KGI สรุปภาพรวมตลาดทุนปี 68 ส่ง DW13 ครองส่วนแบ่งตลาด พร้อมเปิดกลยุทธ์รับมือความท้าทายปี 69 รุก Wealth Management รับมือเศรษฐกิจโลกผันผวน

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

เคจีไอ (ประเทศไทย) โชว์ฟอร์มแรงฝ่าตลาดผันผวนปี 2568 ดัน DW13 ครองมาร์เก็ตแชร์ SET50 สูงถึง 74% ก่อนเร่งเครื่องปี 2569 เพิ่มออก DW แตะ 900 ตัว รับจังหวะตลาด พร้อมเปิดประตูลงทุนต่างประเทศผ่าน DR เสริมทัพ Wealth-ตราสารหนี้-สถาบัน ท่ามกลางธีมดอกเบี้ยขาลงและกระแส AI หนุนมุมมองเศรษฐกิจโลก กระจายความเสี่ยง ยกระดับบริการ และเติบโตอย่างแข็งแกร่ง

KGI สรุปภาพรวมตลาดทุนปี 68 ส่ง DW13 ครองส่วนแบ่งตลาด พร้อมเปิดกลยุทธ์รับมือความท้าทายปี 69 รุก Wealth Management รับมือเศรษฐกิจโลกผันผวน

นายจื้อ-หง หลิน กรรมการอำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปี 2568 แม้ตลาดหุ้นไทยจะมีความผันผวนสูงในกรอบระหว่าง 1,100-1,400 จุด แต่ DW13 ของเคจีไอกลับได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะ DW อ้างอิงดัชนี SET50 ที่ครองส่วนแบ่งตลาดสูงถึง 74% ด้วยมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยประมาณ 700 ล้านบาทต่อวัน สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อผลิตภัณฑ์และการดูแลสภาพคล่องของบริษัท สำหรับปี 2569 คาดว่าความผันผวนของตลาดหุ้นไทยที่สูงขึ้นจากปัจจัยรอบด้าน จะเป็นแรงผลักดันให้ความต้องการลงทุนใน DW เติบโตอย่างต่อเนื่อง บริษัทจึงเตรียมเพิ่มปริมาณการออก DW เป็นประมาณ 900 ตัว เพิ่มขึ้นจาก 792 ตัวในปีที่ผ่านมา

"เคจีไอยังคงมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ DW อย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการให้ข้อมูลและมุมมองการลงทุนที่เหมาะสม เพื่อช่วยให้นักลงทุนสามารถใช้ DW เป็นเครื่องมือบริหารพอร์ตในภาวะตลาดที่ผันผวนได้อย่างมีประสิทธิภาพ"

นอกจากนี้ยังเริ่มเห็นแนวโน้มการขยายการลงทุนสู่สินทรัพย์ต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะผ่านผลิตภัณฑ์ประเภท Depositary Receipt หรือ DR เช่น TAIWANAI13 ที่ช่วยกระจายความเสี่ยงในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ซึ่งเคจีไอเองให้ความสำคัญกับการให้ความรู้เพื่อให้นักลงทุนเข้าใจความเสี่ยงและการวางกลยุทธ์การลงทุนให้เหมาะสมท่ามกลางทางเลือกที่หลากหลาย

ด้านธุรกิจ Wealth Management ปีที่ผ่านมาเติบโตได้ดีตามทิศทางสินทรัพย์ทั่วโลกที่เป็นบวกเกือบทุกประเภท ซึ่งในหลายภูมิภาคมีการปรับตัวสูงขึ้นมากกว่า 10% และเพื่อรองรับการขยายตัวในปี 2569 นี้ เคจีไอได้แต่งตั้ง นายชาญ เพ็ญชาติ เข้าดำรงตำแหน่งผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่าย Wealth Management เพื่อยกระดับคุณภาพคำแนะนำการลงทุนและการให้บริการ รวมถึงการคัดสรรผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่หลากหลายร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจทั้งในประเทศและสากล โดยเน้นการลงทุนที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่มีความเสี่ยงต่ำที่สุด ไม่ว่าจะมาจากสินทรัพย์ใดก็ตาม พร้อมด้วย Tactical Investment ไม่ว่าจะเป็นในกลุ่ม Thematic เช่น AI หรือในสินทรัพย์ทางเลือก เช่น Commodity หรือ Private Asset เพื่อสร้างโอกาสในการทำกำไรให้กับลูกค้า

ในปีนี้ เคจีไอยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อทั้งเศรษฐกิจและตลาดหุ้นโลก โดยคาดการณ์ว่ากลุ่มประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้วอย่างสหรัฐฯ จะยังคงขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง โดยได้รับอานิสงส์จากแนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายจากธนาคารกลางของสหรัฐฯ และการพัฒนาของ AI ทั้งในสหรัฐฯ และจีน ซึ่งจะส่งผลดีต่อผลประกอบการของบริษัทที่อยู่ในกลุ่มต้นน้ำและได้รับอานิสงส์จาก AI อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องระมัดระวังความเสี่ยงโดยเฉพาะในด้าน Valuation และภูมิรัฐศาสตร์ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อาทิ ประเด็นเรื่องกรีนแลนด์ และนโยบายกำแพงภาษี โดยเคจีไอยังคงแนะนำให้คงสัดส่วนการลงทุนในหุ้นเพื่อรับโอกาสเติบโต ควบคู่ไปกับการกระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ เพื่อป้องกันความผันผวนของตลาดที่อาจเกิดขึ้นในระยะสั้น

