สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินงานสำคัญในปี 2568 โดยเน้นการสร้างความเชื่อมั่นในตลาดทุนไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งการพัฒนาด้านการระดมทุน การกำกับดูแลผู้เกี่ยวข้องในตลาดทุน และการบังคับใช้กฎหมาย
ยกระดับคุณภาพบริษัทจดทะเบียนและตราสารหนี้
ก.ล.ต. มีแนวคิดในการปรับปรุงหลักเกณฑ์การทำรายการที่มีนัยสำคัญ (Material Transaction: MT) และการทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน (Related Party Transaction: RPT) ของบริษัทจดทะเบียน เพื่อให้มีความชัดเจนและสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจในปัจจุบันมากขึ้น รวมถึงดูแลสิทธิผู้ลงทุนให้ดีขึ้น โดยไม่สร้างภาระให้กับบริษัทจดทะเบียนมากเกินไป ปัจจุบันอยู่ระหว่างปรับปรุงร่างประกาศและคู่มือตามความคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่ได้รับจากการเปิดรับฟังความคิดเห็น (ปิดการรับฟังความคิดเห็นไปเมื่อ 24 ส.ค. 68) โดยคาดว่าประกาศจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 4 ปี 2568 และจะมีการจัดอบรมเตรียมความพร้อมให้กับบริษัทจดทะเบียนและผู้เกี่ยวข้อง ก่อนประกาศมีผลใช้บังคับ วันที่ 1 กรกฎาคม 2569
ขณะเดียวกัน ได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์เพื่อยกระดับการจัดทำการวิเคราะห์และคำอธิบายระหว่างกาลของฝ่ายจัดการ (Interim MD&A) เพื่อให้ผู้ลงทุนรับทราบถึงสถานะการเปลี่ยนแปลงที่มีผลกระทบต่อฐานะทางการเงินของ บจ. และใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุน ซึ่งอยู่ระหว่างการเปิดรับฟังความคิดเห็น
ก.ล.ต. ยังสนับสนุนการเปิดเผยข้อมูลที่สะท้อนผลการดำเนินงานหรือแนวทางในการเพิ่มมูลค่าและผลประกอบการของบริษัท (Value Up Program) เพื่อเป็นกลไกในการยกระดับธรรมาภิบาลของบริษัทจดทะเบียน รวมทั้งมีกลไกสนับสนุนผ่านกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thai ESG) กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ (Thai ESGX) และโครงการ JUMP+ ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ทั้งนี้ มี 2 บริษัทที่ได้ดำเนินการเปิดเผยแผน Corporate Value Up และมีคุณสมบัติเป็นหลักทรัพย์ที่ Thai ESG หรือ Thai ESGX สามารถลงทุนได้ และมีมากกว่า 90 บริษัทอยู่ระหว่างการจัดทำข้อมูล (ณ 19 ก.ย. 68)
การเสริมธรรมาภิบาลและมาตรฐานของผู้เกี่ยวข้องในตลาดทุน
ก.ล.ต. เสนอแก้กฎหมายกำหนดหน้าที่ให้ผู้บริหารและกรรมการบริษัทจดทะเบียนรายงานการก่อภาระผูกพันในหลักทรัพย์ (Share Pledging) ในจำนวนที่มีนัยสำคัญ เช่น การนำหุ้นไปวางเป็นหลักประกันจำนำ หรือโอนหุ้นให้ custodian ถือแทน เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับข้อมูลที่สำคัญ ครบถ้วน และเพียงพอเพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน ปัจจุบันอยู่ในกระบวนการออกกฎหมาย อีกทั้ง ได้กำหนด "6 มาตรฐานองค์ความรู้กรรมการไทย" ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อส่งเสริมให้กรรมการบริษัทจดทะเบียนมีความรู้ เข้าใจบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบ รวมถึงมีการพัฒนาวิชาชีพผู้ตรวจสอบภายใน (IA) การยกระดับการกำกับดูแลและการปฏิบัติงานของที่ปรึกษาทางการเงิน (FA) รวมถึงการเสนอแก้กฎหมายเพิ่มอำนาจให้ ก.ล.ต. กำกับดูแลผู้ให้บริการที่เกี่ยวเนื่องกับตลาดทุน (gatekeeper) เช่น ผู้สอบบัญชี สำนักงานสอบบัญชี ที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้ประเมินมูลค่าทรัพย์สิน และบริษัทจัดอันดับเครดิต ซึ่งอยู่ในกระบวนการแก้ไขกฎหมาย
นอกจากนี้ ได้จัดทำโครงการ Responsible Voices สำหรับ Finfluencer ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เพื่อให้เป็นฟินฟลูเอนเซอร์ที่นำเสนอข้อมูลอย่างมีความรับผิดชอบ ขณะเดียวกัน ยังมีการปรับปรุงหลักเกณฑ์การโฆษณาของผู้ประกอบธุรกิจ เพื่อให้การกำกับดูแลมีความครอบคลุม เหมาะสม และสอดคล้องกับการโฆษณารูปแบบใหม่ ๆ รวมทั้งสนับสนุนการโฆษณาอย่างมีความรับผิดชอบ
