กรมอนามัย แนะ Growth Hormone ควรใช้เมื่อมีข้อบ่งชี้ เน้น "กิน-นอน-กระโดด" เพิ่มสูง

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เน้นย้ำ การใช้ Growth Hormone เพื่อเพิ่มความสูงให้กับเด็กนั้น ควรใช้ในกรณีที่เด็กมีปัญหาสุขภาพหรืออยู่ในภาวะขาดฮอร์โมนเท่านั้น หากต้องการจะเพิ่มความสูงให้กับเด็กแนะนำ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การออกกำลังกาย และการนอนหลับที่เพียงพอ จะทำให้เด็กมีความปลอดภัยกว่าการใช้ยาโดยไม่จำเป็น

กรมอนามัย แนะ Growth Hormone ควรใช้เมื่อมีข้อบ่งชี้ เน้น "กิน-นอน-กระโดด" เพิ่มสูง

แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า Growth Hormone (โกรทฮอร์โมน) เป็นฮอร์โมนที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตในเด็ก ช่วยเพิ่มความสูงและทำให้อวัยวะต่างๆ ขยายขนาดเพื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ แต่ถึงแม้เราจะเป็นผู้ใหญ่แล้ว ความสำคัญของโกรทฮอร์โมนก็ไม่ได้ลดน้อยลงกว่าวัยเด็ก แต่เปลี่ยนหน้าที่จากเพิ่มการเจริญเติบโต มาเป็นการซ่อมแซมร่างกายเท่านั้นเอง ซึ่งเด็กที่พบปัญหาภาวะขาด Growth Hormone ก็จะใช้การรักษาโดยการฉีด Growth Hormone ข้อควรระวังในกรณีที่มีคลินิกเปิดรับฉีด Growth Hormone เพื่อเพิ่มความสูงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วแก่เด็ก ควรมีข้อบ่งชี้ที่ชัดเจนในการใช้และสั่งยาโดยแพทย์เฉพาะทางเท่านั้น

แพทย์หญิงนงนุช ภัทรอนันตนพ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กรมอนามัย ขอแนะนำการเพิ่มความสูงหากได้รับการดูแลที่เหมาะสม ก็จะปลอดภัยกว่าการใช้ยาโดยไม่จำเป็น เช่น การรับประทานอาหารที่ดี มีประโยชน์ เช่น โปรตีนจากนม ไข่ เนื้อสัตว์ ถั่ว แคลเซียม วิตามินดีจากนม ปลาเล็กกินทั้งตัว เต้าหู้ งาดำ ผักและผลไม้หลากสี เติมเต็มวิตามินและเกลือแร่ นอกจากนี้ ควรออกกำลังกายเพื่อช่วยเพิ่มความสูง โดยเน้นกิจกรรมที่กระตุ้นการหลั่งโกรทฮอร์โมนและกระดูกให้แข็งแรง เช่น การกระโดด (กระโดดเชือก,กระโดดแทรมโพลีน) การยืดเหยียด (โหนบาร์,ว่ายน้ำ,โยคะ) และกีฬาที่ต้องมีการกระโดดและลงน้ำหนัก (บาสเกตบอล,วอลเลย์บอล) รวมถึงการนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ โดยในวัยเด็กวัยเรียนควรนอน 9-11 ชั่วโมงต่อวัน เพราะฮอร์โมนการเจริญเติบโตจะหลั่งดีที่สุดในช่วงหลับลึก โดยเฉพาะก่อนเที่ยงคืน จะช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของร่างกายอย่างเต็มศักยภาพ


ข่าวอัมพร เบญจพลพิทักษ์+กระทรวงสาธารณสุขวันนี้

กรมอนามัย เผยเด็กแรกเกิด 10 คน พบ 1 คน คลอดก่อนกำหนด ย้ำฝากครรภ์เร็วช่วยลดเสี่ยง

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยสถานการณ์การคลอดก่อนกำหนดในประเทศไทยยังคงเป็นประเด็นท้าทายด้านสาธารณสุข โดยพบว่าทารกไทยประมาณ 1 ใน 10 ราย หรือร้อยละ 10 เกิดภาวะ คลอดก่อนกำหนด ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตและความพิการในทารกแรกเกิด พร้อมเน้นย้ำการฝากครรภ์ตั้งแต่ระยะแรก เป็นสิ่งสำคัญในการลดความเสี่ยงของหญิงไทย แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า สถานการณ์การคลอดก่อนกำหนดในประเทศไทยยังคงเป็นประเด็นท้าทายด้านสาธารณสุข โดยพบว่าทารกไทยประมาณ 1 ใน 10 ราย หรือร้อยละ 10

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ชี้ "เบาหวานขณ... กรมอนามัย ชี้ "เบาหวานในหญิงตั้งครรภ์" เสี่ยงคลอดก่อนกำหนด แนะคุม BMI และวางแผนตั้งครรภ์คุณภาพ — กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ชี้ "เบาหวานขณะตั้งครรภ์" เสี่...

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แนะประชาชนที่จ... สงกรานต์นี้ ก่อนล้อหมุนต้องพร้อม ไม่ประมาท! กรมอนามัย แนะ "5 เตรียม" รับมือร้อนจัด-ฝุ่นสูง — กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แนะประชาชนที่จะเดินทางกลับภูมิลำเน...

กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมอนามัย ร่วมกับหน่ว... กรมอนามัยลงพื้นที่เฝ้าระวังสุขภาพประชาชน เหตุไฟไหม้บ่อขยะควนลัง สงขลา — กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมอนามัย ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่จังหวัดสงขลา เร่งลงพื้นที่คว...

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เผยสถานการณ์สุ... กรมอนามัย ห่วงสุขภาพเด็กวัยเรียน แนะ 6 วิธีดูแลช่วงปิดเทอม — กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เผยสถานการณ์สุขภาพเด็กวัยเรียนไทย อายุ 6-18 ปี เผชิญ "ปัญหาสุขภาพม...