ดัน "เชียงราย" ขึ้นแท่นอันดับ 2 จังหวัด ที่มี GI มากที่สุดในไทย รวม 9 รายการ สร้างมูลค่าสู่ชุมชนรวมกว่า 400 ล้านบาทต่อปี
กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ประกาศขึ้นทะเบียน "ส้มโอเวียงแก่น" เป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เพื่อคุ้มครองชื่อเสียง คุณภาพ และอัตลักษณ์เฉพาะถิ่นของผลไม้เศรษฐกิจสำคัญในพื้นที่อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย พร้อมยกระดับมูลค่าทางการตลาด เสริมสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคและสนับสนุนการสร้างรายได้แก่เกษตรกรและชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากควบคู่กับการอนุรักษ์ภูมิปัญญาการผลิตของชุมชน
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า การส่งเสริมการคุ้มครอง GI เป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญตามนโยบาย Quick Big Win ของกระทรวงพาณิชย์ ที่มุ่งเสริมแกร่งผู้ประกอบการไทยด้วยทรัพย์สินทางปัญญา การขึ้นทะเบียนสินค้า GI จะเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตรอัตลักษณ์ของไทยอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีระบบควบคุมคุณภาพและการตรวจสอบย้อนกลับที่น่าเชื่อถือ พร้อมเชื่อมโยงสินค้าสู่ตลาดสมัยใหม่ เพื่อยกระดับศักยภาพการแข่งขันให้กับสินค้าชุมชนท้องถิ่นของไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน
ล่าสุด กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ประกาศขึ้นทะเบียน "ส้มโอเวียงแก่น" ผลไม้เด่นแห่งลุ่มน้ำงาว เป็นสินค้า GI ลำดับที่ 9 ของจังหวัดเชียงราย ต่อจากกาแฟดอยตุง กาแฟดอยช้าง สับปะรดนางแล สับปะรดภูแลเชียงราย ชาเชียงราย ข้าวเหนียวเขี้ยวงูเชียงราย ข้าวก่ำล้านนา (ร่วมกับจังหวัดในภาคเหนืออีก 7 จังหวัด) และเครื่องเคลือบเวียงกาหลง โดยสินค้า GI ทั้ง 8 รายการก่อนหน้าสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจเข้าสู่จังหวัดกว่า 300 ล้านบาทต่อปี และการขึ้นทะเบียน GI ส้มโอเวียงแก่นครั้งนี้ ส่งให้จังหวัดเชียงรายเป็นจังหวัดที่มีสินค้า GI มากเป็นอันดับ 2 ของประเทศ รองจากจังหวัดนครราชสีมาที่มีสินค้า GI 11 รายการ สะท้อนถึงทรัพยากรธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมายาวนาน ตลอดจนศักยภาพของคนในพื้นที่ที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนให้เข้มแข็ง
นางอรมน กล่าวว่า ส้มโอเวียงแก่นปลูกในพื้นที่อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย ครอบคลุม4 ตำบล ได้แก่ ตำบลม่วงยาย ตำบลหล่ายงาว ตำบลปอ และตำบลท่าข้าม โดยมีลักษณะภูมิประเทศเป็นแอ่งกระทะ ล้อมรอบด้วยภูเขา และมีแม่น้ำงาวไหลผ่านทุกตำบล ดินจึงเป็นดินตะกอนแม่น้ำที่อุดมด้วยอินทรียวัตถุ ระบายน้ำดี และมีค่าความเป็นกรด-ด่างเหมาะสม ประกอบกับสภาพภูมิอากาศที่เอื้อต่อการเพาะปลูก ส่งผลให้ส้มโอเวียงแก่นมีคุณภาพโดดเด่นทั้งด้านรสชาติ เนื้อสัมผัส และความสดฉ่ำ เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ
ส้มโอเวียงแก่นที่ได้รับการขึ้นทะเบียน GI มีทั้งหมด 3 พันธุ์ ได้แก่ 1) พันธุ์ขาวใหญ่ มีผลทรงรี น้ำหนักเฉลี่ยลูกละ 1.2 - 2.5 กิโลกรัม เปลือกสีเขียวอมเหลือง เนื้อแน่นกรอบ ฉ่ำน้ำ มีสีขาวอมเหลืองอ่อน รสชาติเปรี้ยวอมหวาน มีความซ่า ฝาดและขมเล็กน้อย ความหวานไม่ต่ำกว่า 9 องศาบริกซ์ 2) พันธุ์ทองดี มีผลทรงกลมแป้น น้ำหนักเฉลี่ยลูกละ 1 - 2 กิโลกรัม เปลือกสีเหลือง เนื้อนิ่ม ฉ่ำน้ำ มีสีชมพูอ่อน รสชาติหวานอมเปรี้ยว มีความขมและซ่าเล็กน้อย ความหวานไม่ต่ำกว่า 9 องศาบริกซ์ และ 3) พันธุ์เซลเลอร์ มีผลทรงกลม น้ำหนักเฉลี่ยลูกละ 0.8 - 2.0 กิโลกรัม เปลือกสีเขียวอ่อน เนื้อกรอบ มีสีแดงทับทิม รสชาติหวานอมเปรี้ยวมีความซ่าเล็กน้อย ความหวานไม่ต่ำกว่า 9 องศาบริกซ์ โดยปัจจุบันมีผู้ผลิตส้มโอเวียงแก่นในจังหวัดเชียงราย 1,383 ครัวเรือน มีผลผลิตเฉลี่ยราว 25,130 ตันต่อปี สามารถสร้างมูลค่าทางการตลาดรวมกว่า 100 ล้านบาทต่อปี โดยเป็นมูลค่าการส่งออกประมาณ 50 ล้านบาทต่อปี มีประเทศจีนเป็นตลาดส่งออกสำคัญ สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของสินค้าเกษตรอัตลักษณ์ไทยที่สามารถแข่งขันในตลาดสากลได้อย่างเป็นรูปธรรม
อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวเพิ่มเติมว่า การขึ้นทะเบียน GI "ส้มโอเวียงแก่น" ไม่เพียงเป็นการคุ้มครองชื่อสินค้าและคุณภาพตามแหล่งภูมิศาสตร์เท่านั้น แต่ยังช่วยยกระดับมูลค่าสินค้าเกษตรเพิ่มรายได้เกษตรกร และเสริมความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานรากของจังหวัดเชียงรายอย่างยั่งยืน โดยหลังจากสินค้าได้รับการขึ้นทะเบียนแล้ว กรมฯ จะเดินหน้าขับเคลื่อนงาน GI ต่อเนื่องไปจนถึงปลายน้ำ ทั้งการจัดทำระบบควบคุมคุณภาพสินค้า การตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ไปจนถึงการส่งเสริมช่องทางการตลาด เพื่อเพิ่มรายได้และต่อยอดธุรกิจชุมชน พร้อมกระจายประโยชน์จากการขึ้นทะเบียน GI สู่ผู้ประกอบการทุกภาคส่วน
นอกจากนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญายังได้ขยายความร่วมมือกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชั้นนำ อาทิ TikTok Shop Shopee และ Lazada เพื่อสนับสนุนช่องทางจำหน่ายสินค้า GI ออนไลน์ และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินค้า ผ่านการไลฟ์สด การจัดทำคลิปสั้น และกิจกรรมส่งเสริมการขายต่างๆ ควบคู่กับการเปิดตลาดส่งออกสู่ต่างประเทศ และการเสริมสร้างความร่วมมือในการป้องกันการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ความร่วมมือดังกล่าวจะช่วยยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการสินค้า GI ไทย ให้สามารถแข่งขันได้อย่างเข้มแข็งในเวทีการค้าระดับสากล พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน
กรมทรัพย์สินทางปัญญา บุกแพ ล็อบสเตอร์เมืองไทย ตรวจเยี่ยมการผลิต "กุ้งมังกร 7 สีภูเก็ต" GI น้องใหม่ของจังหวัด เล็งต่อยอดการตลาดเชิงรุก ดันเป็นวัตถุดิบไฟน์ไดนิ่ง ปักหมุดแลนด์มาร์กท่องเที่ยวเชิงอาหาร
กรมทรัพย์สินทางปัญญา ปลื้ม! ทุเรียน GI ไทยกระแสแรง สร้างมูลค่าการตลาดทะลุ 6.8 หมื่นล้านบาท ชู 5 สุดยอดทุเรียนอัตลักษณ์ แชมป์มูลค่าสูงสุดแห่งปี
กรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดบ้านต้อนรับคณะดูงานนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ เสริมแกร่งผู้ปฏิบัติงานด้านกฎหมายภาครัฐ-เอกชนชั้นนำ เชื่อมทฤษฎีสู่แนวทางปฏิบัติงานจริง
กรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดโผ Top 5 "มะม่วง GI ไทย" มูลค่าสูง ชูจุดแข็งอัตลักษณ์พื้นถิ่นและคุณภาพมาตรฐานโลก สร้างรายได้ยั่งยืนสู่ชุมชน
กรมทรัพย์สินทางปัญญา จับมือ "STeP" ขับเคลื่อนนวัตกรรมไทย มุ่งเป้า "เปลี่ยนงานวิจัยเป็นนวัตกรรมมูลค่าสูง" พร้อมโชว์ศักยภาพในงาน IP Fair 2026
กรมทรัพย์สินทางปัญญา จับมือ WIPO และ NIA ยกทีมคลินิกให้คำปรึกษากลยุทธ์ทรัพย์สินทางปัญญา บุกเมืองเชียงใหม่
กรมทรัพย์สินทางปัญญา ปักหมุดเชียงใหม่ รุกตรวจเยี่ยมแหล่ง GI หัตถศิลป์ขึ้นชื่อ ดันสร้างมูลค่าเพิ่ม เจาะตลาดสากล พร้อมเฟ้นหาสินค้าอัตลักษณ์พื้นถิ่นใหม่ๆ เข้าสู่ระบบ GI ต่อเนื่อง
IPOPHL - DLSU ชวนนวัตกร-นักสร้างสรรค์ไทย คว้าโอกาสแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และโชว์ศักยภาพในเวทีนานาชาติ มุ่งยกระดับนวัตกรรมกีฬาและสุขภาพด้วยทรัพย์สินทางปัญญา
กรมทรัพย์สินทางปัญญา หนุนใช้ทรัพย์สินทางปัญญาพาไทยก้าวข้ามความท้าทาย ยกระดับขีดความสามารถการแข่งขัน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างยั่งยืนในการค้าโลกยุคใหม่