เฮอร์บาไลฟ์ บริษัทและชุมชนด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีชั้นนำระดับโลก เผยผลการสำรวจจาก Asia Pacific Responsible Supplementation Survey 2025 เรื่องการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอย่างมีความรับผิดชอบในเอเชียแปซิฟิก ปี 2568 ซึ่งเผยให้เห็นว่า แม้จะมีการบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอย่างแพร่หลายในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) แต่ผู้บริโภคจำนวนมากยังขาดความมั่นใจในการตัดสินใจเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ถูกต้องและเหมาะสม โดยผู้บริโภค 4 ใน 5 คน หรือกว่า 80% ในภูมิภาคนี้ รับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเป็นประจำ แต่กลับมีผู้ตอบแบบสำรวจเพียงครึ่งเดียวหรือ 50% เท่านั้นที่แสดงความมั่นใจว่าตนสามารถตัดสินใจเลือกผลิตภัณฑ์ได้อย่างมีความรับผิดชอบ
การสำรวจนี้จัดทำขึ้นในเดือนพฤษภาคม 2568 โดยมุ่งศึกษาทัศนคติและพฤติกรรมของผู้บริโภคต่อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งการสำรวจดังกล่าวได้กำหนดนิยามของการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอย่างมีความรับผิดชอบว่า คือการศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดเกี่ยวกับส่วนประกอบ คุณภาพ ปริมาณที่แนะนำ ข้อจำกัดในการบริโภคและโอกาสที่จะเกิดปฏิกิริยากับอาหารเสริมอื่น ๆ หรือยารักษาโรค ก่อนที่จะเริ่มรับประทาน โดยมีผู้ตอบแบบสอบถามรวม 9,000 คน ใน 11 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย ฮ่องกง อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไต้หวัน ไทย และเวียดนาม
โทมัส ฮาร์มส์ กรรมการผู้จัดการผู้จัดการภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของเฮอร์บาไลฟ์ กล่าวว่า "เราพบว่ายังมีความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอย่างมาก ทำให้ผู้บริโภคไม่มั่นใจในการตัดสินใจเลือกผลิตภัณฑ์ที่ดี แต่ก็เป็นเรื่องดีที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับแหล่งข้อมูลและคำแนะนำที่น่าเชื่อถือ นี่จึงเป็นเหตุผลที่เฮอร์บาไลฟ์ทำงานอย่างต่อเนื่องกับสถาบันต่าง ๆ เพื่อให้ความรู้ด้านโภชนาการ โดยใช้คำแนะนำและข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกผลิตภัณฑ์เสริมอาหารได้ดีขึ้น โดยเรามุ่งมั่นสนับสนุนให้ผู้คนสร้างนิสัยที่ดีต่อสุขภาพ และส่งเสริมให้ผู้คนมีสุขภาวะที่ดีขึ้น"
การเลือกผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอย่างมีความรับผิดชอบ สำหรับแหล่งข้อมูลหลักที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือกผลิตภัณฑ์เสริมอาหารของผู้บริโภคในเอเชียแปซิฟิก ได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ 61% เพื่อนและครอบครัว 41% และการค้นคว้าหาข้อมูลผลิตภัณฑ์ด้วยตนเอง 30% และเมื่อเปรียบเทียบทัศนคติของผู้บริโภคในกลุ่มอายุที่แตกต่างกัน พบว่า กลุ่มวัยบูมเมอร์ (Boomer) กว่าครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสอบถามเลือกจะรับประทานผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเป็นประจำทุกวัน แต่พวกเขากลับเป็นกลุ่มที่มีความกังวลน้อยที่สุดเกี่ยวกับการตัดสินใจเลือกผลิตภัณฑ์อย่างมีข้อมูล โดยมีเพียง 30% เท่านั้นที่แสดงความกังวลในประเด็นนี้ นอกจากนี้ พวกเขายังเป็นกลุ่มที่มีความมั่นใจน้อยที่สุดในการตัดสินใจเลือกผลิตภัณฑ์ โดยมีเพียง 42% ที่แสดงความมั่นในใจการตัดสินใจของตนเมื่อเทียบกับกลุ่มอายุอื่น ในทางตรงกันข้าม กลุ่ม Gen Z มีความเชื่อมั่นในเรื่องการตัดสินใจอย่างมีข้อมูลมากที่สุด (47%) และเป็นกลุ่มที่มีความมั่นใจในความสามารถเลือกผลิตภัณฑ์เสริมอาหารของตนเองมากที่สุด (58%)
