กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เดินหน้าส่งเสริมการมีบุตรอย่างมีคุณภาพ เพื่อตอบโจทย์โครงสร้างประชากรไทยที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แก้วิกฤติเด็กเกิดน้อย มุ่งสร้างเด็กไทยเกิดใหม่อย่างมีคุณภาพ ลดภาระครอบครัว และเสริมความมั่นคงของประเทศในระยะยาว
แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า จากวิกฤติการณ์เด็กเกิดน้อยในประเทศไทยที่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างประชากร หากไม่มีนโยบายส่งเสริมอย่างจริงจัง ประเทศไทยจะเผชิญปัญหาขาดแคลนแรงงาน มีจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ จำนวนเด็กที่ลดลงอย่างต่อเนื่องยังส่งผลต่อคุณภาพทุนมนุษย์ในระยะยาว และกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ที่ผ่านมา กรมอนามัยได้รณรงค์สนับสนุนการเพิ่มอัตราการเกิดอย่างมีคุณภาพ เพราะการเกิดอย่างมีคุณภาพต้องมาจากความพร้อมของพ่อแม่ในทุกด้าน เริ่มตั้งแต่การเตรียมความพร้อมตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ รวมทั้ง จัดตั้งคลินิกส่งเสริมการมีบุตรและการรักษาภาวะมีบุตรยาก เพื่อให้คำปรึกษาในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพิ่มโอกาสมีบุตร และหากประสบภาวะมีบุตรยากก็สามารถเข้าสู่การรักษาที่เร็วขึ้น การรักษาเมื่ออายุน้อยย่อมมีโอกาสที่จะตั้งครรภ์ได้มากขึ้น
"นอกจากนี้ กรมอนามัยมีแนวทางการส่งเสริมการเกิดอย่างมีคุณภาพ (Quality Birth) ตามมาตรฐานวิชาการและยุทธศาสตร์ของกรมอนามัย (ปี 2568-2569) ดูแลอย่างเป็นระบบภายใต้มหัศจรรย์ 1,000 วันแรกของชีวิต ถึง 2,500 วัน โดยยึดถือช่วงเวลาตั้งแต่เริ่มปฏิสนธิในครรภ์จนถึงอายุ 6 ปี เป็นช่วงเวลาทอง (Golden Period) ในการสร้างคุณภาพประชากร ซึ่งมีการแบ่งเป็น 2 ระยะ คือ 1) ก่อนตั้งครรภ์ (Pre-conception Care) มุ่งเน้นการเตรียมความพร้อมผ่านโครงการ "วิวาห์สร้างชาติ" และการรณรงค์ "สาวไทยแก้มแดง" พร้อมด้วยการเสริมวิตามินผลักดันให้หญิงวัยเจริญพันธุ์ได้รับธาตุเหล็ก และโฟลิก (Folic Acid) สัปดาห์ละ 1 ครั้ง อย่างน้อย 3 เดือนก่อนตั้งครรภ์ เพื่อป้องกันภาวะหลอดประสาทไม่ปิด (Neural Tube Defects) อีกทั้ง มีการตรวจคัดกรอง เน้นการตรวจพาหะธาลัสซีเมียและเอชไอวีในคู่สมรสเพื่อวางแผนครอบครัว 2) ระหว่างตั้งครรภ์ (Antenatal Care - ANC ) มีการปรับเกณฑ์การฝากครรภ์คุณภาพเป็น ฝากครรภ์ 8 ครั้ง ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) โดยฝากครรภ์ครั้งแรกก่อนอายุครรภ์ 12 สัปดาห์ เพื่อประเมินความเสี่ยงและคัดกรองดาวน์ซินโดรม และมีโรงเรียนพ่อแม่ (Parenting School) การจัดอบรมในสถานบริการสาธารณสุขเพื่อให้พ่อแม่มีความรู้เรื่องโภชนาการและการกระตุ้นพัฒนาการทารกในครรภ์" อธิบดีกรมอนามัย กล่าว
แพทย์หญิงนงนุช ภัทรอนันตนพ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กรมอนามัยยังได้ยกระดับมาตรฐานสถานบริการ (Standardization) ดำเนินงานผ่านกลไกการรับรองมาตรฐาน เพื่อให้เกิดการเกิดที่ปลอดภัยและมีคุณภาพตามมาตรฐานอนามัยแม่และเด็ก ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันของสหวิชาชีพในระดับเขตสุขภาพ เพื่อลดอัตราตายมารดาและการส่งต่อผู้ป่วยอย่างไร้รอยต่อ รวมทั้งส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ การดูแลทารกแบบแนบชิด (Skin-to-skin contact) และสนับสนุนนโยบายและนวัตกรรมตามโลกยุคดิจิทัล คือ สมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็ก (Pink Book Digital) ผ่านแอปพลิเคชัน "KhunLook" หรือ Line Official เพื่อให้แม่สามารถติดตามสุขภาพตนเองและพัฒนาการลูกได้แบบ Real-time รวมถึงนโยบายส่งเสริมการเกิด (Birth Promotion) การผลักดันให้การรักษาภาวะมีบุตรยากเป็นสิทธิประโยชน์พื้นฐาน และการจัดตั้งคลินิกส่งเสริมการมีบุตรคุณภาพในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเพื่อให้สามารถเข้าถึงประชาชนในพื้นที่อีกด้วย
กรมอนามัย ฟื้นฟูหาดใหญ่ "คืนศาสนสถานให้ชุมชน คืนความซุกซนให้เด็กไทย"
กรมอนามัยชื่นชมบทบาทท้องถิ่น ขับเคลื่อนเมืองที่เดินง่าย ขยับสะดวก เพื่อสุขภาพคนไทย
กรมอนามัยจับมือมูลนิธิศูนย์นมแม่ฯ สร้างต้นแบบสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย 3 ขวบปีแรก อุดช่องว่างการดูแลเด็กเล็ก สาเหตุหนึ่งที่คนไทยไม่กล้ามีลูก
เมืองดี = คนขยับมากขึ้น! กรมอนามัยเผยงานวิจัยเอเชีย ชี้ออกแบบเมืองดีช่วยเพิ่มกิจกรรมทางกาย
กรมอนามัย เตือน ฝุ่น PM 2.5 สีแดง 5 จังหวัด แนะใส่หน้ากากป้องกันตนเองอย่างต่อเนื่อง
กรมอนามัยส่งเสริมใช้พีระมิดอาหาร สอดคล้องเทรนด์โลกให้ความสำคัญ "อาหารคุณภาพ" เผยธงโภชนาการสำคัญกับทุกวัย เตรียมประกาศธงโภชนาการฉบับใหม่เร็วๆ นี้
สธ. ผนึก มหาดไทย - กทม. ตั้งเป้าลดอัตราคลอดก่อนกำหนดไม่เกินร้อยละ 8 เร่งขับเคลื่อนโครงการสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก ดูแลแม่และเด็กอย่างเป็นระบบ
กรมอนามัย เน้นย้ำ "กินให้เป็น เล่นให้ดี" เสริมพัฒนาการและสมองเด็กไทย ผ่าวิกฤตเด็กติดจอ