เคทีซีจับมือแบรนด์หรูเปิดเวทีเสวนา ชี้อนาคตตลาดลักซ์ชัวรี่ ผู้บริโภคเลือกคุณค่ามากกว่าราคา

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

เคทีซีร่วมกับ 3 พันธมิตรธุรกิจระดับพรีเมียม สยามพิวรรธน์ เฟอร์รารี่และยูบิลลี่ จัดเวทีเสวนา KTC FIT Talk ครั้งที่ 18 ในหัวข้อ "Resilience is the New Luxury: อนาคตเศรษฐกิจไทยในมือผู้บริโภคระดับบน" สะท้อนบทบาทของกลุ่มผู้บริโภคที่มีอิทธิพลต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในยุคใหม่ ท่ามกลางแนวโน้มการเติบโตของตลาดสินค้าลักซ์ชัวรี่ที่ยังคงเติบโตต่อเนื่อง พฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนไป และความต้องการสินค้าที่สะท้อนคุณค่าเฉพาะบุคคล ความยั่งยืนและประสบการณ์ที่แตกต่าง

เคทีซีจับมือแบรนด์หรูเปิดเวทีเสวนา ชี้อนาคตตลาดลักซ์ชัวรี่ ผู้บริโภคเลือกคุณค่ามากกว่าราคา

นายอภิเชษฐ์ เกียรติวรคุณ CFA ผู้อำนวยการ-การเงิน "เคทีซี" หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงแนวโน้มอุตสาหกรรมสินค้าลักซ์ชัวรี่ระดับโลกและภาพรวมเศรษฐกิจว่า "ปี 2568 เป็นปีที่เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญกับ 'พายุที่สมบูรณ์แบบ' จากแรงกดดันทั้งภายในและภายนอกประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการชะลอตัวของภาคการท่องเที่ยว ความเสี่ยงจากกำแพงภาษีของสหรัฐฯ หรือปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้การเติบโตทางเศรษฐกิจถูกปรับลดลงเหลือเพียง 1.6% - 2.3% แต่ในขณะเดียวกันเราก็เห็น 'อีกภาพหนึ่ง' ที่เกิดขึ้นพร้อมกัน นั่นคือการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของตลาดผู้บริโภคระดับบน ซึ่งสะท้อนถึงการฟื้นตัวแบบ 'K-Shaped' ที่ไม่เท่าเทียมกัน และเป็นสัญญาณเตือนให้ภาคธุรกิจต้องปรับกลยุทธ์อย่างเร่งด่วน โดยการใช้จ่ายในกลุ่มสินค้าและบริการระดับลักซ์ชัวรี่คาดว่าจะเติบโตเฉลี่ยต่อปีสูงถึง 9.8% ในช่วงปี 2568-2575 (ข้อมูลจาก Verified Market Research) การเติบโตนี้จะได้รับแรงหนุนจากความมั่งคั่งที่เพิ่มขึ้นจากราคาสินทรัพย์ และกำลังซื้อที่แข็งแกร่งของกลุ่มผู้มีฐานะ (High-Net-Worth Individuals) ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ"

"เทรนด์ของ 'Quiet Luxury' (ความหรูหราที่เรียบง่ายแต่ทรงคุณค่า) และ 'เศรษฐกิจเชิงประสบการณ์' ไม่ใช่เพียงกระแสแฟชั่น แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงจิตวิทยาในพฤติกรรมผู้บริโภคที่แบรนด์ต่างๆ ต้องเข้าใจ และปรับตัวเพื่อความอยู่รอดในยุคใหม่ ผู้บริโภคไม่ได้มองหาสินค้าที่แสดงสถานะผ่านโลโก้อีกต่อไป แต่กลับให้คุณค่ากับความจริงแท้ งานฝีมือและประสบการณ์ที่มีความหมายในโลกที่เศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ความสำเร็จของธุรกิจจะไม่ได้วัดจากยอดขายเพียงอย่างเดียว แต่จะขึ้นอยู่กับความสามารถในการสร้างความเชื่อมโยงที่แท้จริงกับผู้บริโภค และการร่วมสร้างสรรค์คุณค่ากับชุมชนของตนเอง เราเชื่อว่า 'โอกาส' ยังคงมีอยู่เสมอ แม้ในช่วงเวลาที่ท้าทายที่สุด และการฟังเสียงของผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง จะเป็นกุญแจสำคัญในการนำพาองค์กรไปสู่ความยั่งยืนในอนาคต"