แม้ผู้บริโภคจะให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นหลัก แต่ยังมีช่องว่างทางความรู้บางอย่างที่รอเติมเต็ม ผลการสำรวจครั้งนี้เผยให้เห็นถึงช่องว่างด้านความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อย่างมีนัยสำคัญ โดยผู้บริโภคจำนวนมากไม่ทราบถึงผลกระทบจากการบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเกินขนาด ตัวอย่างเช่น กรณีของวิตามินซี แคลเซียม และวิตามินดี พบว่าผู้ตอบแบบสอบถามมากกว่าสองในสามของการสำรวจครั้งนี้ไม่ทราบถึงผลกระทบจากการบริโภคเกินขนาด ถึงแม้จะมีช่องว่างด้านความรู้แต่ปัจจัยที่ผู้บริโภคคำนึงถึงในการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ยังคงเน้นเรื่องความปลอดภัยและประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ถึง 49% รองลงมาคือคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ 43% และการได้รับการรับรองคุณภาพ 38% นอกจากนี้ความเชื่อมั่นในแบรนด์ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารก็เป็นปัจจัยจูงใจสำคัญ โดย 95% ของผู้บริโภคในเอเชียแปซิฟิกยอมรับว่าความเชื่อมั่นในแบรนด์มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจในการเลือกซื้อ
เทรนด์ดูแลสุขภาพเชิงป้องกันเป็นแรงผลักดันให้บริโภคผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
ผู้ตอบแบบสอบถามจำนวนสูงถึง 92% ระบุว่าการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันมีความสำคัญต่อสุขภาพความเป็นอยู่ที่ดีของและหลายคนได้เริ่มหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพของตน โดยมีพฤติกรรรมต่างๆ เพื่อสุขภาพ ได้แก่ การเลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพยิ่งขึ้น 55% การรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร 54% การออกกำลังกายเพิ่มขึ้น 46%
อย่างไรก็ตาม แม้จะทำกิจกรรมเพื่อสุขภาพดังกล่าวแต่ก็มีผู้ตอบแบบสอบถามเพียงไม่ถึงครึ่ง 46% ที่มีความหวังในทางที่ดีว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายด้านสุขภาพของตนได้สำเร็จ สำหรับผู้บริโภคกลุ่ม Gen Z กว่า 53% และกลุ่มมิลเลนเนียล 50% ต่างแสดงความมั่นใจสูงว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายได้ เมื่อเทียบกับกลุ่มเจนเอกซ์ที่มั่นใจเพียง 40% และกลุ่มบูมเมอร์ 39%
โทมัส ฮาร์มส์ กล่าวทิ้งท้ายว่า "เมื่อผู้บริโภคหันมาดูแลสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของตัวเองมากขึ้น สิ่งสำคัญคือพวกเขาควรมีแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้เกี่ยวกับวิธีการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ถูกต้อง รวมถึงประโยชน์จริง ๆ ที่จะได้ และเมื่อต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีให้เลือกในตลาดมากมาย ควรใช้เวลาศึกษาให้ดีเกี่ยวกับระดับการทดสอบส่วนผสมของแบรนด์นั้น ๆ รวมถึงการตรวจสอบการรับรองจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ และความโปร่งใสในกระบวนการผลิต ไปจนถึงแหล่งที่มาของวัตถุดิบที่ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่รับรองได้ว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารของคุณได้รับการผลิตด้วยความใส่ใจสูงสุด เพื่อให้มั่นใจได้ถึงคุณภาพสูง ความสม่ำเสมอ และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้"
ติดตามข้อมูลสุขภาพ และข่าวสารเฮอร์บาไลฟ์ ประเทศไทย https://www.herbalife.com/th-th
ช่องทาง Social Media: Facebook/HerbalifeThailandOfficial หรือ Instagram/HerbalifeThailandOfficial
แผนกบริการลูกค้า 02-6601600 หรือ Line OA: HerbalifeTH
BJC เปิดตัว "Herbi" Jelly Strip นวัตกรรมดูแลสุขภาพสำหรับคนยุคดิจิทัล อร่อย เคี้ยวง่าย ดูแลตัวเองได้ทุกวัน
NCP คุมเกมสู้วิกฤต ส่งสินค้าใหม่ดันรายได้ Q2/69
MEGA We care เปิดตัว หลิงออม แบรนด์แอมบาสเดอร์คู่แรก ในงาน "Care-mitment x LingOrm" 7 พฤษภาคม 2569 นี้ @ CentralwOrld
ฮาฟเนอร์ กรุ๊ป จับมือ โรงพยาบาลวิภาวดี ผนึกกำลังครั้งสำคัญ พลิกเกมสุขภาพไทยสู่ยุค "Prevention" มุ่งยกระดับ Healthspan คนไทย
"แลคโตบาซิลัส แรมโนซัส แอล34" โพรไบโอติกประจำถิ่น ลดการอักเสบ ในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง
MALEE กางยุทธศาสตร์ 'Malee Applied Sciences' สร้าง New Era of Wellness ชู Deep Tech ทางวิทยาศาสตร์ สร้างนวัตกรรม 'Advanced Active Ingredients' ลุยตลาด B2B
เฮอร์บาไลฟ์ เดินหน้าขยายศักยภาพด้านโภชนาการเฉพาะบุคคลผ่านแผนเข้าซื้อกิจการBioniq การทำธุรกรรมช่วยเร่งความมุ่งมั่นของ เฮอร์บาไลฟ์ และ คริสเตียโน โรนัลโด ในการยกระดับโภชนาการและการดูแลสุขภาพเฉพาะบุคคลทั่วโลก
BioActive+ คว้ารางวัล Business+ Product Innovation Awards 2026 ตอกย้ำผู้นำนวัตกรรม Health & Wellness ด้วย "Concentrated Liquid Collagen"