วันนอนหลับโลก (World Sleep Day) ปี 2569 ตรงกับวันศุกร์ที่ 13 มีนาคม 2569 กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ สมาคมโรคจากการนอนหลับแห่งประเทศไทย รณรงค์สร้างความตระหนักถึงความสำคัญของ การนอนหลับที่มีคุณภาพ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของสุขภาพที่ดี ช่วยส่งเสริมสุขภาวะโดยรวม และเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ประชาชนมีสุขภาพดีและมีอายุยืนยาว
แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า การนอนหลับเป็นหนึ่งในพฤติกรรมสุขภาพพื้นฐานที่สำคัญไม่แพ้การรับประทานอาหารที่เหมาะสมและการมีกิจกรรมทางกายอย่างสม่ำเสมอ หากประชาชนพักผ่อนไม่เพียงพอหรือมีคุณภาพการนอนหลับที่ไม่ดี อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพทั้งในระยะสั้นและระยะยาว รวมทั้งเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวาน โรคอ้วน รวมถึงปัญหาสุขภาพจิต และอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพในการเรียน การทำงาน และคุณภาพชีวิตในระยะยาว
ด้าน ศาสตราจารย์แพทย์หญิงนฤชา จิรกาลวสาน หัวหน้าศูนย์นิทราเวช โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และนายกสมาคมโรคจากการนอนหลับแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การนอนหลับมีบทบาทสำคัญต่อ ระบบเผาผลาญพลังงาน (metabolism) และสมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย ระหว่างการนอนหลับ ร่างกายจะมีการปรับสมดุลฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับความหิว ความอิ่ม และการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด รวมทั้งกระบวนการซ่อมแซมและฟื้นฟูเซลล์ นอกจากนี้ ในช่วงการนอนหลับลึก ร่างกายจะหลั่ง ฮอร์โมนการเจริญเติบโต (growth hormone) ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการเจริญเติบโตของเด็กและวัยรุ่น โดยเฉพาะการเพิ่มความสูงและการพัฒนาของกล้ามเนื้อและกระดูก หากนอนหลับไม่เพียงพอหรือคุณภาพการนอนหลับไม่ดี อาจทำให้ระบบเผาผลาญทำงานผิดปกติ เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะน้ำหนักเกิน โรคเบาหวาน และโรคหัวใจและหลอดเลือด โดยทั่วไปผู้ใหญ่ควรนอนหลับประมาณ 7-9 ชั่วโมงต่อวัน และควรรักษาเวลาเข้านอนและตื่นนอนให้สม่ำเสมอ
นายแพทย์ปกรณ์ ตุงคะเสรีรักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ปัจจุบันการนอนหลับกำลังกลายเป็นความท้าทายของคนในยุคดิจิทัล การใช้โทรศัพท์มือถือหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในช่วงเวลากลางคืนอาจรบกวนการทำงานของนาฬิกาชีวภาพของร่างกาย หรือ Circadian Rhythm ส่งผลให้ร่างกายพักผ่อนได้ไม่เต็มที่ กรมอนามัยจึงอยากให้ประชาชนให้ความสำคัญกับการจัดสมดุลระหว่างการใช้เทคโนโลยีกับการพักผ่อนและปฏิบัติตามแนวทาง สุขลักษณะการนอนที่ดี 10 ประการ เพราะการนอนหลับ เป็นการส่งเสริมสุขภาพรวมถึงเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายได้ซ่อมแซมตัวเอง เพื่อที่จะสร้างสุขภาพที่ดีและยืนยาวต่อไป
สธ. ผนึกทุกภาคส่วน เปิดเวที Active Living Forum 2026 สร้างประเทศไทยแอคทีฟ
กรมอนามัย WHO มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย เดินหน้าส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ยกระดับคุณภาพเด็กไทย รับมือวิกฤติเด็กเกิดน้อย
สธ. เปิดชื่อ 14 แบรนด์ดัง ร่วมแคมเปญ 'หวานปกติ = หวาน50%' เผยคนไทยสั่งหวานน้อยเพิ่มขึ้น
กรมอนามัย ดึงโลตัส-เซเว่น ร่วมแคมเปญให้คนไทยเข้าถึงนมจืดง่ายขึ้น ชวนดื่มนม ตั้งแต่เด็ก เสริมสูง ลดความเสี่ยงมวลกล้ามเนื้อน้อย ป้องกันกระดูกพรุนเมื่อสูงวัย
กรมอนามัยรณรงค์ "พระแอคทีฟ" ชวนพระสงฆ์เดินจงกรม กวาดวัด ยืดเหยียด พร้อมแนะประชาชนทำบุญยุคใหม่ "ถวายอาหารสุขภาพ" ลดโรค NCDs
ส่องเทรนด์ Longevity-Healthy Ageing ชวนสูงวัยแอคทีฟ! อายุยืน อย่างมีคุณภาพ แนะขยับตามสูตร 2:1:1 ลดหกล้ม ลด NCDs
กรมอนามัย ชู "มาตรฐานอนามัยแม่และเด็ก" ส่งรถพระราชทานเพื่อแม่และเด็กไทย ดูแลถึงชุมชนและพื้นที่ห่างไกล ลดเหลื่อมล้ำสุขภาพ
"ดื่มนม-ขยับกาย-นอนเร็ว" กรมอนามัย แนะ สูตรลับเด็กไทยสูงดี สมส่วน
กรมอนามัย ผนึกเครือข่ายสุขภาพ-มหาดไทย เดินหน้าเชิงรุก ลดคลอดก่อนกำหนดในสมุทรปราการ ตั้งเป้าไม่เกินร้อยละ 8