นางประณยา นิถานานนท์ ผู้บริหารสูงสุด สายงานการตลาดบัตรเครดิต "เคทีซี" กล่าวถึงแนวโน้มการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตของผู้บริโภคกลุ่มบนว่า "แม้ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมจะชะลอตัว แต่ผู้บริโภคระดับบนยังคงเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพสูงและเป็นกำลังซื้อสำคัญของตลาด โดยเฉพาะลูกค้าพรีเมี่ยมที่ให้ความสำคัญกับคุณค่ามากกว่าราคา เราเห็นการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมการใช้จ่ายที่ระมัดระวังมากขึ้น แต่ยังคงเลือกสิ่งที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และความต้องการเฉพาะตัวอย่างแท้จริง ปัจจุบันสมาชิกเคทีซีที่มีรายได้ตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไป คิดเป็น 20% ของพอร์ต สร้างยอดใช้จ่ายรวมถึง 40% ของยอดใช้จ่ายทั้งหมด ขณะที่กลุ่มรายได้มากกว่า 100,000 บาทต่อเดือน มีอยู่ประมาณ 7-8% และมีสัดส่วนการใช้จ่ายถึง 20% โดยหมวดการใช้จ่ายหลักของกลุ่มนี้ ได้แก่ ประกันภัย การท่องเที่ยว การดูแลสุขภาพ รวมถึงการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เช่น ร้านอาหารและน้ำมัน"

"ผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูงในยุคนี้ ไม่ได้มองหาส่วนลดที่มากที่สุด แต่มองหาสิ่งที่ 'มีคุณค่า' และ 'มีความหมาย' กับชีวิต เราจึงออกแบบกลยุทธ์ในการดูแลลูกค้ากลุ่มนี้ผ่าน 3 แนวทางหลัก ที่เน้นการสร้างคุณค่าเฉพาะบุคคลอย่างแท้จริง

  • Exclusive Value คัดสรรสิทธิประโยชน์ตอบโจทย์ความต้องการของสมาชิกเฉพาะกลุ่ม โดยใช้แนวคิด "By Invitation Only" เพื่อสร้างความรู้สึกพิเศษ เช่น การออกแบบแคมเปญเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับลูกค้าเฟอร์รารี่และยูบิลลี่โดยเฉพาะ
  • CRM & Loyalty Program ร่วมกับพันธมิตรในการขยายฐานสมาชิกและต่อยอดประสบการณ์ลูกค้าบนแพลตฟอร์มที่ลูกค้าคุ้นเคย เช่น การแลกเปลี่ยนคะแนนสะสมระหว่างเคทีซีและสยามพิวรรธน์ ผ่านแอปพลิเคชัน ONESIAM SuperApp และ
  • Service Excellence การบริการที่เชื่อถือได้และเข้าใจกลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่ เช่น Gen Z และกลุ่ม Tech-driven Wealth ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและคุณค่าทางสังคม"

"เคทีซีเชื่อว่าความสามารถในการปรับตัวและยืนหยัดท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง (Resilience) และการสร้างคุณค่าร่วมกันอย่างยั่งยืน คือ เป้าหมายสำคัญของการทำธุรกิจลักซ์ชัวรี่ในยุคใหม่ เราจึงมุ่งเน้นการเป็นพาร์ตเนอร์ระยะยาวกับแบรนด์พรีเมียม ใช้ข้อมูลลูกค้าแบบเรียลไทม์ในการออกแบบข้อเสนอที่ตรงใจ และร่วมกันสร้างแคมเปญที่มีความหมายมากกว่าการลดราคา เพราะสุดท้ายแล้ว ลูกค้าจะจดจำไม่ใช่แค่สิ่งที่เราให้ แต่จดจำว่าเราทำให้ชีวิตเขาง่ายขึ้นและมีคุณค่ามากขึ้นเพียงใด"

