วีซ่า ผู้นำการให้บริการการชำระเงินดิจิทัลระดับโลก และโอมิเซะ ผู้ให้บริการระบบรับชำระเงินชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ร่วมมือกันเพื่อนำโซลูชัน Visa Network Token มาสู่ร้านค้าออนไลน์ทั่วประเทศไทย ความร่วมมือนี้มีเป้าหมายเพื่อเสริมความปลอดภัยในการชำระเงิน และสนับสนุนประสบการณ์ดิจิทัลคอมเมิร์ซที่ราบรื่นและเชื่อถือได้ยิ่งขึ้นสำหรับผู้บริโภคชาวไทย
ทำไม Tokenisation จึงสำคัญ: เสริมเกราะคุ้มกันให้เศรษฐกิจดิจิทัลไทย
ในยุคที่ธุรกรรมออนไลน์เติบโตอย่างก้าวกระโดด ร้านค้าต้องเผชิญกับสองปัญหาหลักที่กระทบรายได้โดยตรง ได้แก่ ความเสี่ยงจากการทุจริต และการปฏิเสธรายการธุรกรรมโดยไม่จำเป็น เทคโนโลยี Network Token ของวีซ่าถูกออกแบบมาเพื่อลดความเสี่ยงเหล่านี้โดยการแทนที่ข้อมูลบัตรที่อ่อนไหวด้วยตัวระบุดิจิทัลที่เข้ารหัสอย่างปลอดภัยหรือที่เรียกว่า "Token"
- ปัญหา: การชำระเงินออนไลน์แบบเดิมที่ใช้ข้อมูลบัตรจริง (Card-Not-Present) อาจถูกขโมยข้อมูลได้หากเกิดการรั่วไหล จึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการฉ้อโกงและเรียกคืนเงิน
- ทางออก: การใช้ Token จะซ่อนข้อมูลบัตรจริงไว้แต่ใช้รหัสแทน ทำให้ข้อมูลที่ถูกขโมยไม่สามารถนำไปใช้ได้ในที่อื่น นอกจากนี้ยังเพิ่มชั้นความปลอดภัยด้วยรหัสเฉพาะสำหรับแต่ละธุรกรรม
ด้วยการผสานเทคโนโลยี Tokenisation ระดับโลกของวีซ่าเข้ากับระบบการชำระเงินที่แข็งแกร่งของโอมิเซะ ความร่วมมือนี้ช่วยให้ร้านค้าออนไลน์ในไทยสามารถมอบประสบการณ์การชำระเงินที่ทั้งปลอดภัยและไร้รอยต่อยิ่งขึ้น พร้อมสนับสนุนการเติบโตของระบบการชำระเงินดิจิทัลในประเทศไทยอย่างมีประสิทธิภาพ
ประโยชน์สำหรับร้านค้า: ยกระดับความปลอดภัย สร้างรายได้ และเสริมความเชื่อมั่น
ร้านค้าที่ใช้เทคโนโลยี Network Token จากวีซ่า ผ่านโอมิเซะจะได้รับประโยชน์หลายด้าน เช่น
- ลดความเสี่ยงจากการฉ้อโกง: บางกรณีลดได้มากกว่าครึ่ง (สูงสุดประมาณ 58% ขึ้นอยู่กับร้านค้าและตลาด)
- อัตราการอนุมัติสูงขึ้น: การทำรายการแบบ Tokenisation ช่วยให้อัตราการอนุมัติธุรกรรมสูงขึ้นประมาณ 4% ช่วยลดกรณีที่บัตรถูกปฏิเสธโดยไม่จำเป็น
- ความต่อเนื่องของรายรับ: ระบบสามารถอัปเดตข้อมูลบัตรหมดอายุหรือบัตรใหม่โดยอัตโนมัติ ลดการชำระเงินล้มเหลวสำหรับบริการรายเดือน
- ผลลัพธ์ระดับโลกที่พิสูจน์แล้ว: Tokenisation ช่วยเพิ่มรายได้อีคอมเมิร์ซทั่วโลกกว่า 40,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และลดความสูญเสียจากการทุจริตได้กว่า 650 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปีที่ผ่านมา
