ในปี 2569 ซึ่งนับเป็นปีแห่งการปรับเปลี่ยนแนวทางการลงทุน เอชเอสบีซี ไพรเวท แบงค์ (HSBC Private Bank) แนะนำให้นักลงทุนเสริมสร้างความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่นของพอร์ตการลงทุน ผ่านการกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ผสม (multi-asset) เพื่อคว้าโอกาสการเติบโตจากแนวโน้มการเติบโตของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทั่วโลก พร้อมบริหารความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนด้านนโยบายและภูมิรัฐศาสตร์
เอชเอสบีซี ไพรเวท แบงค์ (HSBC Private Bank) เปิดเผยรายงาน "กลยุทธ์การลงทุนไตรมาส 1 ปี 2569 ในธีม "สร้างความยืดหยุ่นให้พอร์ตการลงทุนในโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง"" ซึ่งได้ทำการคาดการณ์ว่า การเร่งนำ AI ไปใช้และการสร้างรายได้จาก AI จะยังคงสนับสนุนการเติบโตของกำไรภาคธุรกิจอย่างแข็งแกร่งในปี 2569 ส่งผลให้ธนาคารยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อความเสี่ยงและเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นโลกมากกว่าปกติ นอกจากนี้ ธนาคารยังคงเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ และมีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นจีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง สิงคโปร์ เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น โดยเสริมการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตผ่านการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในตราสารหนี้ระดับลงทุนจากทั่วโลก (Investment Grade Bonds) สินเชื่อคุณภาพในเอเชียและตลาดเกิดใหม่ ทองคำ และกองทุนเฮดจ์ฟันด์ ควบคู่ไปกับการจัดสรรกลยุทธ์การลงทุนไปยังหุ้นหลักทรัพย์นอกตลาด (Private Equity) สินเชื่อบริษัทเอกชนและโครงสร้างพื้นฐาน
สำหรับประเทศไทย ธนาคารคาดว่าเศรษฐกิจจะชะลอตัวลงเล็กน้อยในปี 2569 แม้จะมีการผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติม โดยคาดว่าเงินบาทจะอ่อนค่าลงเล็กน้อย และตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มให้ผลตอบแทนต่ำกว่าตลาดหุ้นในภูมิภาค
เอชเอสบีซี ไพรเวท แบงค์ แนะ 4 กลยุทธ์การลงทุนไตรมาส 1 ปี 2569
(1) ขยายมุมมองการลงทุนในหุ้นให้ครอบคลุมมากกว่า AI
แม้ว่าการลงทุนด้าน AI ทั่วโลกจะยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโตของกำไรในปี 2569 แต่ธนาคารเห็นว่านักลงทุนควรกระจายการลงทุนให้กว้างกว่ากลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ (Mega Tech) เพื่อลดความเสี่ยงด้านมูลค่าและการกระจุกตัวของพอร์ต โดยหุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคได้รับประโยชน์จากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากศูนย์ข้อมูล (data centres) ขณะที่หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมและการเงินยังมีมูลค่าที่น่าสนใจและมีแนวโน้มกำไรเชิงบวก
(2) รับมือกับความผันผวนของตลาดด้วยสินทรัพย์ทางเลือกและกลยุทธ์การลงทุนในสินทรัพย์ผสม (Multi-Asset)
ความผันผวนของตลาดในระยะสั้นอาจเกิดขึ้นจากความกังวลของหนี้รัฐบาล ความเสี่ยงภาวะฟองสบู่จาก AI และความไม่แน่นอนของนโยบายธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) สามารถบริหารจัดการได้ผ่านกลยุทธ์การลงทุนในสินทรัพย์ผสม ได้แก่ การลงทุนในทองคำ กองทุนเฮดจ์ฟันด์ และสินทรัพย์ในตลาดเอกชน เพื่อเสริมความยืดหยุ่นของพอร์ตการลงทุน
(3) เสริมความแข็งแกร่งของพอร์ตด้วยรายได้ที่มั่นคง
ในด้านตราสารหนี้ ธนาคารคาดว่าพันธบัตรการลงทุนทั่วโลกยังให้โอกาสสร้างรายได้ที่น่าสนใจกว่าตราสารหนี้ที่ให้ผลตอบแทนสูง ซึ่งมีส่วนต่างของอัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้ภาคเอกชนที่เพิ่มขึ้นจากพันธบัตรรัฐบาลไม่มากนัก ขณะที่ตราสารหนี้ภาคเอกชนสกุลเงินหลักของตลาดเกิดใหม่ และตราสารหนี้สกุลเงินท้องถิ่นยังให้ผลตอบแทนจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่น่าสนใจ นอกจากนี้ การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานภาคของเอกชนสามารถช่วยสร้างรายได้ที่สม่ำเสมอและช่วยป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อได้บางส่วน