นางธณพร ตันติยานนท์ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจศูนย์การค้า ONESIAM บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด เจ้าของและผู้บริหารโครงการสยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ หนึ่งในพันธมิตรเจ้าของไอคอนสยาม และสยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต กรุงเทพ กล่าวถึงการทำโครงการธุรกิจค้าปลีกระดับลักซ์ชัวรี่ว่า "ธุรกิจลักซ์ชัวรีกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ โดยผู้บริโภครุ่นใหม่มีพฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้าในกลุ่มนี้เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ให้ความสำคัญกับคุณค่าทางจริยธรรม ความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะบุคคล และประสบการณ์ที่มีความหมายมากกว่าการครอบครองสินค้าหรูหราเพียงอย่างเดียว สินค้าที่ตอบโจทย์จึงต้องมีคุณภาพสูง หายาก และสะท้อนตัวตนของผู้บริโภคอย่างแท้จริง สยามพิวรรธน์มองเห็นโอกาสในการสร้างนิยามใหม่ของ 'New Luxury' ที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่แบรนด์ใหญ่ แต่ต้องเป็นที่สุดในด้านคุณค่าและความคุ้มค่า พร้อมสร้างคอมมูนิตี้ระดับโลก ผ่านแพลทฟอร์มที่เปิดกว้างให้ทุกคนได้สัมผัสและมีส่วนร่วมกับประสบการณ์ลักซ์ชัวรีในรูปแบบที่จับต้องได้"

"สยามพิวรรธน์ให้ความสำคัญกับการเข้าใจเทรนด์โลกและ Emotional value ของลูกค้ากำลังซื้อสูง เพื่อสร้างประสบการณ์ที่พิเศษและแตกต่างอย่างแท้จริง เราเดินหน้ากลยุทธ์ Co-Create & Collaboration กับพันธมิตรระดับโลก พร้อมยกระดับลักซ์ชัวรี่ CRM และสร้าง Ecosystem ที่แข็งแกร่งเพื่อความสำเร็จอย่างยั่งยืน แม้เศรษฐกิจจะมีความไม่แน่นอน แต่เรายังคงเห็นการเติบโตในกลุ่ม ลักซ์ชัวรี่ โดยเฉพาะแบรนด์ Fine Jewelry และนาฬิกาที่เลือกลงทุนกับเราอย่างต่อเนื่อง เราให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการณ์ใหม่ เช่น Exclusive Pop-up Stores, Events และคลับ JAI by ONESIAM เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับฐานลูกค้ากำลังซื้อสูงรุ่นใหม่ พร้อมผลักดันแนวทาง Sustainable Luxury ที่เชื่อมโยงความหรูหรากับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง ในยุคที่เศรษฐกิจและพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สยามพิวรรธน์มุ่งเน้นการบริหารแบบ Agile Strategy และสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดรับการเปลี่ยนแปลง เราส่งเสริมการทำงานร่วมกันข้ามสายงาน พร้อมพัฒนาบุคลากรให้ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว ทั้งยังให้ความสำคัญกับความยั่งยืนในทุกมิติ เพื่อสร้างธุรกิจที่เติบโตอย่างมั่นคงและมีความรับผิดชอบต่อสังคม"

นางนันทมาลี ภิรมย์ภักดี กรรมการผู้จัดการ บริษัท คาวาลลิโน มอเตอร์ จำกัด ผู้นำเข้าและซ่อมบำรุงรถยนต์เฟอร์รารี่ (Ferrari) อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เผยว่า "การนำแบรนด์ระดับโลกอย่างเฟอร์รารี่เข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ถือเป็นภารกิจที่ท้าทายไม่น้อย ทั้งในด้านภาษีนำเข้า ต้นทุนการดำเนินงาน และการแข่งขันจากผู้นำเข้าอิสระ แต่คาวาลลิโน มอเตอร์ (Cavallino Motors) มองว่านี่คือโอกาสในการแสดงให้เห็นถึงมาตรฐานที่แท้จริงของแบรนด์ โดยให้ความสำคัญกับการส่งมอบ 'คุณค่า' ผ่านประสบการณ์เฉพาะบุคคลที่ลึกซึ้งและมีความหมาย เราเชื่อว่าลูกค้ากลุ่มผู้มีฐานะ (High Net Worth) ไม่ได้มองหาเพียงความหรูหราภายนอก แต่ให้ความสำคัญกับรายละเอียดและความใส่ใจในระยะยาว เราจึงลงทุนในโชว์รูมรถ (Pre-owned) และอู่สีใหม่ รวมถึงจัดกิจกรรมต่างๆ เช่น เอสเปรีเอนซ่า เฟอร์รารี่ (Esperienza Ferrari) ปาสซีโอเน เฟอร์รารี่ คลับ ชาเลนจ์ (Passione Ferrari Club Challenge) และการพาลูกค้าเข้าร่วมงานยูนิเวอร์โซ เฟอร์รารี่ (Universo Ferrari) ที่ต่างประเทศ เพื่อสะท้อนจิตวิญญาณของแบรนด์ระดับโลกผ่านประสบการณ์จริง"

