภาคม 2568 นอกจากนี้ SACIT ยังมุ่งส่งเสริมและขยายช่องทางการตลาดงานศิลปหัตถกรรมไทยไปสู่ตลาดสากล เช่น ประเทศอิตาลี -The MIDA International Crafts Fair สหรัฐอเมริกา- Santa Fe International Folk Art Market ประเทศฝรั่งเศส - Revelations-International Fine Craft and Creation, Paris และ ประเทศญี่ปุ่น กับงาน Tokyo International Art Fair, Japan" ผศ.ดร.อนุชา กล่าวทิ้งท้าย
สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารของสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) ได้ที่เว็บไซต์ https://sacit.or.th/th เฟซบุ๊ก ออฟฟิเชียล SACIT https://www.facebook.com/sacitofficial หรืออัปเดตกิจกรรมงานคราฟต์ต่าง ๆ ได้ทาง TikTok SACIT Official https://www.tiktok.com/@sacit_official
เดินหน้า SACIT Craft Collection 2026 ยกเครื่องศิลปหัตถกรรมไทยให้โดดเด่นในเวทีโลก
SACIT ยกระดับศิลปหัตถกรรมไทย ที่ผ่านการรับรองภายใต้ SACIT Craft Collection 2025 คัดสรร 120 ผลงาน พัฒนาคุณภาพในทุกด้านสู่ระดับสากล
SACIT ขับเคลื่อนบทบาท "นักปั้นดาว" ปักหมุดเชื่อมหัตถศิลป์ไทยสู่สากล
SACIT ดึงพลัง Conscious Craft ยกระดับแบรนด์หัตถศิลป์ไทยสู่สินค้าร่วมสมัยดีต่อโลก ขับเคลื่อนสร้างความยั่งยืนในงานศิลปหัตถกรรมไทย
SACIT ปั้นดาวดวงใหม่แห่งวงการหัตถศิลป์ไทยอย่างต่อเนื่อง เชิดชูผู้สร้างสรรค์งานศิลปหัตถกรรมและสืบทอดคุณค่ามรดกภูมิปัญญาแห่งชาติ ยกย่องเป็น ครูศิลป์ - ครูช่างฯ - ทายาทฯ ประจำปี 2568
บิ๊กโปรเจกต์งานคราฟต์!! "ผศ.ดร.อนุชา" หัวเรือใหญ่ SACIT สร้างปรากฏการณ์ ฮับแห่งศิลปหัตถกรรมใน"SACIT Symposium 2025" ดีเดย์ 7 สิงหาคมนี้!
มรภ.รำไพพรรณี ผนึก SACICT: เปิดมิติใหม่หัตถกรรมกกจันท์ สู่ความยั่งยืนระดับสากล
SACIT ประกาศเดินหน้าโครงการ SACIT Craft Collection 2025 สร้างความเชื่อมั่นงานคราฟต์ไทยในเวทีโลก