นักวิจัย มจธ. ค้นพบวิธีแก้ปัญหา"สารปนเปื้อนอุบัติใหม่" ในระบบผลิตน้ำประปา ป้องกันผลกระทบต่อผู้ใช้น้ำในระยะยาว

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

นักวิจัย มจธ. ค้นพบวิธีแก้ปัญหา "สารปนเปื้อนอุบัติใหม่" ในกลุ่มยากับผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล (Pharmaceuticals and Personal Care Products: PPCPs) ที่หลุดรอดจากระบบบำบัดน้ำเสียทั่วไปและไหลลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ก่อนย้อนกลับเข้าระบบผลิตน้ำประปาแม้จะมีระดับเข้มข้นต่ำมาก แต่มี "ผลกระทบแบบเรื้อรัง (Chronic Effect)" ต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำ และอาจส่งผลกระทบต่อมนุษย์ในระยะยาว

นักวิจัย มจธ. ค้นพบวิธีแก้ปัญหา"สารปนเปื้อนอุบัติใหม่" ในระบบผลิตน้ำประปา ป้องกันผลกระทบต่อผู้ใช้น้ำในระยะยาว

ในปัจจุบัน สารเคมีจาก เวชภัณฑ์ยาและผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล (Pharmaceuticals and Personal Care Products: PPCPs) ตัวอย่างเช่น สารออกฤทธิ์จากยารักษาโรค, แชมพู, สบู่, เครื่องสำอาง, และผลิตภัณฑ์สำหรับบำรุงผิว ได้กลายเป็นประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ สารเหล่านี้เมื่อถูกชะล้างหรือขับออกจากร่างกาย จะเข้าสู่ระบบรวบรวมน้ำเสียและไหลรวมสู่โรงบำบัดน้ำเสีย ซึ่งแม้จะผ่านกระบวนการบำบัดน้ำเสียตามมาตรฐาน แต่สารในกลุ่ม PPCPs ยังคงสามารถตกค้างและปนเปื้อนอยู่ในแหล่งน้ำธรรมชาติได้ ในที่สุดก็จะย้อนเข้าสู่ระบบผลิตน้ำประปาที่คนไทยใช้ดื่มกินกัน นักวิจัย มจธ. ค้นพบวิธีแก้ปัญหา"สารปนเปื้อนอุบัติใหม่" ในระบบผลิตน้ำประปา ป้องกันผลกระทบต่อผู้ใช้น้ำในระยะยาว

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุรพงษ์ รัตนกุล อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ชี้ให้เห็นว่า สารจากกลุ่มยาและผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล (PPCPs) กำลังกลายเป็นปัญหาที่มองไม่เห็น แม้เราจะส่งน้ำเสียเข้าสู่ระบบบำบัดน้ำเสียแล้ว แต่สารเหล่านี้จำนวนมากกลับ "หลุดรอด" ออกมาได้ เพราะมีโครงสร้างโมเลกุลที่ซับซ้อนจนจุลินทรีย์ในระบบบำบัดย่อยสลายไม่ได้

"หลักฐานจากต่างประเทศเริ่มพบผลกระทบในสิ่งมีชีวิตน้ำจืดที่ได้รับสารพวกนี้อย่างต่อเนื่อง ทั้งการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนและความผิดปกติของอวัยวะ แม้ข้อมูลทางการแพทย์ในมนุษย์ยังมีจำกัด แต่ก็เป็นสัญญาณเตือนว่าเราต้องเร่งหาคำตอบ โดยเฉพาะในประเทศไทยที่ห่วงโซ่อาหารและระบบผลิตน้ำดื่มพึ่งพิงแหล่งน้ำธรรมชาติ" ผศ. ดร.สุรพงษ์ กล่าวย้ำถึงความสำคัญของปัญหาที่จะส่งผลในอนาคต