"เรายึดมั่นในแนวคิดที่ว่า 'ความหรูหราที่แท้จริง' (True Luxury) คือความต่อเนื่อง ความซื่อสัตย์ และบริการที่เป็นเลิศ จึงมุ่งยกระดับบุคลากร ระบบ และเทคโนโลยี เพื่อสร้างมาตรฐานระดับ 5 ดาวที่ยั่งยืน พร้อมดูแลลูกค้าเสมือนเป็นครอบครัว ด้วยแนวคิด 'เฉพาะคุณ' ที่ใส่ใจในทุกขั้นตอนของประสบการณ์ลูกค้า (Customer Journey) ไม่ใช่แค่ในฐานะผู้แทนจำหน่าย แต่ในฐานะผู้ดูแลความสัมพันธ์ระยะยาว โดยมีความเชื่อว่า เฟอร์รารี่ไม่ใช่แค่รถยนต์ แต่เป็นตัวแทนของแรงบันดาลใจ ไลฟ์สไตล์และความสำเร็จที่สัมผัสได้จริงในทุกมิติ พร้อมเดินหน้าอย่างมั่นคงด้วยความเข้าใจลูกค้า และการบริหารองค์กรที่ยืดหยุ่น ทันต่อทุกการเปลี่ยนแปลงในโลกยุคใหม่"

นางสาวอัญรัตน์ พรประกฤต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) ธุรกิจค้าเพชรและเครื่องประดับเพชรเบอร์หนึ่งของไทย กล่าวว่า "ผู้บริโภคกลุ่มลักซ์ชัวรี่ในยุคปัจจุบันไม่ได้มองหาสินค้าราคาแพงเพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความหมาย และการสะท้อนตัวตน ยูบิลลี่ ไดมอนด์ (Jubilee Diamond) จึงตอบโจทย์ด้วยงานออกแบบที่ประณีต การปรับแต่งเฉพาะบุคคล (customization) และประสบการณ์การเลือกซื้อที่เป็นหนึ่งเดียว สร้างความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งระหว่างลูกค้าและแบรนด์ ในยุคที่การใช้จ่ายต้องมีเหตุผลมากขึ้น โดยกลุ่มผู้มีฐานะ (High Net Worth) และกลุ่มผู้มีกำลังซื้อสูง (Affluent) ยังคงให้ความสำคัญกับ "คุณภาพเหนือราคา" โดยเฉพาะเมื่อสินค้านั้นสามารถตอบโจทย์ทางอารมณ์และสร้างประสบการณ์ที่แตกต่าง ยูบิลลี่ ไดมอนด์จึงเน้นบริการระดับเวิลด์คลาส ความใส่ใจเฉพาะบุคคล และความน่าเชื่อถือในฐานะแบรนด์เพชรอันดับหนึ่งของไทยที่อยู่คู่สังคมไทยมากว่า 96 ปี"

