สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) และภาคอุตสาหกรรมประกันภัย ร่วมกับศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย จัดกิจกรรมบริจาคโลหิต "รวมพลังประกันภัย ให้โลหิต ปีที่ 2 ประจำปี 2568" ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณกุศล เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนโลหิตสำรองของสภากาชาดไทย อันเป็นประโยชน์ต่อสังคมโดยส่วนรวม อีกทั้งยังสอดคล้องกับนโยบายด้านการแสดง ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม หรือ CSR ของภาคอุตสาหกรรมประกันภัยไทย โดยมีคณะผู้บริหารสำนักงาน คปภ. ผู้บริหารภาคอุตสาหกรรมประกันภัย พนักงานและเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน คปภ. รวมถึงประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง ร่วมบริจาคโลหิตเป็นจำนวนมาก ณ หน่วยรับบริจาคโลหิตเคลื่อนที่ ห้องประชุมชั้น 1 สถาบันวิทยาการประกันภัยระดับสูง สำนักงาน คปภ. ถนนรัชดาภิเษก เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2568 โดยมีจำนวนบริจาค ครั้งที่ 1 ยอด 45,500 ซีซี โดยโลหิตที่ได้รับบริจาคจะนำไปสำรองสำหรับผู้ป่วยในโรงพยาบาลทั่วประเทศ
สำหรับกิจกรรมบริจาคโลหิต "รวมพลังประกันภัย ให้โลหิต ปีที่ 2 ประจำปี 2568" มีกำหนดจัดขึ้นในครั้งต่อไป คือ ครั้งที่ 2 ในวันที่ 23 มิถุนายน 2568 ครั้งที่ 3 ในวันที่ 22 กันยายน 2568 และครั้งที่ 4 ในวันที่ 22 ธันวาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 09.00 - 15.00 น. ดังนั้น สำนักงาน คปภ. จึงขอเชิญชวนประชาชนผู้สนใจ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมดี ๆ ในการช่วยเหลือสังคมร่วมกัน
เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ รวมพลัง ร่วมบริจาคโลหิต เนื่องในวันประกันชีวิตแห่งชาติ ครั้งที่ 22
ไทยประกันชีวิตร่วมกิจกรรมบริจาคโลหิต เนื่องในวันประกันชีวิตแห่งชาติ
อลิอันซ์ อยุธยา ร่วมบริจาคโลหิต เนื่องในวันประกันชีวิตแห่งชาติ ครั้งที่ 22
ก.ล.ต.-ธปท.-คปภ. จัดงาน Responsible Voices Connect ครั้งที่ 1 เชื่อมเครือข่ายผู้ให้ข้อมูล เน้นย้ำส่งเสริมการสื่อสารด้านการเงินอย่างถูกต้องและรับผิดชอบ
ก.ล.ต. ธปท. คปภ. ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์ ฯ เชิญชวนอินฟลูเอนเซอร์เข้าร่วมโครงการ Money Story for Influencer เล่าเรื่องการเงินอย่างรับผิดชอบ
พรูเด็นเชียล ประเทศไทย ร่วมเวที ALIP 2026 แลกเปลี่ยนมุมมองธุรกิจประกันที่ยั่งยืนในโลกแห่งการเปลี่ยนแปลง
หยุดยาวนี้เดินทางอย่างมั่นใจ FWD ประกันชีวิต แจกประกันอุบัติเหตุฟรี
สำนักงาน คปภ. หารือเชิงนโยบายร่วมกับ FSA ประเทศญี่ปุ่น เดินหน้าความร่วมมือ ยกระดับการกำกับดูแลสู่มาตรฐานสากล รับมือความเสี่ยงยุคใหม่อย่างยั่งยืน