บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD ชี้ ราคาทองคำยังคงพุ่งสูงต่อเนื่อง รับแรงหนุนจากแนวโน้มดอกเบี้ยขาลงและความเสี่ยงเศรษฐกิจโลก รวมถึงความไม่แน่นอนทางการเมืองสหรัฐฯ โดยเฉพาะแรงกดดันกรณี โดนัลด์ ทรัมป์ ป่วนเสถียรภาพและความเป็นอิสระของเฟด หากเฟดเสียความเป็นอิสระจริง ทองคำอาจพุ่งแรงต่อเนื่อง ด้านนักวิเคราะห์แนะสบช่องทยอยลงทุน วางกลยุทธ์รอย่อตัวเข้าซื้อที่ $3,555 / $3,525
นางสาว อารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD เปิดเผยว่า ราคาทองคำในสัปดาห์นี้ยังคงร้อนแรงต่อเนื่อง หลังจากทะยานทำสถิติสูงสุดใหม่เหนือระดับ 3,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีปัจจัยสำคัญมาจากรายงานการจ้างงานสหรัฐฯ ที่ออกมาอ่อนแอกว่าที่คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้ตลาดมีความเชื่อมั่นมากขึ้นว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมกลางเดือนนี้ ซึ่งความคาดหวังดังกล่าวจะดึงดูดกระแสเงินลงทุนไหลเข้าสู่ทองคำ เนื่องจากเป็นสินทรัพย์ที่ได้เปรียบในช่วงดอกเบี้ยขาลง
ส่วนปัจจัยที่ยังต้องจับตา โดยเฉพาะความไม่แน่นอนทางการเมืองสหรัฐฯ เรื่องการโจมตีและแรงกดดันของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต่อเฟด ซึ่งทำให้ตลาดกังวลถึงเสถียรภาพและความเป็นอิสระของธนาคารกลางมากขึ้น ส่งผลให้นักลงทุนจับตาคำตัดสินสำคัญเกี่ยวกับการถอดถอนผู้ว่าการเฟด ลิซา คุก โดยหากสถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจะยิ่งเป็นการตอกย้ำแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์จาก Goldman Sachs ได้ประเมินว่า หากเฟดสูญเสียความเป็นอิสระ ราคาทองคำอาจพุ่งแตะเกือบ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์
อีกทั้งตลาดทองคำได้รับแรงหนุนต่อเนื่อง จากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลง ประกอบกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่ร่วงลงอย่างหนัก ส่งผลให้ต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำลดลง และเมื่อบวกเข้ากับความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจ และการค้าโลกที่ยังไม่คลี่คลาย ซึ่งปัจจัยดังกล่าวหนุนให้ภาพรวมทองคำยังเป็นบวก โดยเป็นสินทรัพย์ที่น่าสนใจทั้งในระยะกลางถึงระยะยาว
หัวหน้านักวิเคราะห์ GCAP GOLD กล่าวเพิ่มเติมว่า ทางบริษัทฯ แนะนำกลยุทธ์ รอย่อตัวเข้าซื้อ ที่ $3,555 / $3,525 เนื่องจากภาพรวมทองคำยังเป็นบวก โดยตลาดจับตาท่าทีดอกเบี้ยเฟด รวมถึงข้อมูลเงินเฟ้อที่จะประกาศเพิ่มเติม ซึ่งหากท่าทีดอกเบี้ยเฟดยังคงส่งสัญญาณไปในทิศทางผ่อนคลายนโยบายทางการเงิน ทำให้คาดว่าราคาทองคำมีโอกาสขึ้นทดสอบโซนต้าน $3,630-$3,650 (ราคาทองคำไทยประมาณ 54,800 / 55,000 บาท) หากยังเบรกโซนนี้ขึ้นไปได้ จะเป็นการเปิดทางสู่ $3,700 ต่อไป (ราคาทองคำไทยประมาณ 55,500 บาท) ดังนั้น นักลงทุนที่ยังไม่มีสถานะและรอเล่นสั้น อาจพิจารณาการย่อตัวในช่วง 1-2 วันแรกของสัปดาห์ หากราคาทองคำย่อตัวลงแต่ไม่หลุดแนวรับระยะสั้น $3,555 / $3,525 ให้ทยอยเข้าซื้อเก็บเพื่อเล่นรอบ (ราคาทองคำไทยอาจอยู่ประมาณ 53,850 / 53,600 บาท)
กลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB Financial Markets) ค่าเงินบาทประจำวันที่ 23 กรกฎาคม 2569
กลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB Financial Markets) ค่าเงินบาทประจำวันที่ 21 กรกฎาคม 2569
กลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB Financial Markets) ค่าเงินบาทประจำวันที่ 15 กรกฎาคม 2569
กลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB Financial Markets) ค่าเงินบาทประจำวันที่ 14 กรกฎาคม 2569
จับตาไฮเซ่นส์บนเวทีเทคโนโลยีโลก ท่ามกลางผู้นำอุตสาหกรรมระดับนานาชาติ
"GCAP GOLD" ชี้เจรจาสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่าน เขย่าตลาดทองผันผวนต่อเนื่อง จับตาประชุมเฟด ลุ้นสัญญาณดอกเบี้ยครึ่งปีหลัง
"GCAP GOLD" ชี้จุดเสี่ยงเขย่าตลาดทองคำ เส้นตายทรัมป์ 22 เม.ย. นี้
Krungthai CIO มองตลาดมีแรงซื้อกลับเข้าสินทรัพย์เสี่ยง หลังทรัมป์หยุดยิงชั่วคราว ชูกลยุทธ์ "Stay Invested" สะสมหุ้นคุณภาพ ควบคู่กระจายความเสี่ยง
ทองคำโลกสร้างสถิติใหม่ เหนือระดับ $5,500