มูลค่าการลงทุนในประเทศไทยสูงสุดในรอบปีนับตั้งแต่ปี 2561 แตะระดับสูงสุดในรอบ 12 ปีที่ 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
สภาทองคำโลก (World Gold Council: WGC) เปิดเผยรายงานแนวโน้มความต้องการทองคำประจำปี 2568 โดยระบุว่าความต้องการทองคำทั่วโลกทะลุสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ระดับ 5,002 ตัน ในปีที่ผ่านมา โดยไตรมาสที่ 4 ได้ทำสถิติใหม่และตอกย้ำความแข็งแกร่งในปีที่โดดเด่นสำหรับทองคำ ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจที่ยังคงดำเนินอย่างต่อเนื่อง ผลักดันให้เกิดการลงทุนในทองคำอย่างมหาศาลด้วยมูลค่าการลงทุนรวมทั้งปีอยู่ที่ 5.55 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับประเทศไทยได้มีการลงทุนสูงสุดในรอบปีนับตั้งแต่ปี 2561 โดยมูลค่าแตะระดับสูงสุดในรอบ 12 ปีที่ 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังสะท้อนความสนใจจากผู้บริโภคค้าปลีกได้ไม่เต็มที่ เนื่องจากได้มีการเปลี่ยนแปลงไปสู่การซื้อขายผ่านบัญชีออนไลน์เพิ่มมากขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งได้ดึงความต้องการบางส่วนออกจากผลิตภัณฑ์ทองคำแท่งในตลาดค้าปลีก
คุณเซาไก ฟาน (Shaokai Fan) หัวหน้าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมประเทศจีน) และหัวหน้าฝ่ายธนาคารกลางระดับโลก ของสภาทองคำโลก กล่าวว่า "ทองคำได้เริ่มต้นปี 2569 อย่างแข็งแกร่งด้วยการทำสถิติสูงสุดใหม่ในสกุลเงินหลักทั่วโลก รวมถึงเงินบาทไทย และทะลุระดับ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์เป็นที่เรียบร้อย ประเทศไทยยังคงเห็นถึงแรงสนับสนุนจากนักลงทุนที่แข็งแกร่ง สะท้อนถึงบทบาทของทองคำในฐานะทั้งเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงทางการเงินและสินทรัพย์สำรองมูลค่าในระยะยาว ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจที่เพิ่มสูงขึ้นยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญ ควบคู่ไปกับความสนใจอย่างต่อเนื่องจากนักลงทุนและธนาคารกลางทั่วโลก แม้ราคาอาจมีความผันผวนในระยะสั้นภายหลังการปรับตัวขึ้นล่าสุด แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือ ท่ามกลางสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน ทองคำมีแนวโน้มที่จะได้รับความสนใจมากยิ่งขึ้นในปี 2569"
ความต้องการทองคำเพื่อการลงทุนจากทั่วโลกแตะระดับสถิติใหม่ที่ 2,175 ตัน และเป็นแรงขับเคลื่อนหลักที่ทำให้ทองคำมีผลงานโดดเด่นและทำลายสถิติในปีที่ผ่านมา นักลงทุนทั่วโลกที่แสวงหาสินทรัพย์ปลอดภัยและการกระจายความเสี่ยง ต่างหันมาลงทุนในกองทุนซื้อขายแลกเปลี่ยน (ETF) ทองคำเป็นจำนวนมาก โดยเพิ่มขึ้น 801 ตันตลอดทั้งปี นอกจากนี้ นักลงทุนยังหันมาซื้อทองคำแท่งและเหรียญทองคำ ส่งผลให้ความต้องการทั่วโลกแตะระดับ 1,374 ตัน ด้วยมูลค่าสูงถึง 1.54 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ สองตลาดใหญ่ที่มีการเติบโตที่แข็งแกร่งอย่างจีน (เพิ่มขึ้น 28% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า) และอินเดีย (เพิ่มขึ้น 17% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า) คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 50% ของความต้องการโลกในกลุ่มทองคำแท่งและเหรียญทองคำ ในส่วนของภูมิภาคอาเซียน ปริมาณการซื้อทองคำแท่งและเหรียญทองคำในเกือบทุกตลาดพุ่งสูงสุดในรอบหลายปีเช่นกัน สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลของมูลค่าการลงทุน โดยประเทศไทยมีการเติบโตด้านความต้องการทองคำแท่งและเหรียญทองคำเพิ่มขึ้นถึง 29% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