จากการทำวิจัยพบช่องว่างสำคัญว่า มาตรฐานคุณภาพน้ำดื่มของไทยยังไม่มีเกณฑ์เฝ้าระวังสารกลุ่ม PPCPs และ วิธีการตรวจวัดอย่างเป็นระบบ จึงต้องแก้ปัญหาทั้งสองด้านควบคู่กันคือ ยกระดับเทคโนโลยีบำบัดน้ำดื่มและพัฒนาวิธีการตรวจวัดที่แม่นยำ โดยทีมวิจัยทดลองแนวทางที่สามารถ "ต่อยอดจากของที่มี" โดยไม่ต้องรื้อระบบทั้งหมด ผ่านการผสานแสงอัลตราไวโอเลต (UV) เข้ากับสารคลอรีนเพื่อสร้างอนุมูลอิสระทำลายโครงสร้างสารกลุ่ม PPCPs อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นกระบวนการออกซิเดชั่นขั้นสูง (AOPs) ที่ต่างประเทศเริ่มใช้แพร่หลาย ผศ.ดร.สุรพงษ์ กล่าวว่า "ผลวิจัยเบื้องต้นชี้ว่าหากใช้ UV และคลอรีนแยกกัน การลดปริมาณสารกลุ่ม PPCPs ทำได้จำกัด แต่เมื่อใช้ร่วมกันประสิทธิภาพสูงขึ้นอย่างชัดเจน และยังมีแนวโน้มช่วยลดการเกิดสารพลอยได้ (by-products) ที่อาจเป็นอันตรายได้อีกด้วย ขณะเดียวกันทีมยังวางเป้าหมายในอนาคตที่จะปรับความยาวคลื่น UV ให้ตรงกับการดูดกลืนของสารเป้าหมาย เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างอนุมูลอิสระและยกระดับประสิทธิภาพการบำบัดน้ำดื่มต่อไป"

การจะยืนยันว่า สารปนเปื้อน "ลดลงอย่างชัดเจน" ได้นั้น ต้องพิสูจน์ด้วยการวัดที่แม่นยำในระดับความเข้มข้นต่ำมาก ทีมวิจัยจึงพัฒนาวิธีวิเคราะห์ด้วยเครื่อง High Performance Liquid Chromatography (HPLC) โดยการพัฒนาและปรับแต่งวิธีการวิเคราะห์ทางเคมี พร้อมกันนั้นทีมยังพัฒนาวิธีทดสอบ "ความเป็นพิษโดยรวม" ก่อนและหลังการบำบัด เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่สารหนึ่งหายไปแต่กลับได้อีกสารหนึ่งที่อันตรายกว่าเดิมมาแทน การมองทั้งมุมเคมีและชีวภาพควบคู่กันเช่นนี้ทำให้มั่นใจได้ว่าความปลอดภัยที่เห็นไม่ใช่แค่ตัวเลขบนกระดาษ แต่คือ "ความปลอดภัยที่แท้จริง"

ในแนวทางสู่การใช้งานจริง อุปสรรคสำคัญคือ การไหลและการออกแบบปฏิกรณ์ เมื่อน้ำไหลผ่านหลอด UV จริง จะเกิดความปั่นป่วน (turbulence) และการกระจายตัวของแสง UV ที่ไม่เหมือนการทดลองในห้องปฏิบัติการ ทีมจึงวางแผน "อัปสเกล" ไปสู่ระบบจำลองที่ใกล้เคียงโรงงานมากขึ้น เพื่อหาค่าการออกแบบที่เหมาะสมกับลักษณะสมบัติของน้ำในประเทศไทย (เช่น ความขุ่น อุณหภูมิ สารอินทรีย์ละลายน้ำ) อีกเส้นทางหนึ่งในอนาคตคือ การสำรวจความยาวคลื่นของหลอด UV ชนิดใหม่ ที่เลือกช่วงคลื่นได้ละเอียดขึ้น เพื่อเร่งให้สารตั้งต้นถูกย่อยสลายจากการดูดซับพลังงานแสงและเพื่อเพิ่มการสร้างอนุมูลอิสระที่เหมาะกับสารเป้าหมายมากกว่าเดิม

เมื่อถามว่า "สังคมควรทำอะไรตอนนี้" ผศ.ดร.สุรพงษ์ อธิบายว่า "สำหรับประชาชน จุดเริ่มต้นคือการรู้จักคำว่า PPCPs ไม่ใช่เพื่อให้ตื่นตระหนก แต่เพื่อให้ตระหนัก ว่าการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลอย่างพอดี การทิ้งยาหมดอายุอย่างถูกวิธี และการสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานน้ำสะอาด ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่เดียวกัน ส่วนภาคเอกชนอย่างผู้ผลิตน้ำดื่ม อาจเป็นกลุ่มที่ทดลองนำร่องได้เร็ว พิสูจน์ความเป็นไปได้ก่อนขยายผลในวงกว้าง ขณะที่หน่วยงานประปาและท้องถิ่นก็ควรขึ้นมาตั้งคำถามและร่วมทดลองเชิงเทคนิค เพื่อปรับมาตรฐานการจัดการน้ำให้ก้าวทันสารปนเปื้อนอุบัติใหม่"