นางสาวเชิญพร สวัสดิวร ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายดูแลลูกค้าและพัฒนาธุรกิจ วีซ่า ประเทศไทย กล่าวว่า "วีซ่ามุ่งมั่นสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยด้วยนวัตกรรมด้านการชำระเงินที่ปลอดภัยและน่าเชื่อถือ การร่วมมือกับโอมิเซะเพื่อนำเทคโนโลยี Network Token ของวีซ่ามาใช้ในวงกว้างนั้น ไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงจากการฉ้อโกงและการปฏิเสธธุรกรรมที่ไม่จำเป็นเท่านั้น แต่ยังเป็นการวางรากฐานให้กับระบบนิเวศการค้าดิจิทัลที่ปลอดภัยและมั่นคงยิ่งขึ้น โครงการนี้ช่วยเสริมศักยภาพให้ร้านค้าชาวไทยสามารถมอบประสบการณ์การชำระเงินที่ไร้รอยต่อ ทันสมัย และรองรับอนาคตให้แก่ลูกค้า โดยเฉพาะในยุคที่การชำระเงินแบบสมัครสมาชิก (Recurring) และการบันทึกข้อมูลบัตร (Card-on-file) กำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ วิสัยทัศน์ของเราคือการส่งเสริมให้ทุกธุรกิจเติบโตได้อย่างมั่นใจ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว"
นายคเณศร์ เลื่อนไธสง ผู้อำนวยการฝ่ายพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ โอมิเซะ กล่าวว่า "ทุกวันนี้ การชำระเงินไม่ได้เป็นเพียงขั้นตอนสุดท้ายของการซื้อขายอีกต่อไป แต่กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของธุรกิจดิจิทัล เทคโนโลยี Network Token ของวีซ่าที่ผสานเข้ากับระบบของโอมิเซะ ช่วยให้ร้านค้าในประเทศไทยสามารถออกแบบระบบการชำระเงินที่ปลอดภัยได้ตั้งแต่ต้น ลดความเสี่ยงจากการเปิดเผยข้อมูลบัตร เพิ่มโอกาสการอนุมัติธุรกรรม และการรับชำระเงินอย่างราบรื่น ความร่วมมือนี้จึงเป็นการวางรากฐานสำหรับประสบการณ์การชำระเงิน ตั้งแต่การชำระเงินแบบคลิกเดียว ไปจนถึงบริการแบบสมัครสมาชิก เพื่อให้ธุรกิจออนไลน์ในอนาคตสามารถสร้างสรรค์โมเดลธุรกิจใหม่ ๆ และเติบโตได้อย่างมั่นใจ"
ตัวอย่างความสำเร็จจากผู้ประกอบการชั้นนำในไทย
เพื่อแสดงให้เห็นถึงคุณค่าของเทคโนโลยีนี้ ผู้ประกอบการรายใหญ่ในประเทศไทย อย่าง Coway และ TrueMoney ได้เริ่มนำโซลูชัน Network Token ของวีซ่าไปใช้ผ่านความร่วมมือกับโอมิเซะแล้ว
Coway ได้ยืนยันถึงประสิทธิภาพของโซลูชัน Tokenisation นี้ โดยกล่าวถึงการพัฒนาด้านประสิทธิภาพหลักและผลเชิงบวกต่อรูปแบบธุรกิจสมัครสมาชิก นายคิรยง ชอย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โคเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า "ความปลอดภัยและความเชื่อมั่นเป็นหัวใจสำคัญในคำมั่นสัญญาที่เรามีต่อลูกค้า นับตั้งแต่เราเริ่มใช้ระบบ Network Token ของวีซ่าผ่านโอมิเซะ เราพบว่าปัญหาการชำระเงินที่สะดุดลดลง และความเสถียรของระบบการชำระเงินดิจิทัลดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะบริการแบบ Subscription เช่น การเช่าเครื่องกรองน้ำ เทคโนโลยี Token ช่วยลดอัตราความล้มเหลวของการชำระเงิน และทำให้ยอดธุรกรรมเพิ่มขึ้นถึง 8.5% ช่วยให้เรามอบประสบการณ์ที่ราบรื่นและต่อเนื่องยิ่งขึ้นแก่ลูกค้า"
