เมอร์เคิล แคปปิตอล จัดสัมมนาพิเศษ "หลัง Fed ปรับดอกเบี้ย: คริปโทฯ จะไปทางไหน" ชี้นโยบายการเงินเริ่มผ่อนคลาย โอกาสสำคัญของคริปโทฯ Bitcoin, Ethereum Altcoin รับแรงหนุนจากสภาพคล่องและกระแสเงินทุนไหลอย่างต่อเนื่อง
นายวรเมธ จันทร์เสน ที่ปรึกษาการลงทุน บริษัท เมอร์เคิล แคปปิตอล จำกัด ดำเนินธุรกิจผู้จัดการเงินทุนสินทรัพย์ดิจิทัลแห่งแรกในประเทศไทย ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงาน ก.ล.ต. ให้ข้อมูลในสัมมนาพิเศษหัวข้อ "หลัง Fed ปรับดอกเบี้ย: คริปโตจะไปทางไหน" ระบุว่า
หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกของปีเมื่อคืนวันที่ 17 กันยายน เป็นสัญญาณของทิศทางนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายขึ้น ส่งผลทั้งความเสี่ยงและโอกาสต่อสินทรัพย์การลงทุน โดยเฉพาะตลาดคริปโทเคอร์เรนซี ซึ่งการลดดอกเบี้ยครั้งนี้เป็นไปเพื่อประเมินทิศทางเศรษฐกิจ และการตัดสินใจต่อจากนี้จะขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ อาทิ ตลาดแรงงาน เงินเฟ้อ และภาพรวมการเติบโต (GDP) ขณะที่ตลาดการเงินได้ "Price in" การปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งนี้ไปแล้ว ทำให้แรงสะเทือนระยะสั้นไม่สูงนัก จึงยังไม่มีผลกระทบที่น่ากังวล
สำหรับการพิจารณา "Dot Plot" หรือคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยในอนาคต ที่สมาชิก Fed ประเมินไว้ เสียงส่วนใหญ่ชี้ว่า มีโอกาสลดดอกเบี้ยต่ออีกในปีนี้ และยังมีความเป็นไปได้ของการลดเพิ่มเติมในปี 2026 สะท้อนความไม่แน่นอนด้านเงินเฟ้อและตลาดแรงงาน ขณะที่ค่า "ระยะยาว" (longer-run) อยู่ที่ 3% บ่งชี้ว่าตลาดกำลังเข้าใกล้ "โซนดอกเบี้ยต่ำสุด" โดยกลไกตลาดมักหนุนการเปิดรับความเสี่ยงของนักลงทุนมากขึ้น ซึ่งหากปีหน้าการลดดอกเบี้ยเกิดขึ้นไม่ครบตามที่นักลงทุนคาดหวัง อาจเกิดความผันผวนระยะสั้น แต่ในระยะยาว สภาพคล่องที่ผ่อนคลายมากขึ้นยังเป็นปัจจัยสนับสนุนวงจรสินทรัพย์เสี่ยง
ด้านมหภาค Fed มองว่าโอกาสถดถอยของ GDP ในปี 2025-2026 ไม่ได้สูงเท่าที่กังวลในช่วงกลางปีที่ผ่านมา แต่ต้องติดตามเงินเฟ้อและอัตราว่างงานซึ่งยังเป็นโจทย์ท้าทาย โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 4 ที่ข้อมูลรายเดือนจะมีผลต่อความคาดหวังตลอดปี 2026 การลงทุนในระยะสั้นจึงควรติดตามข้อมูลรายสัปดาห์และรายเดือนอย่างใกล้ชิด สำหรับการลงทุนระยะกลางจับตาการประชุมต้นปีหน้าที่อาจเป็นจุดเปลี่ยนของ "Dot Plot" รอบใหม่ และระยะยาวประเมินความเป็นไปได้ที่อัตราดอกเบี้ยจะลงสู่กรอบ 2.75-3% ซึ่งเป็นระดับที่เอื้อต่อสภาพคล่องตลาดทุนโดยรวม
สำหรับตลาดคริปโทเคอร์เรนซี มองว่าปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งขึ้นต่อเนื่อง ทั้งจากกระแสเงินไหลเข้ากองทุน ETF ของ Bitcoin และ Ethereum ที่ทำสถิติใหม่ในเดือนกันยายน สะท้อนความเชื่อมั่นของเม็ดเงินสถาบัน นอกจากนี้ ความสนใจของนักลงทุนสินทรัพย์สูง (HNWI) ทั่วโลกยังเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในเอเชีย ซึ่งเป็นโอกาสสำหรับประเทศไทยเชิงโครงสร้างต่อระบบนิเวศบล็อกเชนในระยะยาว ขณะเดียวกัน กฎเกณฑ์ด้าน "Generic Listing Standard" ที่เอื้อให้การยื่นขออนุมัติ ETF ทำได้เป็นกลุ่มมากขึ้น จะช่วยลดต้นทุนและเวลา เพิ่มช่องทางเข้าถึงของนักลงทุนแบบดั้งเดิม และเร่งการเติบโตของผลิตภัณฑ์คริปโทในรอบทศวรรษถัดไป