ผศ.ดร.สุรพงษ์ ตอกย้ำว่า เป้าหมายของงานวิจัยนี้ไม่ใช่การทำให้สังคมหวาดกลัวน้ำดื่มและประปา แต่ต้องการให้สังคมรู้ว่าปัจจุบันมีสารปนเปื้อนชนิดใหม่ที่ก้าวหน้าเร็วกว่ามาตรฐานแบบเดิมมากเพียงใด "PPCPs สอนให้พวกเรายอมรับความจริงข้อหนึ่งว่า ความปลอดภัยของน้ำไม่ได้จบลงที่ "ใส" และ "ไม่มีกลิ่น" เหมือนที่เคยเชื่อมาตลอดแล้ว แต่ต้องปลอดภัยจากสิ่งที่มองไม่เห็นได้ด้วยตา ซึ่งการแก้ไขต้องการทั้งวิทยาศาสตร์ที่แม่นยำ เครื่องมือที่ละเอียดอ่อนและเชื่อถือได้ เพื่อให้ทุกครั้งที่เรายกแก้วน้ำขึ้นดื่ม เราจะมั่นใจได้ว่า น้ำที่ดื่มนั้น ปลอดภัยจริงๆ"


ข่าวบำบัดน้ำเสีย+ผลิตภัณฑ์วันนี้

พด.ห่วงใยเกษตรกรทุกพื้นที่ เดินหน้าสนับสนุน "สารเร่งซุปเปอร์ พด.6" บำบัดน้ำเสีย-ฟื้นฟูดิน หลังสถานการณ์น้ำลดในภาคใต้

จากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายต่อบ้านเรือนและพื้นที่การเกษตรของเกษตรกรรวมถึงหมอดินอาสาที่ได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมพัฒนาที่ดิน เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยมอบหมายให้สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 12 และสถานีพัฒนาที่ดินสงขลา ลงพื้นที่สนับสนุนสารบำบัดน้ำเสียจาก "สารเร่งซุปเปอร์ พด.6" เพื่อลดกลิ่นเหม็นและฟื้นฟูคุณภาพน้ำ พร้อมทั้งจัดส่งผลิตภัณฑ์จุลินทรีย์ พด.ต่าง ๆ เพื่อปรับปรุงบำรุงดินให้กลับมาใช้ประโยชน์ได้โดยเร็ว ดร.สุมิตรา วัฒนา

นายนรเทพ ชูพูล ผู้อำนวยการเขตปทุมวัน กทม.... เขตปทุมวันกวดขัน-ประชาสัมพันธ์การติดตั้งถังดักไขมันของร้านจำหน่ายอาหาร — นายนรเทพ ชูพูล ผู้อำนวยการเขตปทุมวัน กทม. กล่าวว่า สำนักงานเขตฯ ลงพื้นที่กวดขัน ป...

กทม. จัดเก็บค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสีย ยึดหลัก "ผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย" นำร่องพื้นที่บริการ 22 เขต

นายเจษฎา จันทรประภา ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ (สนน.) กทม. กล่าวกรณีมีข้อสังเกตเกี่ยวกับแนวทางการจัดเก็บค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสียของ กทม. ว่า กทม. ได้กำหนดแนวทางการจัดเก็บค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำ...

กทม. เร่งตรวจประเมินบ้านร้าวจากโครงการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสีย- รถไฟฟ้าสายสีส้ม กำชับผู้รับเหมาเยียวยา-ซ่อมแซม

นายนภพล มนต์มนัสสิทธิ ผู้อำนวยการเขตบางกอกน้อย กทม. กล่าวกรณีชาวบ้านในซอยจรัญสนิทวงศ์ 37 ร้องเรียนบ้านร้าวจากโครงการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียและโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มว่า สำนักงานเขตฯ ...

สนน. เร่งตรวจสอบ-กำชับผู้รับจ้างเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียธนบุรีและรถไฟฟ้าสายสีส้ม

นายเจษฎา จันทรประภา ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ (สนน.) กทม. กล่าวกรณีมีข้อร้องเรียนจากประชาชนที่พักอาศัยในซอยจรัญสนิทวงศ์ 37 หมู่บ้านจรัญวิลล่า 3 เขตบางกอกน้อย ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้าง...

นายเทียนชัย วงศ์สุวรรณ ผู้อำนวยการเขตบางแ... เขตบางแคตรวจสอบตลาดวันเดอร์ แนะลอกท่อ-ติดตั้งตะแกรง-บ่อดักไขมัน ปรับปรุงระบบบำบัดน้ำเสีย — นายเทียนชัย วงศ์สุวรรณ ผู้อำนวยการเขตบางแค กทม. กล่าวกรณีมีข้อร...

RT รับงานก่อสร้างระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสี... RT รับงานส่วน Pipe Jacking ก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสีย จ.นนทบุรี มูลค่าโครงการ 820 ลบ. — RT รับงานก่อสร้างระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสีย องค์การบริหารส่วนจังหวัดน...