กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ส่งทีม SEhRT ศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี ประสานงานร่วมปฏิบัติภารกิจประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมจากเหตุไฟไหม้โรงงานประกอบกิจการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ทำจากยาง จังหวัดสมุทรสาคร เผยภัยพิบัติจากสารเคมีที่เกิดขึ้นอาจเสี่ยงต่อสุขภาพประชาชน ย้ำหน่วยงานส่วนท้องถิ่น เร่งสำรวจมาตรฐานสถานประกอบกิจการเกี่ยวกับอุตสาหกรรมสารเคมีให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งเน้นย้ำสื่อสารให้คำแนะนำแก่ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงในการเฝ้าระวังดูแลสุขภาพของตนเองและครอบครัวอย่างใกล้ชิด
นายแพทย์ธิติ แสวงธรรม รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า จากเหตุการณ์ไฟไหม้โรงงานประกอบกิจการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ทำจากยาง จังหวัดสมุทรสาคร เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งโรงงานตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ที่ 1 ตำบลบ้านเกาะ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร เกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณท่อส่งน้ำมัน และเพลิงไหม้ลุกลามไปทั่วบริเวณอาคาร ทำให้เกิดกลุ่มควันสีดำ เขม่า ขี้เถ้าลอยลอยทั่วท้องฟ้าจำนวนมาก และส่งกลิ่นเหม็นทั่วบริเวณโดยรอบ ส่งผลกระทบต่อประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียง โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางและกลุ่มเสี่ยงในชุมชนจากเหตุการณ์ภาวะฉุกเฉินที่เกิดขึ้นดังกล่าว กรมอนามัย ห่วงใยผลกระทบทางสุขภาพของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว จึงได้ส่งทีม SEhRTศูนย์อนามัย ที่ 5 ราชบุรี ประสานภารกิจร่วมกับทีมเครือข่ายในพื้นที่ ได้แก่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ โรงพยาบาล โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล โดยดำเนินการดังนี้
1) สำรวจและประเมินความเสี่ยงสุขภาพประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงกลุ่มเปราะบางในชุมชนที่ได้รับสัมผัสควันไฟ เขม่า ขี้เถ้า และฝุ่นละอองที่มาจากการเผาไหม้ 2) ประเมินความเสี่ยงด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงได้รับผลกระทบ ตรวจวัดคุณภาพฝุ่นละอองและก๊าซพิษ และสนับสนุนหน้ากากป้องกันสารมลพิษให้กับผู้ปฏิบัติงานป้องกันความเสี่ยงสุขภาพ 3) หากพบการปนเปื้อนสารพิษที่มาจากน้ำชะจากการดับเพลิง สารเคมีจากควันพิษกระจายลงในสิ่งแวดแวดล้อมที่ประชาชนรับสัมผัส เช่น ปนเปื้อนในน้ำดิบที่นำมาทำประปาหมู่บ้าน ปนเปื้อนในอาหาร พืชผักให้ทำการเฝ้าระวังการปนเปื้อนสารพิษดังกล่าว และแจ้งประชาชนหลีกเลี่ยงการใช้น้ำ หรือรับประทานอาหาร พืชผักที่พบการปนเปื้อนสารเคมีดังกล่าว 4) ให้คำแนะนำสถานประกอบการในการจัดการน้ำเสียที่เกิดจากการดับเพลิง โดยให้มีการจัดการน้ำขังบริเวณจุดเกิดเหตุเข้าสู่ระบบบำบัดน้ำเสีย ป้องกันการปนเปื้อนลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะที่อยู่ด้านหลังโรงงานที่เกิดเหตุ และ 5) แจ้งเตือน สื่อสารความเสี่ยงการสัมผัสสารพิษ สารเคมี ควันพิษจากไฟไหม้ให้ประชาชนทราบ และหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง หรือออกนอกบ้านในขณะที่ยังมีควันพิษ
นอกจากนี้ ต้องแจ้งประชาชนให้สวมหน้ากากป้องกันควันพิษ หน้ากากอนามัย เพื่อลดความเสี่ยงการสูดดมสารพิษจากไฟไหม้เข้าสู่ร่างกาย และเมื่อเหตุการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ หรือไม่มีกลิ่นควันไฟ เขม่า ฝุ่นละอองแล้ว ให้เปิดประตู หน้าต่าง เพื่อระบายอากาศ ทำความสะอาดบ้าน เครื่องใช้ ที่นอน ผ้าห่ม รวมทั้งเฟอร์นิเจอร์ให้สะอาดทันที ไม่ให้มีสารพิษตกค้างสะสมในบ้าน
"ทั้งนี้ กรมอนามัย ขอให้ประชาชนในพื้นที่ประสบภัยดูแลและป้องกันความเสี่ยงสุขภาพ โดยกลุ่มเสี่ยง กลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ และผู้ป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจ สังเกตอาการตนเอง และครอบครัว หากพบอาการผิดปกติ เช่น คันที่ผิวหนังอาการไอบ่อย ๆ หายใจลำบาก แน่นหรือเจ็บหน้าอก หัวใจเต้นไม่เป็นปกติ คลื่นไส้ เหนื่อยง่าย หรือเริ่มมีอาการปวดศีรษะ ผื่นขึ้น ให้รีบพบแพทย์ทันที" รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าว
หวั่นควันพิษจากเหตุไฟไหม้พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง จังหวัดนครปฐม ส่ง ทีม SEhRT กรมอนามัย เร่งดูแลสุขภาพประชาชนในพื้นที่เสี่ยง
กรมอนามัย ชี้ญาติผู้สูญหายในอาคารถล่มกำลังใจดี มีสุขภาพแข็งแรง ย้ำสภาพแวดล้อมโดยรอบยังปลอดภัย ไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ
กรมอนามัย เร่งส่งทีม SEhRT ศูนย์อนามัย ลงพื้นที่ช่วยน้ำท่วม เตรียมเปิดศูนย์ HPEHOC เฝ้าระวังและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
รพ.พญาไท 3 จัดงาน "วันเบาหวานโลก" ภายใต้แนวคิด "Work Well Live Well" เชื่อมโยงความสุขจากการทำงาน สู่วิถีสุขภาพดี
การประชุมพิษวิทยาแห่งชาติครั้งที่ 15 (NCT15) "Toxicology for Health and Well-being"
สคร.12 สงขลา แนะวิธีปฏิบัติให้ปลอดภัยจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 พร้อมแนะให้ติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
"รมช.อนุชา" ส่งเสริมสุขภาพหญิงตั้งครรภ์ ย้ำประเมินความเสี่ยงก่อนตั้งครรภ์ และพบแพทย์ตามนัดระหว่างตั้งครรภ์สำคัญต่อสุขภาพแม่ลูก
เพิ่มทักษะ พิชิตอนาคต กับหลักสูตรระยะสั้นจาก ม.หัวเฉียวฯ