'FM' ทำผลงานปี 2568 กำไรสุทธิ 691 ล้านบาท เตรียมจ่ายปันผลอีก 0.20 บาทต่อหุ้น ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 8 พ.ค.นี้ ปี 69 รับสิทธิประโยชน์ BOI ใหม่เต็มที่ หนุนความสามารถทำกำไรระยะยาว

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

'บมจ.ฟู้ดโมเม้นท์' หรือ FM ประกาศผลการดำเนินงานปี 2568 ทำรายได้ 7,145 ล้านบาท และมีกำไรจากการดำเนินงานพุ่งขึ้นเป็น 816 ล้านบาท ส่วนกำไรสุทธิอยู่ที่ 691 ล้านบาท ชะลอตัวเล็กน้อย (YoY) เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายภาษีเพิ่มขึ้นซึ่งเป็นผลกระทบชั่วคราว เหตุจากความล่าช้าในกระบวนการอนุมัติบัตร BOI โดยสามารถทำอัตรากำไรสุทธิสูงถึง 9.67% แม้เผชิญแรงกดดันความท้าทายจากสถานการณ์ภายนอกรอบด้าน โดยเฉพาะค่าเงินบาทที่แข็งค่า แต่ได้รับปัจจัยบวกจากความต้องการเนื้อไก่ในประเทศที่ขยายตัว และการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่มีประสิทธิภาพ เตรียมจ่ายเงินปันผลอีก 0.20 บาทต่อหุ้น ขึ้น XD วันที่ 8 พ.ค. นี้ ส่วนปี 2569 รับอานิสงส์จากสิทธิประโยชน์ BOI ใหม่เต็มที่ หนุนความสามารถทำกำไรระยะยาว

'FM' ทำผลงานปี 2568 กำไรสุทธิ 691 ล้านบาท เตรียมจ่ายปันผลอีก 0.20 บาทต่อหุ้น ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 8 พ.ค.นี้ ปี 69 รับสิทธิประโยชน์ BOI ใหม่เต็มที่ หนุนความสามารถทำกำไรระยะยาว

นายสุเมธ มาสิลีรังสี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บริษัท ฟู้ดโมเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ FM ผู้นำการพัฒนาอาหารแปรรูปปรุงสุกจากเนื้อไก่ (CAV Products) ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมการผลิตระดับโลก เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานในปี 2568 กลุ่มบริษัทฯ มีรายได้รวม 7,145 ล้านบาท ชะลอตัวเล็กน้อยที่ 2.65% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา (YoY) โดยสัดส่วนรายได้มาจากธุรกิจผลิตภัณฑ์ไก่แปรรูปปรุงสุก (CAV) 42% และกลุ่มธุรกิจผลิตและจำหน่ายเนื้อไก่ชำแหละ (RAW) 58% อย่างไรก็ดี กลุ่มบริษัทฯ ยังคงรักษาระดับกำไรได้อย่างน่าพอใจ โดยมีกำไรจากการดำเนินงาน 816 ล้านบาท เติบโต 5.30% เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่วนกำไรสุทธิอยู่ที่ 691 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิสูงถึง (Net Profit Margin) 9.67% ลดลงเพียงเล็กน้อยที่ 3.35% เมื่อเทียบกับปีก่อน สาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ที่เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว เนื่องจากการขออนุมัติบัตรส่งเสริมการลงทุน (BOI) ฉบับใหม่ในช่วงปีที่ผ่านมามีความล่าช้าในกระบวนการอนุมัติสิทธิประโยชน์จากการส่งเสริมการลงทุน เนื่องจากเป็นช่วงรอยต่อของสถานการณ์ทางการเมือง ส่งผลให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีบางส่วนหมดวาระลงและต้องชำระภาษีในอัตราปกติไปก่อน

ทั้งนี้ หากมองข้ามปัจจัยด้านภาษีซึ่งเป็นผลกระทบชั่วคราว จะพบว่าผลการดำเนินงานของ FM นั้นยังโดดเด่น โดยปัจจัยหลักที่หนุนการเติบโตคือกลุ่มผลิตภัณฑ์ไก่แปรรูปปรุงสุก (CAV) ที่ยังคงเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยในปี 2568 มีปริมาณการขายพุ่งสูงขึ้นถึง 22,300 ตัน เติบโต 8.9% สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของลูกค้าในตลาดโลกที่มีต่อนวัตกรรมของบริษัทฯ ส่งผลให้รายได้จากธุรกิจกลุ่ม CAV ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 3,017 ล้านบาท แม้ต้องเผชิญปัจจัยกดดันจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่ปริมาณความต้องการสินค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของลูกค้าในตลาดโลกที่มีต่อมาตรฐานการผลิตและนวัตกรรมของ FM ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการสร้างกำไรที่ยั่งยืนในอนาคต

สำหรับธุรกิจผลิตและจำหน่ายเนื้อไก่ชำแหละ (RAW) ยังคงเป็นฐานรายได้ที่แข็งแกร่ง โดยมีปริมาณการขายเติบโตขึ้นจากการเน้นจำหน่ายในประเทศเป็นหลัก พร้อมได้รับปัจจัยบวกจากต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ปรับตัวลดลง ทั้งกากถั่วเหลืองและข้าวโพด ส่งผลให้บริษัทฯ สามารถรักษาความสามารถในการแข่งขันและบริหารจัดการต้นทุนรวมได้อย่างยอดเยี่ยมในภาพรวม

ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทฯ ยังมีการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอย่างมีประสิทธิภาพ (SG&A) โดยสัดส่วนต่อยอดขายลดลงเหลือเพียง 3.86% จาก 4.30% ในปีก่อน ปัจจุบัน FM มีฐานะทางการเงินที่มั่นคงและแข็งแกร่งอย่างมาก มีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) ต่ำเพียง 0.32 เท่า และมีวงจรเงินสด (Cash Cycle) ที่รวดเร็วเพียง 23 วัน สะท้อนถึงสภาพคล่องที่สูงและความพร้อมขยายธุรกิจตามแผนงาน

จากผลการดำเนินงานดังกล่าว ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท จึงพิจารณาจ่ายเงินปันผลเพิ่มเติมจากงวดผลการดำเนินงานครึ่งปีหลัง 2568 ในอัตรา 0.20 บาทต่อหุ้น รวมเป็นเงิน 197.57 ล้านบาท กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 8 พฤษภาคม 2569 และจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 โดยการจ่ายเงินปันผลดังกล่าว จะต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2569 ทั้งนี้ หากรวมกับการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตราหุ้นละ 0.15 บาท เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2568 ทำให้ผู้ถือหุ้นได้รับเงินปันผลจากผลการดำเนินงานปี 2568 รวมทั้งสิ้น 0.35 บาทต่อหุ้น

ด้านนายณัฐพล ดุษฎีโหนด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร FM กล่าวว่า ในปี 2569 กลุ่มบริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นโมเดลธุรกิจกลางน้ำถึงปลายน้ำผ่านการผลิตและจำหน่ายไก่แปรรูปปรุงสุก เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพิงราคาตลาดไก่สดที่มีความผันผวนสูง และมุ่งสร้างระดับกำไรที่สม่ำเสมอ ล่าสุดในเดือนกันยายน 2568 บริษัทได้รับอนุมัติบัตรส่งเสริมการลงทุน (BOI) ใหม่สำหรับกิจการผลิตและจำหน่ายเนื้อไก่ชำแหละ (RAW) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และเริ่มใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีช่วงปลายไตรมาส 3/2568 ขณะที่กิจการผลิตและจำหน่ายชิ้นส่วนไก่แปรรูปปรุงสุก (CAV) คาดว่าจะได้รับอนุมัติบัตรส่งเสริมการลงทุนภายในไตรมาส 1/2569 นี้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มสิทธิประโยชน์ทางภาษีและเสริมความแข็งแกร่งให้กับผลการดำเนินงานในอนาคต

"ก้าวต่อไปของ FM คือการเดินหน้ายกระดับประสิทธิภาพการผลิตด้วยเทคโนโลยี และการกระจายฐานตลาดส่งออกไปยังภูมิภาคใหม่ๆ เพื่อลดความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และค่าเงิน เราเชื่อมั่นว่าด้วยพื้นฐานธุรกิจที่วางมาอย่างดี และความได้เปรียบด้านต้นทุนที่เราบริหารจัดการได้อย่างมีระบบ จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ FM สร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าและยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว" นายณัฐพลกล่าว


ข่าวค่าเงินบาท+กำไรสุทธิวันนี้

ดั๊บเบิ้ล เอ ยังแกร่งต่อเนื่อง ผลประกอบการ Q1 ปี 69 รายได้รวม 5,346 ลบ. กำไร 336 ลบ. ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจโลก

บริษัท ดั๊บเบิ้ล เอ (1991) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 1/2569 มีรายได้รวม 5,346 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.61% และมีกำไรสุทธิ 336 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 139.36% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2568 ที่มีรายได้รวม 5,160 ล้านบาท กำไรสุทธิ 140 ล้านบาท ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ค่าเงินบาท และต้นทุนโลจิสติกส์ที่สูงขึ้น จากการที่เป็นผู้ผลิตแบบครบวงจร (Integrated Mill) ที่ผลิตเยื่อกระดาษ และนำเอา By-products มาผลิตพลังงานสะอาดไปใช้ในกระบวนการผลิตกระดาษ ทำให้บริษัทบริหารควบคุมต้นทุนได้ดีกว่าคู่แข่ง ภาย

ในไตรมาส 1 ปี 2569 เศรษฐกิจไทยยังเผชิญแรง... ธนาคารกรุงเทพรายงานกำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 1 ปี 2569 จำนวน 10,994 ล้านบาท — ในไตรมาส 1 ปี 2569 เศรษฐกิจไทยยังเผชิญแรงกดดันจากทั้งปัจจัยภายนอกและข้อจำกัดเชิง...

กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 32.50-33.10 หลังจ้างงานสหรัฐฯแกร่ง

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32.50-33.10 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดอ่อนค่าที่ 32.61 บาท...

กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 32.30-32.80 รอตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32.30-33.80 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดแข็งค่าที่ 32.57 บาท...

กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 32.40-33.10 จับตาตลาดบอนด์โลก

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32.40-33.10 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดอ่อนค่าที่ 32.65 บาท...

กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 32.00-32.75 ลุ้นเงินเฟ้อสหรัฐฯ

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32.00-32.75 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดแข็งค่าที่ 32.19 บาท...

กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 32.00-32.70 จับตาประชุมธนาคารกลางหลัก

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32.00-32.70 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดอ่อนค่าที่ 32.44...

กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 32.60-33.40 ติดตามบอนด์ยิลด์สหรัฐฯ

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32.60-33.40 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดอ่อนค่าที่ 32.72 บาท...

กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 31.85-32.60 สงครามดันราคาน้ำมัน

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่าเงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 31.85-32.60 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดที่ 31.92 บาท/ดอลลาร์...