สำนักเกษตรและกิจการชนบทมณฑลกุ้ยโจว
มณฑลกุ้ยโจว ซึ่งเคยเป็นพื้นที่ที่มีประชากรยากจนมากที่สุดในระดับมณฑลของประเทศจีน ได้เดินหน้าพัฒนาอุตสาหกรรมการเกษตรให้มีความโดดเด่นและเอื้อประโยชน์ต่อการพัฒนาท้องถิ่น โดยมุ่งเน้นการสร้างอุตสาหกรรมหลัก 3 ประเภท ได้แก่ เนื้อวัว ชา และพริก ควบคู่ไปกับการส่งเสริมอุตสาหกรรมเด่น 5 ประเภท ได้แก่ สมุนไพรจีน เห็ด สาลี่หนาม ชาและน้ำมันจากคามิเลีย และไผ่ เพื่อส่งเสริมการฟื้นฟูชนบทและเพิ่มพูนรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่
เมืองถงเหริน ในมณฑลกุ้ยโจว คว้าโอกาสในการพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น โดยอาศัยทรัพยากรการเกษตรที่มีความโดดเด่นในพื้นที่ ผลักดันให้อุตสาหกรรมมัทฉะกลายเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง ตลอดจนยกระดับอุตสาหกรรมชาให้มีความทันสมัย และพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างครบวงจร
ปัจจุบัน เมืองถงเหรินได้พัฒนาแหล่งปลูกชาเขียวคุณภาพสูงสำหรับการผลิตมัทฉะ ครอบคลุมพื้นที่ 61,600 หมู่ (ประมาณ 4,107 เฮกตาร์) พร้อมทั้งสร้างโรงงานผลิตมัทฉะระดับพรีเมียม ซึ่งนับเป็นโรงงานผลิตที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยมีกำลังการผลิตสูงถึง 4,000 ตันต่อปี
เมืองถงเหริน ซึ่งเป็นที่ตั้งของภูเขาฟ่านจิ้งซาน แหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติ ได้รับการยกย่องให้เป็น "เมืองหลวงแห่งมัทฉะของจีน" โดยผลิตภัณฑ์มัทฉะจากเมืองถงเหรินส่งออกไปยังหลากหลายประเทศ อาทิ ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และฝรั่งเศส
ขณะเดียวกัน เมืองจุนอี้ ซึ่งในอดีตเคยเป็นสถานที่จัดการประชุมจุนอี้ (Zunyi Meeting) อันเลื่องชื่อ ในระหว่างการเดินทัพทางไกล (The Long March) ของกองทัพแดงแห่งพรรคคอมมิวนิสต์จีน ปัจจุบันได้หันมาให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมพริกอย่างเป็นระบบ โดยมุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์พริกอย่างหลากหลาย ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานการควบคุมคุณภาพ และการวางระบบสนับสนุนด้านนโยบายอย่างมีประสิทธิภาพ
เมืองจุนอี้ได้จัดตั้งตลาดขนาดใหญ่ในตำบลเซี่ยจื่อ ซึ่งเป็นที่รู้จักในชื่อ "เมืองพริกจีน" โดยสามารถผลิตพริกได้หลายแสนตันต่อปี เพื่อรองรับความต้องการภายในประเทศและส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี และอิตาลี
เมืองจุนอี้จำหน่ายพริกแห้งได้มากกว่า 1 พันล้านหยวนต่อปี ขณะที่มูลค่าผลผลิตรวมของห่วงโซ่อุตสาหกรรมพริกทั้งหมดสูงกว่า 2 พันล้านหยวน ซึ่งมีส่วนสำคัญในการเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่มากกว่า 500,000 ครัวเรือน โดยในจำนวนนี้เป็นครัวเรือนที่เคยยากจนมากกว่า 100,000 ครัวเรือน
ทั้งนี้ พื้นที่ส่วนใหญ่ของมณฑลกุ้ยโจวมีภูมิประเทศแบบคาร์สต์ (Karst) ซึ่งส่งผลให้ดินมีลักษณะแข็งและไม่อุดมสมบูรณ์ สภาพภูมิประเทศเช่นนี้เคยเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มณฑลกุ้ยโจวสามารถพลิกฟื้นพื้นที่เนินเขาแห้งแล้งให้กลายเป็นทรัพยากรอันมีค่าด้วยการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
