สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ดำเนินการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายในหลายมิติ กรณีกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการใช้เทคโนโลยีสแกนม่านตาในการรับเหรียญ Worldcoin (WLD) เพื่อคุ้มครองผู้ลงทุนและประชาชน รวมถึงป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. เปิดเผยว่า ก.ล.ต. ได้ติดตามและตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่เกี่ยวข้องกับเหรียญ Worldcoin (WLD) และกิจกรรมการสแกนม่านตามาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการให้บริการสแกนม่านตาเพื่อรับเหรียญ WLD และกิจกรรมที่อาจเข้าข่ายเป็นการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 (พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯ) ซึ่ง ก.ล.ต. ได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กระทรวงดีอี) กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อเร่งขยายผลการตรวจสอบในเชิงลึก
ที่ผ่านมาในเดือนตุลาคม 2568 ก.ล.ต. ได้ร่วมกับ บช.สอท. เข้าตรวจสอบการให้บริการรับแลกเหรียญ WLD ณ จุดสแกนม่านตา รวมถึงจับกุมผู้ต้องสงสัยที่เข้าข่ายเป็นการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมกับให้ข้อมูลสนับสนุนการดำเนินการของพนักงานสอบสวน ต่อมาเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2569 ก.ล.ต. จึงได้กล่าวโทษผู้กระทำผิดต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ในความผิดกรณีกระทำการเข้าข่ายประกอบธุรกิจผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาตตาม พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯ จำนวน 5 ราย
สำหรับในการตรวจสอบเพื่อคุ้มครองประชาชนและผู้ลงทุน ภายหลังเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) มีคำสั่งให้ผู้ให้บริการและบุคคลที่เกี่ยวข้อง ระงับหรืองดการเก็บรวบรวมข้อมูลม่านตา รวมถึงให้ลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวโดยทันที เพื่อป้องกันการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ถูกต้อง ก.ล.ต. ได้กำชับให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ให้บริการเหรียญ WLD สื่อสารกับลูกค้าให้ชัดเจนผ่านช่องทางต่าง ๆ รวมทั้งขึ้นเครื่องหมายแจ้งเตือนเกี่ยวกับเหรียญ WLD บนแพลตฟอร์ม โดยเน้นย้ำให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลคำนึงถึงประโยชน์และผลกระทบของลูกค้าเป็นสำคัญ
ขณะนี้ ก.ล.ต. อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อมูลที่เกี่ยวข้องว่า การให้บริการของ World App และ Mini App มีลักษณะเข้าข่ายเป็นการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายหรือไม่ ซึ่งหากพบว่ามีการฝ่าฝืน ก.ล.ต. จะดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป ส่วนกรณีข้อสรุปเกี่ยวกับการสแกนม่านตาเพื่อรับเหรียญ WLD ผิดกฎหมาย ก.ล.ต. หรือไม่ เนื่องจากเรื่องดังกล่าวมีข้อเท็จจริงเพิ่มเติม โดย ก.ล.ต. อยู่ระหว่างการดำเนินการตรวจสอบ
"ความคืบหน้าดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ก.ล.ต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังเมื่อพบการฝ่าฝืน เพื่อคุ้มครองผู้ลงทุนและประชาชนอย่างรอบด้าน" เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าว
ทั้งนี้ ก.ล.ต. ขอให้ประชาชนและผู้ลงทุนใช้ความระมัดระวังในการใช้บริการกับผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล
ที่ไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายไทย เนื่องจากจะไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย และอาจมีความเสี่ยงต่อการถูกหลอกลวงหรือเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน โดยสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับใบอนุญาตได้ที่เว็บไซต์ www.sec.or.th หรือแอปพลิเคชัน "SEC Check First" และตรวจสอบรายชื่อบุคคลที่มิได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. ได้ที่ระบบ Investor Alert
บลจ.จิตตะ เวลธ์ คว้ารางวัลจาก ก.ล.ต. ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ย้ำภารกิจสร้างความมั่งคั่งให้คนไทยด้วยความรู้และเทคโนโลยี
ก.ล.ต. จัดงานพิธีมอบรางวัลเชิดชูเกียรติ โครงการ "ตลาดทุนไทย ร่วมใจส่งพลังความรู้ สู่ประชาชน เฟส 2" ปี 2568 วันที่ 15 ธ.ค.นี้
ก.ล.ต. เข้าร่วมประชุม IOSCO Board Meeting ณ กรุงมาดริด ราชอาณาจักรสเปน
ก.ล.ต. ร่วมประชุมหน่วยงานกำกับดูแลตลาดทุนอาเซียน (ACMF) ระดับเลขาธิการ ครั้งที่ 42 ณ เมืองปีนัง ประเทศมาเลเซีย
ก.ล.ต. - ตลาดหลักทรัพย์ฯ ประสานความร่วมมือ ยกระดับการทำหน้าที่กำกับดูแลตลาดทุนร่วมกันให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
บลจ.กรุงศรี คว้ารางวัลการสร้างองค์ความรู้อย่างยั่งยืน