ครบรอบ 50 ปี ลัคกี้เฟลม เดินหน้าก้าวใหม่สู่องค์กรแห่งความยั่งยืน มุ่งเป้าแบรนด์ไทยระดับสากล พัฒนาผลิตภัณฑ์อัจฉริยะตอบโจทย์โลกอนาคต รักษาฐานลูกค้าเดิม เพิ่มกลุ่มคนรุ่นใหม่กำลังซื้อสูง

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

นายเชาว์เลิศ ลีลาศวัฒนกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ลัคกี้เฟลม จำกัด กล่าวถึงสภาพตลาดและการเติบโตของตลาดเตาแก๊สและเตาไฟฟ้าที่ใช้ในครัวเรือนว่า ในปีที่ผ่านมา (2567) การเติบโตของตลาดในเชิงคุณภาพถือว่ายังเติบโต โดยลูกค้ากลุ่มนี้เป็นระดับกลางถึงสูง (Middle to High-End) ซึ่งยังมีความสามารถในการจับจ่ายที่ดี แต่มีความต้องการสินค้าที่สอดคล้องกับพฤติกรรมในการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบดีไซน์ที่มีความโดดเด่น มีนวัตกรรม เทคโนโลยีและฟังก์ชันการใช้งานที่ทันสมัย ซึ่งเมื่อผนวกกับประสิทธิภาพการใช้งานที่เหมาะกับลักษณะของครัวไทยและจุดแข็งด้านความปลอดภัยสูงแล้ว ทำให้ผลิตภัณฑ์ของ ลัคกี้เฟลม ในกลุ่มนี้เติบโตได้ดีตามไปด้วย

ครบรอบ 50 ปี ลัคกี้เฟลม เดินหน้าก้าวใหม่สู่องค์กรแห่งความยั่งยืน มุ่งเป้าแบรนด์ไทยระดับสากล พัฒนาผลิตภัณฑ์อัจฉริยะตอบโจทย์โลกอนาคต รักษาฐานลูกค้าเดิม เพิ่มกลุ่มคนรุ่นใหม่กำลังซื้อสูง

ปัจจุบัน ลัคกี้เฟลม มีผลิตภัณฑ์อยู่ในตลาดกว่า 500 SKUs ใน 8 กลุ่มผลิตภัณฑ์ประกอบด้วย กลุ่มเตาแก๊สและเตาไฟฟ้า กลุ่มเครื่องดูดควัน กลุ่มเตาอบ กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก เครื่องทำน้ำอุ่น กลุ่มอ่างล้างจานและก็อกน้ำ กลุ่มอุปกรณ์แก๊ส รวมถึงผลิตภัณฑ์สำหรับธุรกิจร้านอาหาร โดยเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายเตาแก๊ส เตาไฟฟ้า อันดับหนึ่งของประเทศและเป็นผู้ผลิตเตาแก๊สอันดับต้นของอาเซียน มีสัดส่วนการขายในประเทศอยู่ที่ 80% ครองส่วนแบ่งตลาดเตาแก๊สในประเทศประมาณ 20% จากมูลค่าตลาดรวมประมาณ 3,500 ล้านบาท และส่งออกตลาดต่างประเทศมีสัดส่วนประมาณ 20% โดยตลาดหลัก คือ เวียดนาม พม่า อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ออสเตรเลีย และเยอรมันนี ส่วนผลกระทบจากมาตรการด้านภาษีของสหรัฐอเมริกานั้น แม้สหรัฐฯ จะไม่ใช่ตลาดส่งออกหลักโดยตรง แต่ก็ได้มีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมถึงมีการเตรียมพร้อมในการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) เพื่อรองรับกับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น ควบคู่ไปกับการจับมือกับพันธมิตรใหม่ๆ ที่มีศักยภาพในภูมิภาคต่างๆ เพื่อกระจายความเสี่ยงในเชิงกลยุทธ์

สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจในปี 2568 นั้น ถือเป็นความท้าทายและเป็นก้าวใหม่สำคัญของ ลัคกี้เฟลม ที่ดำเนินธุรกิจมาถึง 50 ปี วันนี้การเดินหน้าธุรกิจต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกับโลกที่ให้ความสำคัญกับเรื่องสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ซึ่งเป็นจุดยืนเดียวกับ ลัคกี้เฟลม ที่มีเป้าหมายในการเป็นแบรนด์ไทยที่มีศักยภาพระดับสากล ขยายตลาดในอาเซียน และพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์โลกอนาคต ภายใต้การดำเนินงานที่มุ่งเน้นความยั่งยืน (ESG) อย่างเป็นรูปธรรม อาทิ การปรับปรุงกระบวนการผลิตที่ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพทั้งการติดตั้งโซลาเซลล์ 600 กิโลวัตต์ ทำให้ลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 1,500 ตัน รวมถึงกระบวนการบำบัดน้ำและอากาศจากการผลิต ทำให้ทางบริษัทฯ ได้รับการรับรองจากกระทรวงอุตสาหกรรมให้เป็น อุตสาหกรรมสีเขียว นอกจากนั้นยังมีการดำเนินนโยบายด้าน Circular Economy ทำการศึกษาและพัฒนาการนำเศษวัสดุจากการผลิต มาผลิตเป็นชิ้นส่วนใหม่ที่นำไปใช้ต่อได้ตามหลัก Upcycling ทำให้ลดต้นทุน ลดของเสียที่ทำให้เกิดขยะและใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า รวมถึงยังมีการลงทุนด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น การใช้แขนกลในกระบวนการ Die Casting การใช้ระบบ IT, ในการควบคุมคุณภาพในกระบวนการผลิต ฯลฯ

แนวทางดังกล่าวส่งผลถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ดีทั้งกับผู้ใช้งานและสิ่งแวดล้อมไปควบคู่กัน ซึ่งลัคกี้เฟลม เป็นผู้ผลิตเตาแก๊สรายแรกที่ได้รับมาตรฐานอุตสาหกรรม หรือ มอก. ทั้งในด้านความปลอดภัย และ การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ต่ำกว่า 1,000 PPM. จากการพัฒนาเตาแก๊สให้เกิดการเผาไหม้ที่สมบูรณ์ ใช้พลังงานได้คุ้มค่า และแม้จะไม่มีการประกาศบังคับใช้ มอก. แต่ลัคกี้เฟลมเล็งเห็นถึงความสำคัญเรื่องความปลอดภัยสูงสุด จึงมุ่งมั่นพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพเพื่อผู้บริโภคอย่างแท้จริง รวมถึงการพัฒนาให้เตาแก๊ส ลัคกี้เฟลม ประหยัดแก๊สได้มากถึง 30% เมื่อเทียบกับเตาแก๊สทั่วไปจนได้รับฉลากประหยัดพลังงานและมีประสิทธิภาพสูงจากกระทรวงพลังงาน

