กรมอนามัย แนะเคล็ดลับ ปรับความดัน ป้องกันโรคไต เนื่องในวันไตโลก

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แนะเคล็ดลับป้องกันโรคไต เนื่องในโอกาส World Kidney Day (วันไตโลก) ซึ่งตรงกับวันพฤหัสบดีที่สองของเดือนมีนาคมของทุกปี ซึ่งในปีนี้ ตรงกับวันที่ 12 มีนาคม 2569 เพื่อสร้างความรอบรู้เกี่ยวกับความสำคัญของไต และการป้องกันโรคไตเรื้อรังให้กับประชาชนทั่วโลก โดยสถานการณ์ปัจจุบันพบว่าโรคไตเป็นหนึ่งในปัญหาสาธารณสุขสำคัญที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

กรมอนามัย แนะเคล็ดลับ ปรับความดัน ป้องกันโรคไต เนื่องในวันไตโลก

แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า วันไตโลก (World Kidney Day) เกิดจากความร่วมมือของ International Society of Nephrology และ International Federation of Kidney Foundations โดยในปี 2569 รณรงค์ ภายใต้แนวคิด Kidney Health for All - Caring for People, Protecting the Planet คัดกรองป้องกัน รู้ทันโรคไต ใส่ใจรักษ์โลก เพื่อสร้างความตระหนักเกี่ยวกับความสำคัญของไต ส่งเสริมการป้องกันโรคไตเรื้อรัง และกระตุ้นให้ประชาชนดูแลสุขภาพไตตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จากการสถานการณ์พบว่า ประชากรประมาณ 850 ล้านคนทั่วโลก เป็นโรคไตและโรคไตเรื้อรัง และเป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำหรับประเทศไทยติดอันดับ 1 ใน 5 ประเทศที่มีอัตราการเกิดโรคไตสูงที่สุดในโลก ในปี 2569 มีจำนวนผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังกว่า 1.16 ล้านคน และในจำนวนนี้เกือบ 100,000 ราย ต้องเข้ารับการฟอกเลือดหรือล้างไตทางช่องท้องเป็นประจำ สูญเสียค่าใช้จ่ายในการรักษากว่า 10,000 ล้านบาทต่อปี สำหรับการฟอกไต และอีกประมาณ 1,000 ล้านบาทต่อปี สำหรับการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง

แพทย์หญิงนงนุช ภัทรอนันตนพ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า "โรคไต" ส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมสุขภาพ เช่น การบริโภคอาหารเค็มจัด อาหารแปรรูป อาหารที่มีโซเดียมสูง ภาวะอ้วนและขาดการออกกำลังกาย การใช้ยาบางชนิดต่อเนื่องเป็นเวลานาน และโรคประจำตัว โดยเฉพาะโรค NCDs ได้แก่ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง กรมอนามัยแนะนำประชาชนให้ดูแลสุขภาพและปรับพฤติกรรมเพื่อลดความเสี่ยงโรคไต โดยเฉพาะการควบคุมความดันโลหิต ผ่าน 6 เคล็ดลับสำคัญ 1) ลดเค็ม ควบคุมโซเดียม เลือกทานอาหารที่มีโซเดียมไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน หลีกเลี่ยงอาหารโซเดียมสูง เช่น ส้มตำ ก๋วยเตี๋ยวน้ำ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำพริก อาหารแปรรูป ไส้กรอก หมูยอ และขนมขบเคี้ยว 2) เพิ่มผักและผลไม้สดหลากหลายสีในมื้ออาหาร วันละ 4-6 ทัพพี ช่วยเพิ่มโพแทสเซียม ใยอาหาร และสารต้านอนุมูลอิสระ ดื่มน้ำให้เพียงพอ 8-10 แก้ว ต่อวัน เพื่อช่วยควบคุมความดันโลหิต 3) ออกกำลังกายสม่ำเสมอ อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ หรือประมาณ 30-45 นาที วันละ 3-5 ครั้งต่อสัปดาห์ ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของหลอดเลือดและลดความดันโลหิตได้ประมาณ 4-9 มิลลิเมตรปรอท 4) ปรับรูปแบบการกินตามหลัก DASH Diet เน้นอาหารพืช ผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี ลดไขมัน น้ำตาล และเนื้อสัตว์ติดมัน ซึ่งสามารถช่วยลดความดันโลหิต ได้ประมาณ 8-14 มิลลิเมตรปรอท 5) ตรวจวัดความดันโลหิตสม่ำเสมอ อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง โดยนั่งพักก่อนวัดประมาณ 10-15 นาที เพื่อให้ได้ค่าที่แม่นยำ 6) พักผ่อนให้เพียงพอ วันละ 7-8 ชั่วโมง และลดความเครียดใช้วิธีผ่อนคลาย เช่น การทำสมาธิ หรือการฝึกหายใจ เพื่อลดความเครียด

