อารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์ (ARAYA The Eastern Gateway) โครงการระบบนิเวศเมืองอุตสาหกรรมและนวัตกรรมครบวงจรแห่งแรกในประเทศไทย เดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับระบบไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพ ความมั่นคง และสามารถรองรับการเติบโตของธุรกิจขนาดใหญ่ ในระยะยาว ล่าสุด โครงการได้รับความร่วมมืออย่างใกล้ชิดจาก การไฟฟ้านครหลวง (MEA) ในการพัฒนาและติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างระบบไฟฟ้าทั้งสายใต้ดินและสายอากาศ รวมถึงการเตรียมความพร้อมจัดตั้งสถานีไฟฟ้าย่อย (Substation) ตามมาตรฐานวิศวกรรมสากล และมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดของ MEA ภายในพื้นที่โครงการ
นางสาวกมลกาญจน์ คงคาทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท อารยะ แลนด์ ดีเวลลอปเม้นต์ จำกัด กล่าวว่า "อารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์ ให้ความสำคัญกับระบบไฟฟ้าระดับโครงสร้างพื้นฐานหลักตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ด้วยความเชื่อมั่นว่า 'เสถียรภาพด้านพลังงาน' คือปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จของภาคอุตสาหกรรมในระยะยาว เราพัฒนาพื้นที่ที่นักลงทุนสามารถมั่นใจได้ว่าระบบไฟฟ้าจะมีความมั่นคง ไม่สะดุด และรองรับการขยายกำลังการผลิตในอนาคตได้อย่างเต็มศักยภาพ การมีสถานีไฟฟ้าย่อยภายในโครงการ ไม่เพียงช่วยเพิ่มความมั่นคงของแรงดันไฟและลดความเสี่ยงด้านความต่อเนื่องของระบบ แต่ยังเป็นกลไกสำคัญที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับธุรกิจที่ต้องใช้พลังงานตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงและดิจิทัล โดยคาดการณ์ว่า การไฟฟ้านครหลวงจะสามารถเริ่มจ่ายไฟฟ้าจากสถานีไฟฟ้าย่อยดังกล่าวได้ภายในไตรมาส 2 ปี 2570 เป็นต้นไป เพื่อรองรับผู้ประกอบการกลุ่มแรกที่จะเข้าดำเนินธุรกิจในพื้นที่ ซึ่งสะท้อนความพร้อมของโครงการในการสนับสนุนการลงทุนอย่างเป็นรูปธรรมตั้งแต่วันแรกของการดำเนินงาน"
การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าในครั้งนี้ถือเป็นความคืบหน้าสำคัญของโครงการ เนื่องจากระบบไฟฟ้าเป็นหัวใจหลักของการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยุคใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าของ ARAYA Industrial Estate หรือ นิคมอุตสาหกรรมอารยะ อาทิ ธุรกิจ Data Centre ธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ กลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม และธุรกิจโลจิสติกส์ ซึ่งล้วนต้องการพลังงานที่มีเสถียรภาพและต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง
นอกจากระบบไฟฟ้า โครงการยังได้วางโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณูปโภคอื่น ๆ ควบคู่กันอย่างครบถ้วน โดยมีการเชื่อมต่อระบบน้ำจากการประปานครหลวง รองรับปริมาณน้ำได้ถึง 40,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน การสนับสนุนด้านพลังงานก๊าซธรรมชาติจากบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT และการพัฒนาโครงข่ายไฟเบอร์ใต้ดินพร้อมเครือข่าย 5G จากบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS เพื่อเสริมศักยภาพด้านดิจิทัล
โครงการคาดว่าจะสามารถรองรับการลงทุนจากภาคเอกชนในระยะยาว และสร้างการจ้างงานโดยตรงและ โดยอ้อมกว่า 14,560 ตำแหน่ง ซึ่งจะมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศและเสริมสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว
ความร่วมมือระหว่างอารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์ และการไฟฟ้านครหลวงในครั้งนี้ สะท้อนวิสัยทัศน์ในการยกระดับมาตรฐานเมืองอุตสาหกรรมไทยสู่ระดับสากล ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่มีเสถียรภาพสูง มั่นคง และพร้อมรองรับอุตสาหกรรมยุคใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อวางรากฐานการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว
อารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์ตั้งอยู่บนถนนบางนา-ตราด กม. 32 ในจังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นทำเลยุทธศาสตร์ที่เชื่อมต่อโครงข่ายคมนาคมหลักของประเทศ ทั้งท่าเรือน้ำลึก สนามบิน และโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ระดับภูมิภาค ภายใต้บริบทการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ทำให้พื้นที่ดังกล่าวมีศักยภาพสูงในการรองรับการลงทุนจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ
กทม. กำชับ กฟน. สำรวจโพรงใต้ดินถนนพระรามที่ 3 เร่งส่งคืนพื้นที่ภายใน ส.ค. 68
เขตดุสิต จับมือ กฟน. ตรวจสอบสายไฟฟ้ารอบ รร.วัดสวัสดิ์ฯ ยกระดับความปลอดภัยนักเรียนและชุมชน
กลุ่มบริษัทยูทิลิตี้ (UTILITY GROUP) เดินหน้าพัฒนาบุคลากรรองรับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
PSP มองเทรนด์อนาคต ก้าวสู่ยุคน้ำมันหม้อแปลง "ชีวภาพ-ปลอดภัย-คาร์บอนต่ำ" ผนึกการไฟฟ้าฯ หนุน EnPAT ลดพึ่งนำเข้า ปูทางมาตรฐานใหม่ระบบจ่ายพลังงานของประเทศ
"จากสวนปาล์มสู่มหานคร: EnPAT นำร่องใช้งานจริงในกรุงเทพฯ ร่วมกับ กฟน. จุดประกายเครือข่ายไฟฟ้าสีเขียว"
ผู้บริหารบางจากฯ แบ่งปันแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างมีสมดุล ผ่าน 3 เวทีพลังงาน ส่งต่อพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนสู่อนาคต