ส่วนด้านการตลาดนั้น ลัคกี้เฟลม จะยังคงรักษาฐานในกลุ่มแม่บ้าน ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ Mass Market พร้อมกับให้ความสำคัญกับกลุ่มลูกค้าในเมืองและคนรุ่นใหม่ที่มีกำลังซื้อสูงมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ประเภท Built-in และสินค้าสำหรับผู้อยู่อาศัยในคอนโดมิเนียม ที่ต้องการความสะดวก ปลอดภัยและเหมาะสมกับพื้นที่จำกัด (Smart Function & Safety Innovation) ซึ่งผลิตภัณฑ์ใหม่ที่น่าสนใจสำหรับปี 2568 นั้น ประกอบด้วย Nexus ผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในครัวอัจฉริยะ (Smart Kitchen Appliances) ที่ประกอบด้วยเครื่องดูดควัน (Smart Hood) และเตาแก๊ซแบบฝัง (Smart Built-in Gas Hob) โดยเครื่องดูดควันมีคุณสมบัติเด่น ทั้งการเชื่อมต่อการทำงานระหว่างเตาแก๊สกับเครื่องดูดควันปรับความแรงเครื่องดูดควันตามกำลังไฟของเตา ม่านอากาศป้องกันควันออกสู่ภายนอก หัวเตา มีระบบความปลอดภัยสูงตัดแก๊สทันทีที่เปลวไฟดับ (Flame Failure Device) พื้นผิวหน้าเตาเป็นกระจกนิรภัยเคลือบ AG Nano ลดการเกิดคราบ ทำความสะอาดง่าย รับประกันกระจกตลอดอายุการใช้งาน รวมถึงเตาแก๊สอัจฉริยะ i-Hob สามารถเชื่อมต่อ Application บนสมาร์ทโฟน เพิ่มความสะดวก และปลอดภัยต่อผู้ใช้งานมากยิ่งขึ้น นอกจากนั้นยังจะมีการออกผลิตภัณฑ์ เตาไฟฟ้ารุ่น พิเศษ (Limited Edition) ฉลอง 50 ปี โดยจะร่วมกับนักออกแบบและดีไซน์เนอร์ชื่อดัง เพื่อขอบคุณลูกค้าที่อยู่เคียงข้างกับแบรนด์ ลัคกี้เฟลม มาโดยตลอด ส่วนเป้าหมายรายได้ในปี 2568 คาดว่าจะอยู่ที่ 1,000 ล้านบาท เติบโตเพิ่มได้ 10% และคาดว่าในอีก 3ปี จะเติบโตได้ถึง 1,200 ล้านบาท จากปัจจัยการเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่เข้าสู่ตลาด การจับมือพันธมิตรใหม่ และการรุกตลาดส่งออกต่างประเทศที่มากขึ้นอีกด้วย

ผู้สนใจข้อมูลบริษัทและผลิตภัณฑ์ของลัคกี้เฟลมสามารถหารายละเอียดได้ที่ https://www.luckyflame.co.th/ หรือ โทร 02-312-4330-40


ข่าวเชาว์เลิศ ลีลาศวัฒนกุล+พัฒนาผลิตภัณฑ์วันนี้

"ฉมาเฮิร์บ" เผย กรมการแพทย์แผนไทยฯ รับรอง 12 ผลิตภัณฑ์ เป็น Premium Herbal Products

พร้อมปรับตำแหน่งแบรนด์สู่ Lifestyle Wellness เดินหน้าตอกย้ำจุดยืนสมุนไพรไทยออร์แกนิคบนเวทีระดับนานาชาติ บริษัท ฉมา แอ็สเซ็ท จำกัด เผยแบรนด์สมุนไพรไทยออร์แกนิค "ฉมาเฮิร์บ" ชูสโลแกนใหม่ "Everyday Wellness With Chama Herbs" หรือ "ดูแลสุขภาพทุกวัน ด้วยฉมาเฮิร์บ" เล็งเห็นความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์คุณภาพ พิสูจน์ความสำเร็จล่าสุด 12 ผลิตภัณฑ์ของ "ฉมาเฮิร์บ" ได้รับการรับรองเป็นสมุนไพรคุณภาพระดับ Premium Herbal Products ประเภท Global Premium จากกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทาง

ลัคกี้เฟลม จัดสัมภาษณ์พิเศษ คุณเชาว์เลิศ ลีลาศวัฒนกุล Business Development Manager บริษัท ลัคกี้ เฟลม จำกัด

บริษัท ลัคกี้เฟลม จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่จัดตั้งโดยคนไทยและถือหุ้น 100% โดยคนไทย ได้ก่อตั้งตั้งแต่ปี 2518 ทำการผลิตและจัดจำหน่ายเตาแก๊สและอุปกรณ์แก๊สทั้งในและต่างประเทศ บริษัทได้เติบ...