(4) เพิ่มโอกาสการกระจายความเสี่ยงจากนวัตกรรมและรายได้ในเอเชีย
ธนาคารแนะนำกลยุทธ์การลงทุนบาร์เบล (Barbell strategy) โดยเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้นจีนแผ่นดินใหญ่ ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ เพื่อรับประโยชน์จากแนวโน้มการเติบโตของ AI และการปฏิรูปด้านบรรษัทภิบาล ควบคู่กับการสร้างรายได้ผ่านการเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้นฮ่องกงและสิงคโปร์ ซึ่งมีมูลค่าที่น่าสนใจและให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลสูง
นางฟาน ชุค วาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการลงทุน ประจำภูมิภาคเอเชีย (Chief Investment Officer, Asia) ของเอชเอสบีซี ไพรเวท แบงค์ กล่าวว่า "เรายังคงกลยุทธ์การลงทุนที่รับความเสี่ยงในระดับปานกลาง โดยคาดว่ากำไรภาคธุรกิจในปี 2569 จะยังแข็งแกร่ง จากแรงหนุนของนวัตกรรมที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและนโยบายที่เอื้อต่อตลาด เราเห็นโอกาสในการกระจายการลงทุนที่น่าสนใจในหลายภูมิภาค หลากหลายอุตสาหกรรม สไตล์การลงทุน และประเภทสินทรัพย์ ซึ่งช่วยให้นักลงทุนสามารถบริหารความเสี่ยงด้านมูลค่าและการกระจุกตัวของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ"
"เอเชียกลายเป็นภูมิภาคที่โดดเด่นในฐานะผู้ได้รับประโยชน์โดยตรงจากคลื่นการลงทุนด้าน AI ระลอกใหม่และการนำ AI มาใช้อย่างรวดเร็ว จากการเป็นศูนย์กลางการผลิตฮาร์ดแวร์เทคโนโลยีของโลก ตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่และเป็นฐานการผลิตสำคัญ เราจึงเห็นโอกาสการกระจายการลงทุนที่น่าสนใจจากระบบนิเวศ AI ของเอเชียที่มีขนาดใหญ่และเติบโตอย่างรวดเร็ว ขณะที่เศรษฐกิจในภูมิภาคซึ่งขับเคลื่อนด้วยอุปสงค์ภายในประเทศยังมีความยืดหยุ่น และสามารถสร้างแหล่งรายได้ที่หลากหลายและยั่งยืนในระยะยาว ดังนั้น กลยุทธ์การลงทุนบาร์เบลของเราจึงสร้างสมดุลระหว่างการลงทุนในผู้นำนวัตกรรมเทคโนโลยีกับการเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้นปันผลสูงและตราสารหนี้คุณภาพในเอเชีย" นางฟาน กล่าวเสริม
เอชเอสบีซี ไพรเวท แบงค์ ได้พัฒนาธีมการลงทุนที่มีความเชื่อมั่นสูงภายใต้แนวคิด "เอเชียในระเบียบโลกใหม่" (Asia in the New World Order)
ทั้งนี้ เอชเอสบีซี ไพรเวท แบงค์ ได้แนะนำธีมการลงทุนใหม่ "การเติบโตของศูนย์ข้อมูลในเอเชีย" (Asia's Data Centre Boom) ซึ่งสะท้อนโอกาสการเติบโตที่น่าสนใจจากการเร่งก่อสร้างศูนย์ข้อมูลทั่วภูมิภาค โดยคาดว่ากำลังการผลิตของศูนย์ข้อมูลในเอเชียจะเติบโตเฉลี่ยปีละ 13.1% ในช่วงปี 2568-2573 ซึ่งสูงกว่าภูมิภาคอเมริกาเหนือที่ 9.2% และยุโรปที่ 5.3% "เอเชียมีความได้เปรียบในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านศูนย์ข้อมูลมากกว่าสหรัฐฯ จากแรงสนับสนุนเชิงนโยบายของภาครัฐ ต้นทุนพลังงานที่สามารถแข่งขันได้ ความพร้อมของที่ดิน และความใกล้กับฐานการผลิต โดยธนาคารมีมุมมองเชิงบวกต่อผู้ผลิตชิปในเอเชีย ผู้ผลิตอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ อุปกรณ์ไฟฟ้า ระบบกักเก็บพลังงาน และผู้ให้บริการโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ" นางฟาน กล่าวเสริม
ภาพรวมเศรษฐกิจไทยและคำแนะนำการลงทุน ปีพ.ศ. 2569