ในเชิงกลยุทธ์ประเมินว่าช่วงเดือนกันยายน - พฤศจิกายน เหมาะต่อการทยอยสะสมสินทรัพย์ โดยมีสัญญาณเชิงบวกของการหมุนเงินจาก Bitcoin สู่ Ethereum และกลุ่ม Altcoin ขนาดใหญ่ โดยเฉพาะ Layer1 ที่เริ่มฟื้นตัว ทั้งนี้ สถานะภาพรวมถือว่ามีสุขภาพดี จากระดับเลเวอเรจที่ไม่สูงเกินไป ขณะที่ตัวชี้วัดอย่าง MVRV ของ Bitcoin ยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นอีก 20-30% ก่อนที่จะถึงจุดเสี่ยง โดย Bitcoin อาจมีโอกาสลงไปแตะ $113,000 ในระยะสั้น แต่ในระยะกลางถึงยาว มีโอกาสปรับตัวขึ้นจากพื้นฐานที่แข็งแกร่ง
ด้าน Ethereum หากกองทุนประเภท Staking ETF ได้รับการอนุมัติในอนาคต จะเป็นการยกระดับ พื้นฐานของ Ethereum อีกขั้นหนึ่งที่สำคัญกว่า Spot ETF เพราะนักลงทุนแบบ Traditional ชอบการที่เงินต้นไม่หายและได้ผลตอบแทน (Staking Yield 3-5%) ในระยะยาว 10-20 ปี อาจทำให้ราคา Ethereum ไปถึงหลัก $30,000-50,000 ได้
ภาพรวมไตรมาส 3 - 4 ของปีนี้ เป็นช่วงที่ตลาดคริปโทฯ มีโอกาสเชิงรุกจากนโยบายการเงินที่เริ่มผ่อนคลาย กระแสเงินผ่าน ETF และโครงสร้างดีมานด์ที่แข็งแรง แต่ผู้ลงทุนควรเฝ้าระวังความไม่แน่นอนของนโยบายดอกเบี้ยในปีหน้าและความเปลี่ยนแปลงเชิงสถาบันของธนาคารกลางสหรัฐฯ ซึ่งอาจกระทบความเชื่อมั่นเป็นระยะ ทั้งนี้ เมอร์เคิล แคปปิตอล แนะนำให้เน้นวินัยการลงทุน การกระจายพอร์ต และการติดตามข้อมูลมหภาคอย่างใกล้ชิด เพื่อใช้ประโยชน์จากโอกาส ขณะควบคุมความเสี่ยงอย่างเหมาะสม
*หมายเหตุ คริปโทเคอร์เรนซี และโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
Bitget มองบิตคอยน์กลับเป็นขาขึ้นหลังผ่านจุดต่ำสุด 59,000 ดอลลาร์ ชี้ SpaceX เข้า IPO หนุนการซื้อขายหุ้นเทคฯผ่านแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัลคึกคัก
"Thailand Gold Summit 2026" เปิดเวทีถอดรหัสสินทรัพย์หลุมหลบภัยแห่งอนาคต
Orbix Invest จับมือ Coinbase ยกระดับการบริหารสินทรัพย์ดิจิทัลมาตรฐานโลก
orbix จับมือ Tether ยกระดับตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลไทย เปิดแคมเปญ "ฟรีถอนเหรียญ" มุ่งขยายระบบนิเวศการลงทุนอย่างยั่งยืน
บิทคับ เอ็กซ์เชนจ์ เปิดตัว Block Street ในงาน Vision Day ประกาศลิสต์เหรียญ BSB นำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาปรับใช้กับสินทรัพย์ในโลกจริง RWA
orbix ผนึก Tether และ SKILLKAMP ยกระดับความรู้สินทรัพย์ดิจิทัล หนุนคนไทยสู่เศรษฐกิจดิจิทัล
เปิดฉากงานใหญ่ "Thailand Digital Asset Leadership Forum: Road to SEABW 2026" ขับเคลื่อนไทยสู่ผู้นำเศรษฐกิจดิจิทัลเอเชีย
ก.ล.ต. จับมือ LINE ร่วมสร้างสรรค์และเผยแพร่เนื้อหาเสริมภูมิคุ้มกันผู้ลงทุนผ่าน LINE TODAY