กรมอนามัย แนะพัฒนาการเด็ก "นั่ง ยืน เดิน" ตามอายุ ชี้รถหัดเดินไม่ได้ช่วยให้เดินเร็วขึ้น

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แนะพ่อแม่ ผู้ปกครอง และสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย ใส่ใจพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวของเด็ก โดยเฉพาะทักษะสำคัญ "นั่ง ยืน เดิน" ซึ่งเป็นรากฐานของการเรียนรู้การช่วยเหลือตนเอง และพัฒนาการด้านสติปัญญา และอารมณ์ในระยะยาว พร้อมย้ำการสังเกตสัญญาณเตือนล่าช้า และกระตุ้นพัฒนาการอย่างเหมาะสมตามวัย

กรมอนามัย แนะพัฒนาการเด็ก "นั่ง ยืน เดิน" ตามอายุ ชี้รถหัดเดินไม่ได้ช่วยให้เดินเร็วขึ้น

แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า การเคลื่อนไหวหรือพัฒนาการด้านกล้ามเนื้อมัดใหญ่ (Gross Motor) เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญของการเติบโต โดยเฉพาะช่วงวัย 0-3 ปี เป็นช่วง ที่สมองและระบบประสาทพัฒนาอย่างรวดเร็ว หากเด็กได้รับการส่งเสริมที่เหมาะสม จะช่วยให้เกิดการเชื่อมต่อของสมองที่แข็งแรง และลดความเสี่ยงพัฒนาการล่าช้า สำหรับพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหว (Gross Motor) ได้แก่ อายุ 12-15 เดือน สามารถยืนเอง เดินก้าวแรก ปีนขึ้นบริเวณเตี้ยๆ ได้ อายุ 18 เดือน เริ่มเดินมั่นคง สามารถดึงของเล่น ลาก และเริ่มขึ้น-ลงบันไดมีผู้ช่วย อายุ 2 ปี สามารถวิ่ง เตะบอล และกระโดดสองเท้าได้ อายุ 3 ปี เริ่มเดินขึ้นบันไดสลับเท้า ปั่นรถสามล้อได้ พร้อมย้ำการสังเกตสัญญาณเตือนล่าช้า และ ส่งเสริมพัฒนาการ อย่างเหมาะสมตามวัย

แพทย์หญิงนงนุช ภัทรอนันตนพ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า พัฒนาการเด็กแต่ละคนอาจแตกต่างกันเล็กน้อย แต่หากอายุ 9 เดือนแล้วยังนั่งเองไม่ได้ หรืออายุ 18 เดือนแล้วยังเดินไม่ได้ ควรพาเด็กเข้ารับการประเมินพัฒนาการที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน ควรสังเกตสัญญาณเตือนที่ควรเฝ้าระวัง ได้แก่ กล้ามเนื้ออ่อนปวกเปียกมาก หรือแข็งเกร็งผิดปกติ ไม่พยายามเคลื่อนไหวหรือเปลี่ยนท่า ใช้มือข้างใดข้างหนึ่งชัดเจนก่อนอายุ 1 ปี (โดยไม่ยอมใช้อีกข้างหยิบจับของ) หรือ สูญเสียทักษะที่เคยทำได้ สำหรับการส่งเสริมพัฒนาการแนะนำให้พ่อแม่ "เล่นกับลูกทุกวัน" และเปิดโอกาสให้เด็กได้เคลื่อนไหวอย่างอิสระในพื้นที่ปลอดภัย เช่น ทำ Tummy Time เพื่อส่งเสริมพัฒนาการ กล้ามเนื้อมัดใหญ่ ตั้งแต่วัยทารก คือ การให้ทารกนอนคว่ำขณะตื่นและมีผู้ใหญ่ดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อกระตุ้นพัฒนาการกล้ามเนื้อมัดใหญ่ โดยเฉพาะกล้ามเนื้อคอ ไหล่ หลัง และลำตัว วางของเล่นล่อด้านข้างเพื่อกระตุ้นการพลิกตัวและคลาน จัดพื้นที่ปลอดภัยให้เกาะยืนและก้าวเดิน หลีกเลี่ยงการใช้รถหัดเดิน เพราะอาจเสี่ยงอุบัติเหตุและไม่ช่วยให้เดินเร็วขึ้นลดเวลาหน้าจอ โดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี

แพทย์หญิงทิพา ไกรลาศ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมสุขภาพ กล่าวว่า สำหรับที่นิยมใช้ในประเทศไทย ไม่ได้ช่วยให้เดินเร็วขึ้น และอาจทำให้พัฒนาการเดินของเด็กช้าลง เพราะท่าเคลื่อนไหวไม่เหมือนการเดินปกติและกล้ามเนื้อไม่พัฒนาอย่างเหมาะสม หลายประเทศทั่วโลก สั่งห้ามจำหน่าย เพราะเสี่ยงอันตรายสูง อาทิ 1) ตกบันได ตกที่สูง เด็กในรถหัดเดินสามารถเคลื่อนไหวได้เร็วและไกลกว่าที่ผู้ปกครองคาด เด็กอาจเลื่อนไหลไปติดบันไดหรือพื้นที่ต่างระดับ ทำให้ตกลงมาและเกิดอาการบาดเจ็บรุนแรงต่อศีรษะหรือกระดูกได้อย่างรวดเร็ว 2) กระดูกแตกหรือบาดเจ็บศีรษะ เด็กที่ใช้รถหัดเดินอาจได้รับบาดเจ็บ โดยเฉพาะการตกลงบันไดและชนจนศีรษะได้รับบาดเจ็บรุนแรง 3) เผลอเข้าถึงของร้อน วัตถุอันตรายได้ง่าย เพราะเด็กสูงขึ้นในรถหัดเดิน เขาสามารถเข้าถึงโต๊ะ อุปกรณ์ในครัว หรือของร้อน เช่น กาแฟร้อน หม้อบนเตา ได้ง่าย ซึ่งอาจเกิดไฟลวกหรือชนกระทะร้อนล้มใส่ตัวเองได้ 4) เสี่ยงจมน้ำ รถหัดเดินสามารถพาเด็กไปถึงที่ซึ่งอันตราย เช่น อ่างหรือบริเวณสระน้ำได้อย่างรวดเร็ว แม้มีผู้ดูแลอยู่ใกล้ ๆ ข้อแนะนำการฝึกเคลื่อนไหวที่ปลอดภัย คือ การใช้เพลย์เพน/คอกกั้นสำหรับฝึกยืน-เดิน เดินบนพื้นปลอดภัยหรือแผ่นโฟม ดูแลใกล้ชิดเมื่ออยู่ใกล้บันไดหรือพื้นต่างระดับ ให้เด็กเดินเท้าเปล่าหรือใส่รองเท้านิ่ม กระตุ้นด้วยกิจกรรมการกลิ้งบอล ปีนป่ายตามวัยเดินเล่นกลางแจ้ง เพื่อส่งเสริมพัฒนาการเด็กสมวัยต่อไป


ข่าวอัมพร เบญจพลพิทักษ์+กระทรวงสาธารณสุขวันนี้

กรมอนามัย ชวนรุ่นใหญ่วัยเก๋าแอคทีฟ ต่อยอดกระแสแอโรบิกสวนลุม สร้างทุกจังหวะ ให้มีคุณค่า"ขยับทุกวัน แข็งแรงทุกวัย"

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ชวนผู้สูงอายุออกกำลังกายตามกระแส "แอโรบิกสวนลุมพินี" ตามแนวคิด "ขยับทุกวัน แข็งแรงทุกวัย" พร้อมย้ำ การขยับร่างกายเป็นประจำช่วยเสริมความแข็งแรงของหัวใจและปอด เพิ่มกำลังกล้ามเนื้อ การทรงตัว ลดความเสี่ยงหกล้ม และส่งผลดีต่อสุขภาพจิต พร้อมแนะเลือกท่าออกกำลังกายที่เหมาะกับสมรรถภาพ แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า จากกระแส "แอโรบิกสวนลุมพินี" ที่กำลังได้รับความนิยมบนโลกออนไลน์ สะท้อนให้เห็นว่า การออกกำลังกายในพื้นที่สาธารณะเป็นกิจกรรมที่เข้าถึงง่าย สนุก

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เปิดตัว "แพลตฟ... วันไอโอดีนแห่งชาติ กรมอนามัยชูแพลตฟอร์มดิจิทัลติดตามหญิงตั้งครรภ์-คุณภาพเกลือทั่วไทย — กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เปิดตัว "แพลตฟอร์มไอโอดีน ระยะที่ 2" เนื...