เพิ่มประสิทธิภาพการซื้อขายหลักทรัพย์และลดความเสี่ยงในตลาด
ก.ล.ต. ยังคงติดตามและประเมินผลมาตรการดูแล Short Selling และ Program Trading ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์ฯ (16 เมษายน 2568) รวมถึงอยู่ระหว่างปรับปรุงกฎหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบและการกำกับดูแลการขายชอร์ต โดยให้ผู้ลงทุนที่ไม่ส่งคำสั่งขายชอร์ตตามเกณฑ์ที่กำหนดมีความรับผิดตามกฎหมาย รวมทั้งเพิ่มกลไกให้สามารถติดตามผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง (End-Beneficial Owner) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจบัญชีแบบไม่เปิดเผยชื่อ (Omnibus Account)
ขณะเดียวกัน อยู่ระหว่างปรับปรุงหลักเกณฑ์การให้บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) รับคำสั่งขายชอร์ตของลูกค้าที่ยืนยันการจัดหาแหล่งยืมหุ้น (locate) เพื่อให้มีความชัดเจนมากขึ้น โดย บล. จะรับคำสั่งขายชอร์ตจากลูกค้าที่ขอยืนยันการ locate จาก บล. ได้ เฉพาะเมื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ตลอดจนหลักเกณฑ์การให้กู้ยืมเงินเพื่อซื้อหลักทรัพย์ (margin loan) ของบริษัทหลักทรัพย์และการให้บริการของผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เพื่อให้มีการกำกับดูแลการให้กู้ยืมเงินเพื่อซื้อหลักทรัพย์อย่างเหมาะสม และลดความเสี่ยงต่อ บล.
ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจมีข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้าที่จำเป็นและเพียงพอต่อการนำไปใช้ประกอบการพิจารณากำหนดและทบทวนวงเงินให้แก่ลูกค้าอย่างเหมาะสมต่อความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า ก.ล.ต. ได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์ให้ผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบข้อมูลลูกค้าระหว่างกันในการกำหนดและทบทวนวงเงินซื้อขายหลักทรัพย์ และสนับสนุนให้มี Securities Data Exchange Platform (ระบบ SDEP) เพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจมีช่องทางสำหรับนำส่งข้อมูลลูกค้าระหว่างกัน
การบังคับใช้กฎหมาย
การเสนอแก้ไขกฎหมายให้เจ้าหน้าที่ ก.ล.ต. เป็นพนักงานสอบสวนในคดีที่มีผลกระทบสูง (high impact) ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการร่วมสอบสวนคดี โดยใช้ความเชี่ยวชาญมาช่วยให้กระบวนการบังคับใช้กฎหมายในกรณี high impact รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกทั้งจะเพิ่มประสิทธิภาพงานตรวจสอบและการบังคับใช้กฎหมาย โดยประสานความร่วมมือกับตลาดหลักทรัพย์ฯ และนำเทคโนโลยีมาช่วยในการดำเนินการ (SupTech) เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือเชื่อมั่น โปร่งใสเป็นธรรมให้กับตลาดทุน โดยมีเป้าหมายในการเพิ่มความรวดเร็ว ถูกต้องแม่นยำ ในการตรวจจับ การกำกับดูแลและบังคับใช้กฎหมาย ด้วยข้อมูล AI และเทคโนโลยี
ก.ล.ต. เข้าร่วมการประชุมหน่วยงานกำกับดูแลตลาดทุนในภูมิภาคเอเชีย - แปซิฟิก และภูมิภาคยุโรป
LINE Thailand ผนึกพันธมิตรภาครัฐ จัดอบรม Digital Literacy เสริมภูมิคุ้มกันภัยออนไลน์ให้นักศึกษา
ควิก ทรานส์ฟอร์เมชั่น (QUICK) นำเสนอข้อมูลบริษัทต่อ ก.ล.ต. และ ตลท. เดินหน้า IPO 32 ล้านหุ้น ในตลาด mai ชูธง Digital Transformation Partner ครบวงจร
ก.ล.ต. เข้าหารือ CIB และ บก.ปอศ. เพื่อการทำงานเชิงรุกร่วมกันในการป้องกันและเร่งรัดการบังคับใช้กฎหมายกับกรณีเครือข่ายผู้กระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและความผิดในตลาดทุนที่เกี่ยวข้อง
GULF ออกหุ้นกู้ชุดใหม่ ชูอันดับเครดิตเรตติ้งที่ AA- สะท้อนธุรกิจที่แข็งแกร่งและผลประกอบการโดดเด่น เตรียมเสนอขายผู้ลงทุนสถาบัน และผู้ลงทุนรายใหญ่