สำหรับธุรกิจตราสารหนี้ในปี 2568 เติบโตแข็งแกร่งจากการลดดอกเบี้ยนโยบายและเม็ดเงินจากต่างชาติที่ไหลเข้ากว่า 7.2 หมื่นล้านบาท ผลักดันให้มูลค่าตลาดขยายตัว 4.6% โดยเคจีไอประสบความสำเร็จในการสร้างรายได้ที่เติบโตขึ้น รวมถึงกำไรจากการค้าตราสารหนี้ที่อยู่ในระดับที่ดี อย่างไรก็ตาม ในปี 2569 แม้คาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีแนวโน้มปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลงสู่ระดับ 1.00% จากปัจจุบันที่ 1.25% แต่อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรระยะยาวกลับมีแนวโน้มทรงตัวหรือปรับสูงขึ้นจากอุปทานพันธบัตรที่เพิ่มขึ้นเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณและความผันผวนของเงินเฟ้อโลก ส่งผลให้ปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้มีแนวโน้มชะลอตัวลง ด้วยเหตุนี้เคจีไอจึงเน้นการดำเนินงานด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษเพื่อรับมือกับความเสี่ยงจากสินทรัพย์ต่างประเทศและสภาพคล่องในระบบยังคงอยู่ในระดับสูง พร้อมรุกขยายฐานลูกค้ากลุ่มสถาบันและกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน

ขณะเดียวกัน ธุรกิจหลักทรัพย์สถาบันในปี 2568 ก็มีการเติบโตอย่างโดดเด่นท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและการเมืองภายในประเทศ โดยสัดส่วนนักลงทุนสถาบันในประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 10.09% และนักลงทุนต่างประเทศขยับขึ้นมาที่ 52.83% ส่งผลให้เคจีไอสามารถรุกตลาดและเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยจุดแข็งด้านบริการที่รวดเร็วและทันต่อเหตุการณ์ สำหรับปี 2569 แม้คาดว่าปริมาณการซื้อขายสถาบันจะยังทรงตัว แต่ตลาดยังมีปัจจัยหนุนจากทั้งประเด็นการเมืองภายใน มูลค่าหุ้นที่ยังอยู่ในระดับต่ำ รวมถึงกระแส De-Dollarization และแนวโน้มอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่เริ่มทรงตัว ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในระยะถัดไป

นายจื้อ-หง หลิน กล่าวทิ้งท้าย "เคจีไอยังคงมุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพการบริการ ความฉับไว และความแม่นยำในการวิเคราะห์ พร้อมพัฒนาบทวิเคราะห์อย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจลงทุนของนักลงทุนทุกกลุ่มอย่างมีประสิทธิภาพ"


ข่าวหลักทรัพย์ เคจีไอ+บริษัทหลักทรัพย์วันนี้

KGI ปี 68 ทำกำไร 866 ลบ. พร้อมแจกปันผลหุ้นละ 0.31 บาท

บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KGI รายงานผลการดำเนินงานปี 2568 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568 บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 866 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 865 ล้านบาท โดยบริษัทฯ ยังมีผลกำไรที่ดีอีกปีหนึ่ง ด้วยการมีโครงสร้างที่หลากหลาย สะท้อนความแข็งแกร่ง ถึงแม้ว่าในปี 2568 จะเป็นปีที่ยากลำบากสำหรับธุรกิจหลักทรัพย์ โดยบริษัทฯ มีรายได้รวม 3,686 ล้านบาท มีโครงสร้างรายได้หลักของบริษัทประกอบด้วย กำไรและผลตอบแทนจากเครื่องมือทางการเงิน 37% รายได้ค่าธรรมเนียมและค่าบริการ

นายอภิชาต ตั้งเกียรติศิลป์ กรรมการผู้จัดก... KGI กวาด 2 รางวัลใหญ่จาก ThaiBMA ตอกย้ำศักยภาพผู้นำตลาดตราสารหนี้ไทย — นายอภิชาต ตั้งเกียรติศิลป์ กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายธุรกิจตราสารหนี้ บริษัทหลักทรัพย์ เ...

ดร. จื้อ-หง หลิน (ที่ 4 จากขวา) กรรมการอำ... KGI ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้าน TFEX คว้า 3 รางวัลในงาน TFEX Best Award 2025 — ดร. จื้อ-หง หลิน (ที่ 4 จากขวา) กรรมการอำนวยการ พร้อมด้วย คุณจริยา โปษยะจินดา (...

บมจ.เอ็มเอ็มเอ็ม แคปปิตอล "MMM" ผู้ให้บริ... MMM ฮอต! เปิดจองวันแรก นลท. แห่จอง PO เพียบ — บมจ.เอ็มเอ็มเอ็ม แคปปิตอล "MMM" ผู้ให้บริการด้านตัวแทนการขายอสังหาริมทรัพย์อย่างครบวงจร เสนอขายหุ้นสามัญ...