นายแพทย์อัครวัฒน์ เพียวพงภควัต ผู้อำนวยการกองส่งเสริมความรอบรู้และสื่อสารสุขภาพ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมอนามัย ยังแนะนำแนวทางการดูแลสุขภาพเพื่อป้องกันโรคไตเพิ่มเติม ได้แก่ หลีกเลี่ยงการทานยา NSAIDs โดยไม่จำเป็น และไม่ควรใช้ยาแก้ปวดต่อเนื่องเป็นเวลานานโดยไม่ปรึกษาแพทย์ งดสูบบุหรี่และหลีกเลี่ยงควันบุหรี่ เพราะส่งผลให้หลอดเลือดทั่วร่างกายเสื่อม รวมถึงหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงไต รวมทั้ง ตรวจสุขภาพ เพื่อตรวจการทำงานของไตเป็นประจำโดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยเบาหวาน และความดันโลหิตสูง หากประชาชนสามารถปรับพฤติกรรมสุขภาพ จะช่วยลดความเสี่ยงโรคไต โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมองได้อย่างมีประสิทธิภาพ และนำไปสู่การมีสุขภาพที่ดีในระยะยาว


ข่าวอัมพร เบญจพลพิทักษ์+กระทรวงสาธารณสุขวันนี้

กรมอนามัยห่วงใยประชาน เลี่ยงการใช้หนังสือพิมพ์ห่ออาหาร แนะนำเลือก Food Grade "สะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน" ตามหลักสุขาภิบาลอาหาร

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข มีความห่วงใยสุขภาพประชาชนให้หลีกเลี่ยงการบริโภคอาหารที่ห่อด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ แม้บางร้านจะมีการรองด้วยพลาสติกอีกชั้นก็ตาม เนื่องจากยังมีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนสารเคมีและเชื้อโรค ซึ่งอาจกระทบต่อสุขภาพได้ แนะนำเลือก "สะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน" ตามหลักสุขาภิบาลอาหาร แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย ระบุว่า กระดาษหนังสือพิมพ์ไม่ใช่วัสดุสัมผัสอาหาร (Food Grade) และอาจมีสารตกค้างจากกระบวนการพิมพ์และหมึกพิมพ์ เช่น สารตะกั่ว (Lead) สารโลหะหนักบางชนิด สารไฮ

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แนะประชาชนที่จ... สงกรานต์นี้ ก่อนล้อหมุนต้องพร้อม ไม่ประมาท! กรมอนามัย แนะ "5 เตรียม" รับมือร้อนจัด-ฝุ่นสูง — กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แนะประชาชนที่จะเดินทางกลับภูมิลำเน...

กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมอนามัย ร่วมกับหน่ว... กรมอนามัยลงพื้นที่เฝ้าระวังสุขภาพประชาชน เหตุไฟไหม้บ่อขยะควนลัง สงขลา — กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมอนามัย ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่จังหวัดสงขลา เร่งลงพื้นที่คว...

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เผยสถานการณ์สุ... กรมอนามัย ห่วงสุขภาพเด็กวัยเรียน แนะ 6 วิธีดูแลช่วงปิดเทอม — กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เผยสถานการณ์สุขภาพเด็กวัยเรียนไทย อายุ 6-18 ปี เผชิญ "ปัญหาสุขภาพม...

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขเผยสถานการณ์อาก... เด็กเล็ก-หญิงตั้งครรภ์ เสี่ยงฮีทสโตรกช่วงอากาศร้อน แนะเฝ้าระวังใกล้ชิด ป้องกันอันตรายถึงชีวิต — กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขเผยสถานการณ์อากาศร้อนจัดส่งผลให้...

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เน้นย้ำเด็กอาย... กรมอนามัย แนะวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น จากเด็กเลือดกำเดาไหล — กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เน้นย้ำเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี และเด็กที่มีโรคประจำตัว มีความเสี่ยงระคา...

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แนะประชาชนที่อ... กรมอนามัย แนะเลือกอาหาร "ก่อน-หลัง" ออกกำลังกายสำคัญต่อพลังงานและกล้ามเนื้อ — กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แนะประชาชนที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ให้ความสำคัญกับ ...