อำเภอปกครองตนเองเจิ้นหนิง กลุ่มชาติพันธุ์ปู้อี-เหมียว ในเมืองอันซุ่น ซึ่งเป็นที่ตั้งของน้ำตกหวงกั่วซู่อันเลื่องชื่อระดับโลก โดดเด่นด้วยภูมิทัศน์อันงดงามของภูมิประเทศแบบคาร์สต์
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อำเภอเจิ้นหนิงได้พลิกฟื้นพื้นที่เนินเขาแห้งแล้งให้กลับมามีชีวิต ด้วยการพัฒนาการปลูกลูกพลัมน้ำผึ้ง ซึ่งเป็นผลไม้ประจำถิ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
อำเภอเจิ้นหนิงมีสภาพภูมิอากาศเหมาะสมอย่างยิ่งต่อการปลูกพลัม โดยมีปริมาณน้ำฝนน้อย แสงแดดจัด และอุณหภูมิระหว่างกลางวันกับกลางคืนแตกต่างกันค่อนข้างมาก
พลัมที่ปลูกในพื้นที่แห่งนี้มีรสชาติหวานหอมเป็นเอกลักษณ์ คล้ายน้ำผึ้ง จนได้รับการขนานนามว่า "ลูกพลัมน้ำผึ้ง"
ปัจจุบัน พื้นที่ปลูกพลัมน้ำผึ้งขนาด 1 หมู่ สามารถสร้างรายได้มากกว่า 20,000 หยวน ส่งผลให้ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา รายได้ต่อหัวของชาวบ้านในพื้นที่เพิ่มขึ้นจากไม่ถึง 2,000 หยวน เป็นมากกว่า 22,000 หยวน
ตำบลหลิวหม่า ในอำเภอเจิ้นหนิง ได้ก้าวขึ้นเป็น "ตำบลแรกของมณฑลกุ้ยโจวที่มีมูลค่าผลผลิตต่อปีเกิน 1 พันล้านหยวน" ขณะที่ลูกพลัมน้ำผึ้งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสินค้าบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ระดับชาติ และกลายเป็นอุตสาหกรรมหลักที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการฟื้นฟูชนบทของอำเภอเจิ้นหนิง
สำนักเกษตรและกิจการชนบทมณฑลกุ้ยโจวเปิดเผยว่า ด้วยทรัพยากรทางวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวอันอุดมสมบูรณ์ มณฑลกุ้ยโจวจึงสามารถต่อยอดและสร้างสรรค์นวัตกรรมในภาคการเกษตรได้อย่างหลากหลาย อาทิ ซุปเปรี้ยวสไตล์กุ้ยโจว และผลิตภัณฑ์จากบัควีท โดยมณฑลกุ้ยโจวจะเดินหน้าพัฒนาสินค้าประจำถิ่นต่อไป เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับประโยชน์จากการพัฒนาอย่างทั่วถึง
ที่มา: สำนักเกษตรและกิจการชนบทมณฑลกุ้ยโจว
รัฐ-เอกชน ผนึกกำลังขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ยกระดับกฎหมายลิขสิทธิ์ คุ้มครองสิทธินักแสดงสู่สากล หาแนวทางรุกโปรโมตสินค้า GI ผ่านละคร-ซีรีส์
ดีพร้อม ชู 'ครีเอทีฟ สแน็ค' ดันอุตฯ ขนมขบเคี้ยวไทยโตตามเทรนด์บริโภค หนุนแปลงร่างวัตถุดิบเกษตรรับดีมานด์ขนมเพื่อสุขภาพ
ดีพร้อม..ชวนชม E-Catalog ผลลัพธ์ โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์และต่อยอดมูลค่าหัตกรรมผ้าทอไทยมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ (DIPROM Thai Weave, Trendy Vibe)
ZEEKR คว้ารถยอดเยี่ยมแห่งปีสองรางวัลจาก GPI Car of the Year 2026 ZEEKR 009 "The Most Luxury MPV EV" และ ZEEKR 7X "Best Technology SUV EV"
ดีพร้อม โชว์ผลสำเร็จ เสริมศักยภาพผู้ประกอบการชุมชนด้านสิ่งทอ-แฟชั่นไลฟ์สไตล์ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ ตอบโจทย์ตลาดยุค 5.0
DIPROM ปลุกพลัง "Thai Weave, Trendy Vibe" หนุนผู้ประกอบการพัฒนาผ้าศิลปาชีพสู่แฟชั่นสร้างสรรค์
CEIPA x TOYOTA GROUP "MUSIC WAY PROJECT" ออกสตาร์ทปี 2026 อย่างสวยงาม ร่วมผลักดัน Bangkok Music City 2026 ด้วยโมเมนต์ดีต่อใจจาก 5 ศิลปินแดนอาทิตย์อุทัย
ดีพร้อม ชวนสนับสนุนดีไซเนอร์ไทย ชมแฟชั่นโชว์ผ้าทอไทยดีไซน์เก๋