"ช่วงวิกฤตโควิด-19 ถือเป็นบทพิสูจน์ความสามารถในการฟื้นตัวและปรับตัวจากความท้าทายของแบรนด์ ยูบิลลี่ ไดมอนด์ เราปรับตัวอย่างรวดเร็วด้วยการเปิดช่องทางขายออนไลน์ครบวงจร และดูแลลูกค้าผ่านทุกแพลตฟอร์ม พร้อมเดินหน้าพัฒนาในด้านความยั่งยืน เทคโนโลยี และการสื่อสารแบรนด์อย่างโปร่งใส เรายังให้ความสำคัญกับ 'ข้อมูลเชิงลึกของลูกค้า' (Customer Insights) และข้อมูลพฤติกรรมการซื้อ เพื่อใช้ในการวางแผนกลยุทธ์อย่างแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบสินค้า บริการ หรือการสร้างแคมเปญสื่อสารที่ตรงใจลูกค้าอย่างแท้จริง ซึ่งช่วยให้แบรนด์สามารถเชื่อมโยงกับความต้องการเฉพาะบุคคลในแต่ละช่วงชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความท้าทายในการทำธุรกิจลักซ์ชัวรี่ในยุคที่เศรษฐกิจชะลอตัว คือการรักษา 'ความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง' กับลูกค้า (Brand Affinity) เราเชื่อว่าการให้บริการด้วยความจริงใจ ใส่ใจในทุกรายละเอียด และยึดมั่นในคุณภาพอย่างไม่ประนีประนอม คือหัวใจของ แบรนด์ลักซ์ชัวรี่ที่ลูกค้าพร้อมกลับมาเลือกอีกครั้งเสมอเมื่อถึงเวลาสำคัญในชีวิต และการขยายฐานลูกค้าในกลุ่มใหม่ๆ เช่น Gen Z และกลุ่มผู้มีฐานะรุ่นใหม่ ยูบิลลี่ ไดมอนด์ จึงคิดแคมเปญต่างๆ ที่พูดสื่อสารกับคนรุ่นใหม่ได้อย่างตรงประเด็น ลงทุนเพื่อสร้างประสบการณ์ด้านดิจิทัลที่ลื่นไหล ปรับแต่งให้เหมาะสมกับความต้องการเฉพาะบุคคลอย่างแท้จริง สื่อสารอย่างจริงใจเพื่อสร้างความผูกพันที่ยั่งยืน ด้วยหลักการ "ปรับไวแต่ไม่ทิ้งแก่น" โดยยึดมั่นใน 3 แกนหลักของแบรนด์ ได้แก่ ความเป็นเลิศ (Excellence) มรดกแห่งความเชื่อมั่น (Legacy) และความไว้วางใจ (Trust) พร้อมส่งต่อคุณค่าและความเชื่อมั่นจากรุ่นสู่รุ่นอย่างแท้จริง"


ข่าวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ+พันธมิตรธุรกิจวันนี้

รัฐบาลผนึก 6 หน่วยงาน ยกระดับสุขภาวะคนวัยทำงานกว่า 38 ล้านคน เป็นกำลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

รัฐบาลผนึกกำลัง 6 หน่วยงาน "สาธารณสุข มหาดไทย แรงงาน อุตสาหกรรม การอุดมศึกษาฯ สสส." ยกระดับสุขภาวะคนไทยกลุ่มวัยทำงาน กว่า 38 ล้านคน ครอบคลุมทั้งด้านพฤติกรรมสุขภาพ สภาพแวดล้อม และสวัสดิการในการทำงาน เป็นวัยทำงานที่มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้มั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน วันนี้ (30 เมษายน 2569) ที่ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย

ผศ.ดร.อรรณพ ทัศนอุดม รักษาราชการแทนอธิการ... มทร.ล้านนา ชูนวัตกรรมแก้ภัยพิบัติ รุกบทบาท "Regional Innovation Hub"พร้อมยกระดับอาหารล้านนาสู่สากล — ผศ.ดร.อรรณพ ทัศนอุดม รักษาราชการแทนอธิการบดี นำคณะผู้...

มุ่งสู่ฝัน.."ดาวครีเอเตอร์ รุ่นใหญ่" สร้า... ปิ้ง! ไอเดียสุดเก๋ ปลุกพลัง "วัยเก๋า เล่าเมือง" นำร่องจังหวัดหนองบัวลำภู เป็นจังหวัดแรก — มุ่งสู่ฝัน.."ดาวครีเอเตอร์ รุ่นใหญ่" สร้างรายได้ในยุคดิจิทัลพลิก...

มูลนิธิสัมมาชีพ เปิดรับสมัครร่วมประกวด "ร... มูลนิธิสัมมาชีพ เปิดเวทีระดับประเทศ เฟ้นหา "ต้นแบบสัมมาชีพ" หนุนเศรษฐกิจฐานรากไทยแข็งแรง — มูลนิธิสัมมาชีพ เปิดรับสมัครร่วมประกวด "รางวัลต้นแบบสัมมาชีพ ปร...

แอล ดับเบิลยู เอสฯ เปิดเผยว่า ในช่วงไม่กี... EEC ปรับโจทย์ตลาดอสังหาฯ พลิกโฉมคุณภาพการอยู่อาศัย-ขับเคลื่อนตามอุตสาหกรรม — แอล ดับเบิลยู เอสฯ เปิดเผยว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา "เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันอ...

หัวเว่ย คลาวด์ ประเทศไทย ร่วมกับสมาคมประก... หัวเว่ย คลาวด์ เร่งเสริมศักยภาพอุตสาหกรรมประกันภัยไทย ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลยุคใหม่ — หัวเว่ย คลาวด์ ประเทศไทย ร่วมกับสมาคมประกันชีวิตไทย จัดงานฟอรัมสำหรับผ...