ด้าน TrueMoney ผู้ให้บริการกระเป๋าเงินดิจิทัลชั้นนำของไทย ก็เน้นย้ำถึงประโยชน์ด้านความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นสำหรับผู้ใช้งานเช่นกัน นางสาวณัฐวดี สงวนกุลชัย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท ทรูมันนี่ จำกัด กล่าวว่า "นวัตกรรมและความปลอดภัยคือสิ่งสำคัญสำหรับผู้ใช้งานดิจิทัลวอลเล็ตของเรา โซลูชัน Network Token ของวีซ่าที่เชื่อมต่อผ่านโอมิเซะช่วยให้ธุรกรรมมีความปลอดภัยมากขึ้น และสามารถใช้งานได้อย่างไม่สะดุด ความร่วมมือนี้สอดคล้องกับพันธกิจของเราในการมอบประสบการณ์การชำระเงินที่ปลอดภัย รวดเร็ว และราบรื่นให้แก่ผู้บริโภคและร้านค้าทั่วประเทศไทย"
เมื่อการค้าดิจิทัลของประเทศไทยเติบโตอย่างรวดเร็ว Tokenisation ได้กลายเป็นรากฐานสำคัญของการชำระเงินออนไลน์ที่ปลอดภัยและไร้รอยต่อยิ่งขึ้น ช่วยลดความเสี่ยงจากการเปิดเผยข้อมูลบัตรของผู้บริโภค และสร้างประสบการณ์การชำระเงินที่เชื่อถือได้มากขึ้น ความร่วมมือระหว่าง วีซ่า และ โอมิเซะ จึงมีเป้าหมายเพื่อทำให้เทคโนโลยี Network Tokenisation เข้าถึงร้านค้าไทยได้อย่างกว้างขวาง เพื่อส่งเสริมการเติบโตอย่างมั่นคง ปลอดภัย และสร้างความไว้วางใจที่ยั่งยืนระหว่างธุรกิจกับลูกค้าในโลกดิจิทัล
SME D Bank จับมือ สคส. เดินหน้าโครงการ "SME Easy Privacy" ปั้น 10 เอสเอ็มอีต้นแบบ PDPA ยกระดับธุรกิจสู่เศรษฐกิจดิจิทัล
depa สสว. ไปรษณีย์ไทย และ Google Thailand ร่วมสนับสนุน Pantip MALL แพลตฟอร์มไทย ให้เป็นทางเลือก Marketplace ไทย ส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล
กรมทรัพย์สินทางปัญญา เดินสายทั่วประเทศ ติดอาวุธ IP ให้คนไทย พร้อมเปิดคลังความรู้ออนไลน์ เสริมกลยุทธ์สร้างแต้มต่อธุรกิจยุคใหม่ เข้าถึงง่าย ครบวงจร
JARTON เข้าร่วมโครงการ "Smart Living, Better Living" ต่อยอด OTOD Smart Living
กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เดินหน้า SkillGift ต่อเนื่อง จับมือ Conicle มอบ 10,000 สิทธิ์อบรมออนไลน์ฟรี! รับมือโลกงานยุค AI
ใบปอ-วรัญญา หอมจันทึก คว้ามงกุฏ Miss Motor Show ประจำปี 2026 สง่างามสมการรอคอยในรอบ 6ปี สานต่อตำนานเวทีเกียรติยศงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47
หัวเว่ย คลาวด์ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านดาต้าและ AI ในประเทศไทย เสริมศักยภาพสถาบันการเงินด้วยนวัตกรรมฐานข้อมูลคลาวด์เนทีฟ
วิศวะหอการค้าไทย เปิด Big Project ปั้นกำลังคน Data Center รุ่นใหม่ รองรับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลระดับสากล ยกระดับ Tech ไทยสู่อนาคต