กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แนะหญิงตั้งครรภ์คุมเข้มพฤติกรรมสุขภาพผ่านสูตรลับ "5 อ." ตัดวงจรโรค NCDs ทั้งเบาหวานและความดันโลหิตสูง ที่อาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์เน้นย้ำหัวใจสำคัญคือ การรีบฝากครรภ์ภายใน 12 สัปดาห์แรก เพื่อคัดกรองความเสี่ยงและรับการดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อ "แม่สุขภาพดี ลูกแข็งแรง" เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน
แพย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กรมอนามัยเดินหน้าส่งเสริมสุขภาพหญิงตั้งครรภ์ไทยให้ห่างไกลจากโรค NCDs ซึ่งปัจจุบันเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญ โดยเฉพาะภาวะเบาหวานและความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์ ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อทั้งแม่และลูกในครรภ์ หากไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสม เน้นย้ำ การฝากครรภ์เร็ว คือ ภายใน 12 สัปดาห์แรก เพื่อเข้ารับการตรวจคัดกรองความเสี่ยงอย่างละเอียด ทั้งการวัดระดับน้ำตาลในเลือด ตรวจเช็กความดันโลหิต และประเมินค่าดัชนีมวลกาย เพื่อประเมินความเสี่ยงและอันตรายจากโรค สำหรับการดูแลสุขภาพกรมอนามัยแนะนำหญิงตั้งครรภ์ปฏิบัติตามหลั "5 อ. ลดเสี่ยง" ได้แก่ 1) อ.อาหารดี กินครบหมู่ ลดหวาน มัน เค็ม 2) อ.ออกกำลังกาย สม่ำเสมอ พอเหมาะ 3) อ.อารมณ์ดี ไม่เครียด พักผ่อนเพียงพอ 4) อ.อบายมุข งดบุหรี่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาเสพติด และ 5) อ.อิงคำแนะนำแพทย์ ฝากครรภ์สม่ำเสมอ ไม่ซื้อยากินเอง เพื่อให้การตั้งครรภ์ครั้งนี้ เป็นการเริ่มต้นชีวิตที่แข็งแรงของลูกน้อย
ด้านแพทย์หญิงนงนุช ภัทรอนันตนพ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวเพิ่มเติมว่า การวางแผนการดูแลสุขภาพอย่างมีประสิทธิภาพ ควรมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดความเสี่ยง โดยคุณแม่ควรให้ความสำคัญกับการเลือกรับประทานอาหารที่ครบ 5 หมู่ในปริมาณที่พอเหมาะ เน้นอาหารที่มีกากใยสูงจากผัก ผลไม้ และธัญพืชไม่ขัดสี เลือกโปรตีนไขมันต่ำจากปลา ไข่ หรือเต้าหู้ พร้อมกับหลีกเลี่ยงอาหารรสจัดที่หวานจัด มันจัด หรือโซเดียมสูง รวมถึงงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และคาเฟอีนที่มากเกินไป ที่สำคัญคือต้องสลัดความเชื่อเรื่องการกินเผื่อลูก โดยไม่คำนึงถึงแคลอรี แต่ควรควบคุมน้ำหนักตัวให้เพิ่มขึ้นตามเกณฑ์ BMI ก่อนการตั้งครรภ์ เช่น คุณแม่ที่มีค่า BMI ปกติ น้ำหนักควรเพิ่มขึ้นไม่เกิน 11-16 กิโลกรัม ส่วนคุณแม่ที่มีภาวะอ้วนควรควบคุมให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นไม่เกิน 7 กิโลกรัมตลอดการตั้งครรภ์
แพทย์หญิงทิพา ไกรลาศ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมสุขภาพ กล่าวว่า นอกจากการคุมอาหารแล้ว การออกกำลังกายอย่างเหมาะสมก็เป็นสิ่งจำเป็น โดยควรทำอย่างสม่ำเสมอ เช่น การเดินหรือโยคะสำหรับหญิงตั้งครรภ์ ครั้งละ 30 นาที ประมาณ 3-5 วันต่อสัปดาห์ ควรงดสูบบุหรี่ และบุหรี่ไฟฟ้า ดูแลสุขภาพจิตให้สมดุลไม่เครียดจนเกินไป เพราะความเครียดส่งผลโดยตรงต่อฮอร์โมนและระบบเผาผลาญ ทั้งนี้ ต้องไม่ลืมปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ทั้งการรับประทานวิตามินเสริม และการรับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ บาดทะยัก คอตีบและไอกรน
กรมอนามัยเปิดเวทีระดมสมองผู้เชี่ยวชาญระดับชาติ ชูผลสำรวจสุขภาพเด็กไทย NHES 7 ขับเคลื่อนนโยบายพัฒนาเด็กปฐมวัยและเยาวชนอย่างบูรณาการ
กรมอนามัย หนุน "10 เสาหลักสุขภาพดี ทุกเพศเข้าถึงได้" พร้อมพัฒนาหลักสูตรบริการสุขภาพสำหรับผู้มีความหลากหลายทางเพศ
สธ. ผนึกทุกภาคส่วน เปิดเวที Active Living Forum 2026 สร้างประเทศไทยแอคทีฟ
กรมอนามัย WHO มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย เดินหน้าส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ยกระดับคุณภาพเด็กไทย รับมือวิกฤติเด็กเกิดน้อย
สธ. เปิดชื่อ 14 แบรนด์ดัง ร่วมแคมเปญ 'หวานปกติ = หวาน50%' เผยคนไทยสั่งหวานน้อยเพิ่มขึ้น
กรมอนามัย ดึงโลตัส-เซเว่น ร่วมแคมเปญให้คนไทยเข้าถึงนมจืดง่ายขึ้น ชวนดื่มนม ตั้งแต่เด็ก เสริมสูง ลดความเสี่ยงมวลกล้ามเนื้อน้อย ป้องกันกระดูกพรุนเมื่อสูงวัย
กรมอนามัยรณรงค์ "พระแอคทีฟ" ชวนพระสงฆ์เดินจงกรม กวาดวัด ยืดเหยียด พร้อมแนะประชาชนทำบุญยุคใหม่ "ถวายอาหารสุขภาพ" ลดโรค NCDs
ส่องเทรนด์ Longevity-Healthy Ageing ชวนสูงวัยแอคทีฟ! อายุยืน อย่างมีคุณภาพ แนะขยับตามสูตร 2:1:1 ลดหกล้ม ลด NCDs
กรมอนามัย ชู "มาตรฐานอนามัยแม่และเด็ก" ส่งรถพระราชทานเพื่อแม่และเด็กไทย ดูแลถึงชุมชนและพื้นที่ห่างไกล ลดเหลื่อมล้ำสุขภาพ