สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับเครือข่ายวิจัย ประกอบด้วย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และกรมอุตุนิยมวิทยา จัดกิจกรรมแถลงข่าว "แนวโน้มสถานการณ์อากาศและน้ำท่วมในภาคกลาง วิจัยนวัตกรรมมีคำตอบ" โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธาน ณ ศูนย์ข้อมูลสารสนเทศกลางด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ วช.
ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการติดตามสถานการณ์น้ำของประเทศ โดยเฉพาะในช่วงที่ผ่านมา ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากมรสุมที่พัดผ่านหลายภูมิภาค ส่งผลให้เกิดอุทกภัยในหลายพื้นที่ จากสถานการณ์ดังกล่าว วช. ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมมาใช้เป็นเครื่องมือในการเฝ้าระวัง รับมือ และฟื้นฟูจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ โดยเฉพาะในสถานการณ์ปัจจุบันที่ต้องเฝ้าระวังพายุโซนร้อน "บัวลอย" ซึ่งก่อให้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก และมีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ภาคกลาง ในการนี้ วช. นำชุดความรู้จากแผนงานวิจัย "น้ำมั่นคง ไม่ท่วม ไม่แล้ง" นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์ พร้อมด้วยทีมวิจัย เพื่อนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และข้อมูลเชิงพื้นที่ สนับสนุนหน่วยงานในพื้นที่เสี่ยงภัยให้สามารถเฝ้าระวัง วางแผน และรับมือสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที
ภายในงานแถลงข่าว มีการเสวนาเรื่อง "แนวโน้มสถานการณ์อากาศและน้ำท่วมในภาคกลาง วิจัยและนวัตกรรมมีคำตอบ" ดำเนินรายการ โดย รองศาสตราจารย์ ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์ ผู้อำนวยการแผนงาน แผนงานเป้าหมายสำคัญตามยุทธศาสตร์ ววน. ของ วช. พร้อมด้วยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญร่วมเสวนาใน 3 ประเด็นสำคัญ ดังนี้
ประเด็น "สถานการณ์อากาศในภาคกลาง" โดย ดร.ชลัมภ์ อุ่นอารีย์ กรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งให้ข้อมูลเกี่ยวกับพายุบัวลอยที่อ่อนกำลังลงแล้ว ซึ่งจะขึ้นฝั่งที่เวียดนามและเคลื่อนตัวไปทางประเทศจีนตอนใต้ และคาดว่าจะมีพายุใหม่ที่ก่อตัวในช่วงวันที่ 5-7 ต.ค. ซึ่งคาดว่าจะส่งเพิ่มปริมาณฝนในภาคอีสานตอนบน และภาคกลางตอนบน ในภาวะลานีญาต่อกับช่วงปกติทำให้พายุเกิดขึ้นได้ง่าย เคลื่อนตัวเร็วแต่กำลังไม่แรง
ประเด็น "สถานการณ์และแนวโน้มน้ำท่า" โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ไชยาพงษ์ เทพประสิทธิ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพิ่มเติมในส่วนสถานการณ์น้ำท่า เนื่องจากพายุก่อนหน้าทำให้ปริมาณน้ำกักเก็บ และน้ำในลำน้ำมีปริมาณมากกว่าร้อยละ 80 จึงจำเป็นต้องเพิ่มการระบายน้ำ แต่ก็มีแนวโน้มลดลง เนื่องจากปริมาณน้ำไหลเข้ายังอยู่ในระบบที่ควบคุมได้ ซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นจะอยู่ในบริเวณพื้นที่ต่ำ และพื้นที่นอกคันกั้นน้ำ ซึ่งช่วงนี้น้ำทะเลยังไม่หนุนสูง จึงอยู่ในระดับที่จัดการได้
และประเด็นสุดท้าย "มาตรการจัดการน้ำในพื้นที่ภาคกลาง" โดย รองศาสตราจารย์ ดร.บัญชา ขวัญยืน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่าทุกหน่วยงานมีการเตรียมการตั้งแต่เดือนมิถุนายน ต้นฤดูจะระบายให้เร็วที่สุด ซึ่งเป็นผลจากมีการคาดการณ์ล่วงหน้ารวมถึงมีเกณฑ์ในการจัดการน้ำที่ชัดเจนตาม พ.ร.บ.การบริหารจัดการน้ำ แต่ที่น่าเป็นห่วงคือลุ่มน้ำยมที่ทุ่งรับน้ำเต็มแล้วจากพายุลูกก่อนหน้า แต่ภาคกลางตอนล่างยังมีศักยภาพในการรับน้ำ เนื่องจากยังไม่ได้ผันน้ำเข้าทุ่งรับน้ำ
ทั้งนี้ วช. หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ผลงานวิจัยและนวัตกรรมจะสามารถถ่ายทอดไปสู่การประยุกต์ใช้ในระดับพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างศักยภาพให้กับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ในการเตรียมความพร้อม วางแผน และดำเนินการรับมือกับสถานการณ์น้ำได้อย่างเหมาะสมและทันท่วงที
บลจ.กสิกรไทย เปิดศักราชความร่วมมือครั้งสำคัญ จับมือ 5 มหาวิทยาลัยปั้นเจนใหม่สู่ Global Investor
อ.อ.ป. - มช. - มก. ผสานพลังจัด "การประชุมช้างแห่งชาติ ประจำปี 2569" ร่วมถกประเด็น "พลวัตช้างไทย ฤา ช้างไทยจะไม่สูญพันธุ์" ณ จังหวัดลำปาง
มก. เชิญร่วมงาน "สะสมศิลป์ เป็นสิน(ทรัพย์)" ปีที่ 3 : ปลุกมรดกศิลป์แผ่นดินไทย ส่งต่อ "คุณค่าในใจ" จากรุ่นสู่รุ่น (เข้าชมฟรี)
หนึ่งปีมีครั้ง! เริ่มแล้ว "งานโครงการหลวง 57" สุดคึกคัก พบ 7 ไฮไลต์ห้ามพลาด วันที่ 1-12 ส.ค. 69 ที่เซ็นทรัลเวิลด์
เปิดอินไซต์ "ไอศกรีมอะโวคาโด" สูตรออริจินัลโครงการหลวง อร่อยแบบ อัลตร้าสมูธ แรร์ไอเท็มที่คนยอมต่อคิวยาวทุกปี ด้วยยอดขายกว่า 40,000 ถ้วย ใน 12 วัน
การเคหะแห่งชาติ ผนึกกำลังภาควิชาการและองค์กรวิชาชีพ หวังยกระดับมาตรฐานอาคารระบบ Precast Concrete System
สมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิต เปิดงาน Heart & Hand : Life Skills Center
บางจากฯ ร่วมสนับสนุน "งานโครงการหลวง 57" ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ร่วมสร้างการรับรู้และเผยแพร่ผลสำเร็จของงานโครงการหลวงสู่สาธารณชน
เอ็กซอนโมบิลจุดประกายเยาวชนไทย สู่โลก AI และ Smart System ผ่านโครงการ Engineering Upskill