กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ได้รับมอบนโยบายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้ปฏิบัติภารกิจดูแลด้านการสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม การจัดการน้ำสะอาด ตลอดจนการดูแลจัดการขยะในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม
แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย จึงมอบหมายทีม SEhRT นำโดยนายแพทย์ปกรณ์ ตุงคะเสรีรักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย คุณภิญญาพัชญ์ จุลสุข ผู้อำนวยการกองอนามัยฉุกเฉิน ทีม SEhRT กองอนามัยฉุกเฉิน และศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี ลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่น้ำท่วม จังหวัดอ่างทองนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้หลายพื้นที่ได้รับผลกระทบ ประชาชนหลายครัวเรือนอาจเสี่ยงได้รับผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงกลุ่มเปราะบางที่ต้องเฝ้าระวังและดูแลเป็นพิเศษ ซึ่งขณะนี้ยังมีอีกหลายจังหวัดที่น้ำยังท่วม ได้แก่ จังหวัดสุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และอ่างทอง กระทรวงสาธารณสุข จึงได้มอบหมายให้กรมอนามัย ส่งทีม SEhRT ลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจด้านสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม พร้อมสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ด้านการจัดการสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมให้เจ้าหน้าที่และประชาชนในพื้นที่น้ำท่วม จังหวัดอ่างทอง อาทิ ชุดเราสะอาด (V-Clean) ส้วมกระดาษ ชุดดูแลสุขอนามัย ชุดทำความสะอาดครัวเรือน ยาช่วยเหลือผู้ประสบภัย ยารักษาโรค EM น้ำ ลดการเน่าเสียของน้ำท่วมขัง ถุงดำ ชุดแปรงสีฟัน น้ำยาล้างมือ หน้ากากอนามัยสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ รองเท้าบู๊ท และน้ำดื่มบรรจุขวด
แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า แนวทางการดำเนินงานของทีม SEhRT สิ่งสำคัญ คือ การให้ความรู้ประชาชนเกี่ยวกับการดูแลสุขอนามัยที่ดีในช่วงน้ำท่วม เช่น การใช้ส้วมกระดาษ การใช้ชุดเราสะอาด (V-Clean) ในการจัดการสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม การล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาด หรือใช้แอลกอฮอล์ล้างมือทุกครั้งหลังเข้าห้องน้ำ การเลือกกินอาหารปรุงสุกใหม่ เพื่อป้องกันโรคระบาดและโรคติดเชื้อจากอาหารบูดเน่าหรือเสีย เพื่อเป็นการเฝ้าระวังความเสี่ยงเชื้อโรคที่มากับน้ำท่วม หากในพื้นที่ระดับน้ำเริ่มลดลง เข้าสู่ช่วงฟื้นฟูสภาพหลังน้ำท่วม ให้เริ่มทำความสะอาดบ้าน เก็บสิ่งสกปรกไปกำจัดทิ้ง และต้องไม่ลืมการป้องกันตัวเองในขณะทำความสะอาด เพื่อป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย และระวังสัตว์มีพิษที่อาจจะซ่อนตัวอยู่ในซากสิ่งสกปรกที่อาจจะทำให้เกิดอันตรายได้
นายแพทย์ปกรณ์ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการลงพื้นที่สนับสนุนและให้ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอไชโย จังหวัดอ่างทอง พบว่า มีประชาชนที่เป็นกลุ่มเสี่ยงกลุ่มเปราะบาง ได้รับผลกระทบจำนวนทั้งหมด 111 คน เป็นผู้ติดเตียง 9 คน ซึ่งต้องได้รับการช่วยเหลือและดูแลสุขภาพและให้ออกจากพื้นที่น้ำท่วม โดยทางหน่วยงานในพื้นที่ได้มีการประเมินความเสี่ยงและสื่อสารสร้างความรอบรู้แก่ประชาชนเพื่อให้อพยพออกจากพื้นที่เสี่ยงได้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้ กลุ่มเสี่ยงกลุ่มเปราะบางยังเป็นกลุ่มที่ต้องเฝ้าดูแลเป็นพิเศษ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้ที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ เสี่ยงต่อการจมน้ำ การพลัดตกลื่นล้ม การถูกไฟฟ้าดูด จึงขอให้ผู้ดูแลต้องเฝ้าระวังไม่ควรปล่อยให้อยู่ตามลำพัง อาจเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุและจมน้ำเสียชีวิตได้ และควรถอดปลั๊กไฟต่าง ๆ ภายในบ้านบริเวณที่จมน้ำสับคัทเอาท์ไฟฟ้า เฉพาะชั้นที่มีน้ำท่วมขัง เพื่อป้องกันไฟฟ้ารั่วซึมหรือลัดวงจร
สธ. ผนึกทุกภาคส่วน เปิดเวที Active Living Forum 2026 สร้างประเทศไทยแอคทีฟ
กรมอนามัย WHO มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย เดินหน้าส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ยกระดับคุณภาพเด็กไทย รับมือวิกฤติเด็กเกิดน้อย
สธ. เปิดชื่อ 14 แบรนด์ดัง ร่วมแคมเปญ 'หวานปกติ = หวาน50%' เผยคนไทยสั่งหวานน้อยเพิ่มขึ้น
กรมอนามัย ดึงโลตัส-เซเว่น ร่วมแคมเปญให้คนไทยเข้าถึงนมจืดง่ายขึ้น ชวนดื่มนม ตั้งแต่เด็ก เสริมสูง ลดความเสี่ยงมวลกล้ามเนื้อน้อย ป้องกันกระดูกพรุนเมื่อสูงวัย
กรมอนามัยรณรงค์ "พระแอคทีฟ" ชวนพระสงฆ์เดินจงกรม กวาดวัด ยืดเหยียด พร้อมแนะประชาชนทำบุญยุคใหม่ "ถวายอาหารสุขภาพ" ลดโรค NCDs
ส่องเทรนด์ Longevity-Healthy Ageing ชวนสูงวัยแอคทีฟ! อายุยืน อย่างมีคุณภาพ แนะขยับตามสูตร 2:1:1 ลดหกล้ม ลด NCDs
กรมอนามัย ชู "มาตรฐานอนามัยแม่และเด็ก" ส่งรถพระราชทานเพื่อแม่และเด็กไทย ดูแลถึงชุมชนและพื้นที่ห่างไกล ลดเหลื่อมล้ำสุขภาพ
"ดื่มนม-ขยับกาย-นอนเร็ว" กรมอนามัย แนะ สูตรลับเด็กไทยสูงดี สมส่วน
กรมอนามัย ผนึกเครือข่ายสุขภาพ-มหาดไทย เดินหน้าเชิงรุก ลดคลอดก่อนกำหนดในสมุทรปราการ ตั้งเป้าไม่เกินร้อยละ 8