ความเสี่ยงไซเบอร์กำลังยกระดับจากประเด็นด้านไอที สู่ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่กระทบความเชื่อมั่นและความสามารถแข่งขันของประเทศ หลังข้อมูลการรั่วไหลของ Username และ Password ในไทยเพิ่มขึ้นถึง 6,250% จาก 80,000 รายการ เป็นกว่า 5 ล้านรายการ สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก 164% และอาจสร้างความเสียหายสะสมแตะ 50,000 ล้านบาท
นายอัตพล พยัคฆ์ รักษาการกรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่ด้านเทคโนโลยี บริษัท ไซเบอร์จีนิคส์ จำกัด ผู้ให้บริการโซลูชั่นด้านความปลอดภัยไซเบอร์ในเครือ "จีเอเบิล" กล่าวว่า ปี 2026 จะเป็นช่วง "Perfect Storm" ของความมั่นคงไซเบอร์ เมื่อ AI, Cloud และ Quantum Computing ถูกนำมาใช้ทั้งฝั่งธุรกิจและฝั่งผู้โจมตี ทำให้รูปแบบการแฮกเป็นอัตโนมัติและรวดเร็วระดับมิลลิวินาที ต้นทุนความเสียหายไม่ได้จำกัดแค่ค่าไถ่หรือค่ากู้ระบบ แต่รวมถึงการหยุดชะงักทางธุรกิจ ความเชื่อมั่นของลูกค้า และความเสี่ยงด้านกฎหมาย หากองค์กรยังพึ่งพารหัสผ่านเป็นกลไกหลัก ความเสียหายจะเพิ่มแบบทวีคูณ
CyberGenics ประเมินว่า โครงสร้างความปลอดภัยแบบเดิมที่เน้นป้องกันรอบนอกองค์กรไม่สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมธุรกิจยุคดิจิทัลที่พนักงาน คู่ค้า และระบบคลาวด์เชื่อมต่อกันตลอดเวลา แนวทางที่ควรเร่งดำเนินการ คือการปรับสู่โมเดล "Zero Trust" ซึ่งยึดหลักตรวจสอบทุกการเข้าถึง ไม่เชื่อถือโดยอัตโนมัติ แม้จะล็อกอินถูกต้อง
กลยุทธ์หลักประกอบด้วย
1. Identity-first Security ใช้ AI วิเคราะห์พฤติกรรมการใช้งาน ไม่พึ่งพารหัสผ่านเพียงอย่างเดียว
2. Least Privilege จำกัดสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลตามหน้าที่ ลดวงความเสียหายหากบัญชีถูกเจาะ
3. Autonomous Response ตอบสนองภัยคุกคามอัตโนมัติในระดับเครื่องจักร ลดการพึ่งพาการตัดสินใจแบบแมนนวล
นอกจากปัญหารหัสผ่านรั่วไหล CyberGenics ยังเตือน 3 ความเสี่ยงเชิงระบบที่กระทบภาคธุรกิจโดยตรง ได้แก่
1. ความเสี่ยงจากคู่ค้า (Third-party Risk) การรั่วไหลผ่านพาร์ตเนอร์เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนความจำเป็นในการบริหารความเสี่ยงห่วงโซ่อุปทานดิจิทัลอย่างรอบด้าน
2. Social Engineering ด้วย AI การใช้ Deepfake ปลอมเสียงหรือภาพผู้บริหารเพื่อหลอกโอนเงิน มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นและสร้างความเสียหายมูลค่าสูง
3. Harvest Now, Decrypt Later การเก็บข้อมูลเข้ารหัสไว้เพื่อรอถอดรหัสเมื่อเทคโนโลยี Quantum พัฒนาเต็มที่ ส่งผลต่อองค์กรที่ถือครองข้อมูลระยะยาว เช่น การเงิน สุขภาพ และโครงสร้างพื้นฐาน
ขณะที่ ข้อมูลจาก Allianz และ NCSA สะท้อนภาพที่น่ากังวลอย่างยิ่ง เมื่อพบว่าข้อมูล Username และ Password ของคนไทยที่รั่วไหลเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดกว่า 6,250% จากระดับเพียง 8 หมื่นรายการ เป็น 5 ล้านรายการ นอกจากนี้ ประเทศไทยยังเผชิญการโจมตีทางไซเบอร์เฉลี่ยกว่า 3,200 ครั้งต่อสัปดาห์ สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกถึง 164% ตัวเลขเหล่านี้ชี้ชัดว่าองค์กรไทยกำลังตกอยู่ในเรดาร์ของภัยคุกคามดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากประเมินความเสียหายในเชิงเศรษฐกิจ ผลกระทบสะสมจากอาชญากรรมไซเบอร์อาจมีมูลค่าความเสียหายสะสมพุ่งสูงเทียบเท่ากับวิกฤตแผ่นดินไหวที่คาดการณ์ไว้ถึง 5 หมื่นล้านบาท นั่นหมายความว่า "ความเสี่ยงทางไซเบอร์" ไม่ได้เป็นเพียงประเด็นด้าน IT อีกต่อไป แต่เป็นความเสี่ยงเชิงโครงสร้างต่อระบบเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นโดยรวม
ดังนั้น การลงทุนในแนวคิด Identity-first Security และ Zero Trust ยกระดับมาตรฐานการเข้ารหัสสู่ Post-Quantum Cryptography ไม่ใช่ต้นทุนส่วนเกิน แต่เป็นการบริหารความเสี่ยงเชิงรุก เพื่อรักษาความต่อเนื่องทางธุรกิจในยุคที่ภัยคุกคามไซเบอร์ทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง
"คำถามไม่ใช่ว่าจะถูกโจมตีหรือไม่ แต่คือองค์กรจะควบคุมความเสียหายได้เร็วแค่ไหน ความมั่นคงไซเบอร์จึงเป็นวาระระดับผู้บริหารและบอร์ด ไม่ใช่เพียงฝ่ายไอที" นายอัตพลกล่าว
อีริคสัน จับมือ ดีป้า เปิดตัวโครงการ 'Ericsson Educate' ยกระดับทักษะเทคโนโลยีแห่งศตวรรษที่ 21 แก่ผู้เรียนชาวไทย
เปิดแล้วอย่างยิ่งใหญ่ บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 สะท้อนพลังอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ขับเคลื่อนเศรษฐกิจอนาคต ภายใต้ธีม "THE ICONIC SYNCHRONICITY"
เอเชียแปซิฟิกเป็นศูนย์กลางควอนตัม แคสเปอร์สกี้ชี้พบความเสี่ยงไซเบอร์ที่สำคัญ
รายงานวิจัยจาก Unit 42 เปิดเผยความเสี่ยงไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้นในหลายอุตสาหกรรมสำคัญ
แคสเปอร์สกี้แนะ 7 สูตรเด็ดลดความเสี่ยงไซเบอร์สำหรับโซเชียลมีเดียองค์กร
ทำไม Digital Risk และ Digital Inequality กำลังเป็น new trend ของโลกในเวลานี้?