การใช้จ่ายภาครัฐที่อยู่ในระดับต่ำ การส่งออกภาคบริการที่อ่อนแอ และการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวที่ล่าช้า ยังคงเป็นปัจจัยกดดันต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยในปี 2569 โดยเอชเอสบีซี ไพรเวท แบงค์ คาดว่าอัตราการเติบโตของ GDP ไทยจะชะลอตัวลงเพิ่มเติมในปี 2569 เหลือประมาณ 1.7% จากผลของการเร่งใช้จ่ายล่วงหน้าในปีก่อนหน้า และแนวโน้มการเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ อาจส่งผลให้การใช้จ่ายภาครัฐชะลอตัวลง อย่างไรก็ตาม ในภาพรวมเชิงบวก ประเทศไทยมีศักยภาพในการได้รับประโยชน์จากการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของการก่อสร้างศูนย์ข้อมูลและบทบาทสำคัญของประเทศในห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์ดิจิทัล
นางฟาน กล่าวเสริมว่า "ราคาพลังงานที่ต่ำและการชะลอตัวของราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในวงกว้าง ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ต่ำกว่ากรอบเป้าหมายเงินเฟ้อของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ 1-3% ต่อเนื่องเป็นเวลา 10 เดือน เราคาดว่าเงินเฟ้อจะยังอยู่ในระดับต่ำที่ประมาณ 0.6% ในปี 2569 และ 1.0% ในปี 2570 จากความต้องการซื้อที่ชะลอตัวต่อราคาสินค้าโดยรวม ทั้งนี้ จากข้อจำกัดในการใช้นโยบายการคลังเพิ่มเติมอย่างมีนัยสำคัญ และระดับหนี้รัฐบาลต่อ GDP ที่ใกล้เพดาน 70% เราจึงคาดว่าธนาคารแห่งประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% ในปี 2569 เพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ"
"หลังจากเงินบาทแข็งค่าในปี 2568 จากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่มีผลต่อทุกภาคส่วน และกระแสเงินทุนต่างชาติไหลเข้ามาเหนือความคาดหมาย เราคาดว่าเงินบาทจะอ่อนค่าลงเล็กน้อย ในปี 2569 คล้ายกับรอบการเลือกตั้งครั้งก่อนในปี 2566 ซึ่งมีความเสี่ยงของเงินทุนไหลออกจากพอร์ตการลงทุน และการชะลอตัวของการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในช่วงก่อนและระหว่างการเลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2566 นอกจากนี้ การคาดการณ์ว่าธนาคารแห่งประเทศไทยจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย ยังมีแนวโน้มทำให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยของเงินบาทแคบลง ส่งผลให้เราคาดว่าอัตราแลกเปลี่ยน USD/THB จะปรับสูงขึ้นสู่ระดับประมาณ 33.2 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ณ สิ้นปี 2569"
"เราคาดว่าตลาดหุ้นไทยจะให้ผลตอบแทนต่ำกว่าตลาดหุ้นในภูมิภาคในปี 2569 โดยคาดว่าบริษัทจดทะเบียนไทยจะมีการเติบโตของกำไรประมาณ 5% ในปี 2569 เนื่องจากอุปสงค์ภายในประเทศที่ยังซบเซา ภาระหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวที่จำกัด และความไม่แน่นอนทางการเมือง ยังคงเป็นปัจจัยกดดันต่อการเติบโตของกำไร แม้ว่าหุ้นไทยจะซื้อขายที่ระดับ 15.2 เท่า ของอัตราส่วนราคาต่อกำไรคาดการณ์ล่วงหน้า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต แต่ยังถือว่ามีมูลค่าสูงเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นเอเชียอื่น ๆ ที่มีระดับมูลค่าถูกกว่า และมีแนวโน้มสร้างการเติบโตของกำไรในระดับสองหลัก ดังนั้น เราจึงยังคงมีมุมมองลดน้ำหนักการลงทุนในหุ้นไทย" นางชึก กล่าวสรุป
SCBX เปิดตัวรายงาน "thAI Consumer AI Adoption 2026" ครั้งแรกกับการเผยพฤติกรรมและความคาดหวังของผู้บริโภคไทยต่อ AI
เวที KKP เจาะลึกวิธีใช้ AI พลิกโฉมโลกธุรกิจเน้น "โจทย์ชัด" คือปัจจัยชี้ขาดความสำเร็จ
เนคเทค สวทช.-วช. ผนึกกำลังติวเข้ม 24 หน่วยงาน ปั้น 'LLM สัญชาติไทย' จุดไฟนวัตกรรมสืบค้นอัจฉริยะ ขับเคลื่อน AI ไทยสู่ระดับสากล
ความท้าทายด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI: เตรียมความพร้อมสู่การปฏิวัติ "Agentic AI"
ผลสำรวจ CIO playbook 2026 จากเลอโนโว เผย องค์กรในอาเซียนพลัส กว่า 96% เตรียมเพิ่มงบการลงทุนด้าน AI อีก 15% ในปีนี้
นูทานิคซ์ คาดการณ์ทางเทคโนโลยี ปี 2026
SCB 10X จับมือศิริราชฯ นำ AI "Typhoon" ผลักดันวงการแพทย์ เปิดผลงานวิจัย "Medical Thinking AI" ยกระดับการให้เหตุผลทางการแพทย์
SYNNEX เปิดบ้าน OPEN HOUSE 2026 ชูแผนรุกปี 2569 ตอกย้ำบทบาท "Empowering the Future Together" รับคลื่นลงทุนยุค AI