"ทรีนีตี้" ให้กรอบดัชนีหุ้นเดือนพฤศจิกายน ที่ระดับ 1260-1350 จุด โดยมีกรอบแนวรับแรกที่ระดับ 1290 จุด และกรอบแนวต้านแรกที่ระดับ 1330 จุด หุ้นย่อตัวให้ใช้เป็นจังหวะเข้าสะสม หุ้น Domestic play และกลุ่มท่องเที่ยว กลุ่ม Bond-like ที่มีคุณลักษณะ Defensive เช่น กลุ่ม Utilities ถือเป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับการพักเงิน ในช่วงนี้ แนะหุ้น CPAXT, KTC, LH, ERW, BGRIM เป็นต้น
นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด เปิดเผยถึงทิศทางการลงทุนในตลาดหุ้นเดือนพฤศจิกายนว่า คาดว่า SET Index จะอยู่ในโหมดทรงตัวให้กรอบดัชนีที่ระดับ 1260-1350 จุด โดยมีกรอบแนวรับแรกที่ระดับ 1290 จุด และกรอบแนวต้านแรกที่ระดับ 1330 จุด
ภาพรวมการลงทุนในเดือนนี้ ช่วงแรกอาจมีปัจจัยบวกอยู่บ้างตามทิศทางของตลาดหุ้นโลก ที่น่าจะยังคงมี Sentiment บวก เกี่ยวกับดีลการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกา ล่าสุดจีนประกาศเตรียมระงับการบังคับใช้มาตรการควบคุมการส่งออกแร่หายากต่างๆ และมีแนวโน้มยุติการสอบสวนที่มุ่งเป้าไปที่บริษัทในห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ของสหรัฐฯ ซึ่งอาจทำให้สหรัฐฯ อาจชะลอการเก็บ "ภาษีตอบโต้" บางรายการต่อสินค้าจีนออกไปอีกหนึ่งปี
นอกจากนี้ ยังมีแรงหนุนจากผลประกอบการของหุ้นเทคโนโลยีในสหรัฐฯ ที่ในภาพรวมส่วนใหญ่ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ อาจส่งผลให้หุ้นกลุ่มชิ้นส่วนฯ ขนาดใหญ่ของไทย เช่น DELTA ยังคงเป็นหุ้นที่ช่วยประคองดัชนีได้ นอกจากนั้น หุ้นในกลุ่มพลังงานอาจได้รับปัจจัยหนุนจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันดิบ หลังกลุ่ม OPEC+ ตัดสินใจที่จะระงับการเพิ่มการผลิตในไตรมาสแรกของปีหน้าไว้ก่อน หลังจากที่การประชุมล่าสุดมีมติให้เพิ่มกำลังผลิตในเดือนธันวาคมอีก 137,000 บาร์เรลต่อวัน แต่เป็นระดับเดียวกันกับที่เพิ่มไปเมื่อเดือนตุลาคมและพฤศจิกายนที่ผ่านมา
ในทางกลับกัน ปัจจัยเสี่ยงจากต่างประเทศที่อาจต้องติดตามตลอดทั้งเดือนนี้มองไปยังการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจจริงต่างๆโดยเฉพาะในสหรัฐฯ ซึ่งถ้าหากออกมาทิศทางอ่อนแอ อาจส่งผลกดดันต่อหุ้นในกลุ่มวัฏจักรได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่เริ่มลังเลต่อการลดดอกเบี้ยในช่วงถัดไปมากขึ้น แนะติดตามการออกมาแสดงความคิดเห็นของกรรมการ Fed สาขาต่างๆตลอดทั้งเดือนนี้ หากมีทิศทางที่ Hawkish มากขึ้น อาจส่งผลกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยงได้
นายณัฐชาต กล่าวว่า ส่วนของปัจจัยภายในประเทศที่จะส่งผลต่อการลงทุนในเดือนนี้คือ การประกาศผลประกอบการงวดไตรมาส 3 ปี 2568 ของบริษัทจดทะเบียนในประเทศ ซึ่งอาจออกมามีทิศทางที่ไม่ดีนัก โดยเฉพาะกลุ่มที่เชื่อมโยงเศรษฐกิจในประเทศ (Domestic play) และกลุ่มท่องเที่ยว (Tourism) อาทิ ค้าปลีก ไฟแนนซ์ อสังหาฯ และโรงแรม
อย่างไรก็ตาม มองเป็นโอกาสในการเข้าซื้อ (Buy on fact) ที่น่าสนใจ เพราะเชื่อว่าข่าวร้ายที่เกิดกับกลุ่มนี้น่าหมดลงแล้ว และรอรับปัจจัยหนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจจากมาตรการของรัฐบาลที่มีสัญญาณดีขึ้นตั้งแต่ปลายไตรมาส 3 หนุนให้ ความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ดีขึ้น ประกอบกับการเข้าสู่ High season ของฤดูกาลท่องเที่ยวพอดี ซึ่งจะหนุนให้ผลประกอบการของหุ้นกลุ่มเหล่านี้กลับมาฟื้นตัวดีขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 4 ปีนี้
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน แนะให้เริ่มเข้าสะสมหุ้นที่ระดับดัชนี 1290 จุด โดยโฟกัสหุ้นในกลุ่ม Domestic play กลุ่ม Tourism และกลุ่ม Defensive มองหุ้นเด่นประจำเดือนนี้ ได้แก่ CPAXT, KTC, LH, ERW, BGRIM เป็นต้น
สภาพคล่องดี - Election rally หนุนหุ้นเดือนแรกปีม้าคึกคัก!!
"ทรีนีตี้" มองบวกหุ้นไทยเดือนธันวาคม
SCB WEALTH ผสานพลัง SCBAM และ BlackRock เปิดตัวกองทุน SCBGOFIX(A) IPO วันที่16 - 22 มิ.ย.นี้ รุกตราสารหนี้โลกทางเลือกพอร์ตลงทุนยุคดอกเบี้ยผันผวน
ก.ล.ต. กำหนดวันหยุดทำการเป็นกรณีพิเศษ ของบริษัทหลักทรัพย์และผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
BBLAM จุดประกายแนวคิด Longevity ในงาน "มนุษย์ต่างวัย Fest 2026" ผ่านการวางแผนการเงินและการลงทุน
เมย์แบงก์ปรับมุมมองหุ้นไทยสู่ "เท่าตลาด" ชี้ Valuation ไม่ดึงดูดเหมือนอดีต แนะสลับลงทุนหุ้นกลุ่ม Post-War Plays รับโอกาสหลังความขัดแย้งคลี่คลาย
เวที KKP ชี้หมดยุคโลกาภิวัตน์แบบเดิม ดัน "เทคโนโลยี-ห่วงโซ่อุปทาน" สู่สินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์ ย้ำนักลงทุนต้องอ่านเกมภูมิรัฐศาสตร์ร่วมกับเศรษฐกิจ เพื่อรักษาความมั่งคั่ง
"โกลเบล็ก" ชี้หุ้นไทย Sideway Up รับอานิสงส์ความขัดแย้งตะวันออกกลางคลี่คลาย
KTAM เปิดมุมมองกลยุทธ์ครึ่งหลังปี 2026 แนะจัดพอร์ตสมดุลรับเทรนด์ AI Supercycle