ธนาคารกลางทั่วโลกยังคงความต้องการสำหรับทองคำในระดับสูงอย่างต่อเนื่องตลอดปี 2568 โดยมียอดซื้อสุทธิรวมทั้งสิ้น 863 ตัน แม้ว่าอุปสงค์รายปีจะอยู่ต่ำกว่าระดับ 1,000 ตันที่เคยทะลุไปในช่วงสามปีก่อนหน้า แต่การซื้อทองคำของธนาคารกลางยังคงเป็นปัจจัยสำคัญและเสริมแรงให้กับภาพรวมอุปสงค์ทองคำโลก
ท่ามกลางราคาทองคำที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ระดับความต้องการทองคำเครื่องประดับทั่วโลกยังคงปรับตัวลดลงตามที่คาดการณ์ไว้ตลอดทั้งปี โดยลดลง 18% เมื่อเทียบกับปี 2567 โดยความต้องการทองคำเครื่องประดับของประเทศไทยในปี 2568 สอดคล้องกับแนวโน้มตลาดโลกด้วยการปรับตัวลดลง 14% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม มูลค่ารวมของทองคำเครื่องประดับทั่วโลกได้เพิ่มขึ้น 18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า อยู่ที่ระดับ 1.72 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของทองคำสำหรับผู้บริโภคในระยะยาว
อุปทานทองคำโดยรวมทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ด้วยเช่นกัน ด้วยปริมาณการผลิตจากเหมืองแร่ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 3,672 ตัน ในขณะที่การรีไซเคิลทองคำเพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่ 3% ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับราคาทองคำที่สูงขึ้น
คุณหลุยส์ สตรีท (Louise Street) นักวิเคราะห์การตลาดอาวุโส ของสภาทองคำโลก กล่าวว่า "ปี 2568 เป็นปีที่เห็นถึงระดับความต้องการทองคำและราคาทองคำทะยานขึ้นอย่างก้าวกระโดด ทั้งผู้บริโภคและนักลงทุนต่างซื้อและถือครองทองคำในสภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยงทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์เป็นพื้นฐาน โดยความต้องการด้านการลงทุนโดดเด่นเป็นพิเศษเมื่อนักลงทุนแห่ซื้อทองคำผ่านช่องทางต่าง ๆ ในขณะที่ทองคำกลุ่มอื่นต่างมีบทบาทสนับสนุนที่สำคัญ ความต้องการทองคำเครื่องประดับลดลงเพียง 18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ทั้งที่ราคาเพิ่มขึ้นถึง 67% ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงกำลังซื้อของผู้บริโภคแม้ราคาจะเพิ่มสูงขึ้นก็ตาม และธนาคารกลางทั่วโลกยังคงมุ่งมั่นเสริมสร้างทุนสำรองระหว่างประเทศ"
คุณหลุยส์ กล่าวเสริมว่า "ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังไม่มีวี่แววว่าจะคลี่คลายในปี 2569 แรงส่งของความต้องการทองคำที่แข็งแกร่งจากปีที่แล้วยังคงมีแนวโน้มที่จะผลักดันต่อไป เพียงช่วงเดือนแรกของปีนี้ ราคาทองคำได้ปรับตัวขึ้นเกิน 5,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งบ่งชี้ว่านักลงทุนจะยังคงใช้ทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก"
YLG สรุปภาพรวมทองคำปี 2568 สร้างสถิติใหม่ New Highกว่า 50 ครั้ง ปรับตัวพุ่งขึ้นกว่า 70% ปี 2569 ให้เป้าหมายใหม่ มีลุ้นแตะ 4,900 ดอลลาร์
SCB WEALTH ผนึกฮั่วเซ่งเฮงมองปีหน้าทองคำยังเป็นขาขึ้น หนุนกระจายพอร์ตสู่ตปท.ใช้บัญชี FCD ลงทุนทองคำในเงินดอลลาร์
กรุงไทยยกระดับ Gold Wallet บนแอปฯ เป๋าตัง เปิดโอกาสนักลงทุนเข้าถึงทองคำ รับมือเศรษฐกิจโลกผันผวนเริ่มต้นเพียง 0.05 ออนซ์
โค้งสุดท้ายลดหย่อนภาษีปีนี้ BBLAM ชวนคนไทยเลือกลงทุนใน RMF และ Thai ESG ให้เท่าทันสถานการณ์โลก
ME GOLD by GCAP GOLD X Money Freedom Forum 2025 แอปฯทอง น้องใหม่ "ซื้อ-ขาย-ออมทองง่าย เริ่มต้นแค่ 100 บาท"
ออโรร่า เทรดดิ้ง เปิดตัวแอป "ALLGOLD" รุกตลาดซื้อขายทองคำออนไลน์ ตั้งเป้าเป็นผู้นำแพลตฟอร์มลงทุนทองคำแบบครบวงจรในประเทศไทย
GCAP GOLD เปิดมุมมอง "การลงทุนทองคำ"
InterGOLD รับกระแสราคาทองแพง เปิดทางนักลงทุนรับทองจริงเริ่มที่ 0.5 กรัม