บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เตรียมออกและเสนอขายหุ้นกู้ชุดใหม่ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ จำนวน 4 รุ่น ประกอบด้วย หุ้นกู้อายุ 3 ปี เสนอขายผู้ลงทุนสถาบัน และ ผู้ลงทุนรายใหญ่ที่มิใช่บุคคลธรรมดา และหุ้นกู้อายุ 5 ปี 7 ปี และ 10 ปี เสนอขายแก่ผู้ลงทุนสถาบัน และผู้ลงทุนรายใหญ่ โดยอันดับเครดิตของทั้งองค์กรและหุ้นกู้ที่จัดโดยบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ล่าสุดเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 อยู่ที่ระดับ "AA-" แนวโน้ม "Stable" หรือ "คงที่" คาดว่าเปิดจองซื้อระหว่างวันที่ 17 - 19 มีนาคม พ.ศ. 2569 ทั้งนี้บริษัทฯ จะประกาศรายละเอียดและอัตราดอกเบี้ยให้ทราบอีกครั้งในช่วงกลางเดือนมีนาคม 2569
ในปี 2568 GULF มีกำไรสุทธิ (Net Profit) ส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 86,562 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 304.8% จากปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการควบรวมธุรกิจระหว่าง GULF และ INTUCH เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2568 ซึ่งส่งผลให้บริษัทบันทึกกำไรจากการรวมธุรกิจจำนวน 56,120 ล้านบาท ขณะที่กำไรจากการดำเนินงาน (Core Profit) อยู่ที่ 28,776 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.4% จาก 1.) การรับรู้เงินปันผลจากการลงทุนใน KBank 2.) การรับรู้ผลประกอบการเต็มปีของโครงการโรงไฟฟ้ากัลฟ์ ปลวกแดง (GPD) หน่วยที่ 3-4 3.) กำไรจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar farm) และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์พร้อมระบบกักเก็บพลังงาน (Solar BESS) ในประเทศที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ช่วงปลายปี 2567 และปลายปี 2568 4.) กำไรจากธุรกิจนำเข้า LNG และ 5.) ส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นจาก ADVANC, โครงการโรงไฟฟ้าหินกอง (HKP) และโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Jackson Generation ในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งสะท้อนถึงการเติบโตอย่างแข็งแกร่งในส่วนธุรกิจหลักควบคู่กับการขยายพอร์ตการลงทุนเชิงกลยุทธ์ของทางบริษัทฯ
สำหรับปี 2569 GULF ตั้งเป้ารายได้เติบโตต่อเนื่อง 10-15% จากการทยอยรับรู้รายได้โครงการโรงไฟฟ้าใหม่รวมกว่า 695 เมกะวัตต์ ทั้งโครงการ Solar Farm, Solar BESS, โรงไฟฟ้าขยะชุมชน และ Solar Rooftop รวมถึงผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของโรงไฟฟ้า Jackson Generation ในสหรัฐฯ ที่ได้รับอานิสงส์จากค่า Capacity Payment ที่พุ่งสูงขึ้นตามความต้องการใช้ไฟฟ้าของ Data Center ขณะที่ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานจะเริ่มรับรู้รายได้จากโครงการมอเตอร์เวย์ M81 ตั้งแต่กลางเดือนมกราคมเป็นต้นไป และเริ่มดำเนินการโครงการ M6 ในไตรมาส 3/2569 นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้รับแรงหนุนจากส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นของ AIS และการรับรู้รายได้เต็มปีจากศูนย์ข้อมูล GSA01 ควบคู่ไปกับการรุกธุรกิจคลาวด์และโซลูชัน AI เพื่อยกระดับสู่องค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ซึ่งจะช่วยสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนและความมั่นคงทางกระแสเงินสดให้กับกลุ่มบริษัทฯ ในระยะยาว
ผู้ที่สนใจจองซื้อหุ้นกู้สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมจากแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหุ้นกู้และร่างหนังสือชี้ชวนได้ที่ www.sec.or.th หรือสอบถามผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ ดังต่อไปนี้
- ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (ยกเว้นสาขาไมโคร) โทร. 1333 หรือจองซื้อผ่านแอปฯ Bangkok Bank Mobile Banking สำหรับผู้ลงทุนทั่วไปที่เป็นบุคคลธรรมดา
- ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) โทร. 0-2111-1111 หรือจองซื้อออนไลน์บนแอปฯ Krungthai Next ผ่านระบบ Money Connect by Krungthai สำหรับผู้ลงทุนรายใหญ่ที่เป็นบุคคลธรรมดา
- ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) โทร. 02-888-8888 กด 869 หรือจองซื้อผ่านเว็บไซต์ K-My Invest (www.kasikornbank.com/kmyinvest) สำหรับผู้ลงทุนรายใหญ่ที่เป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย
(ซึ่งรวมถึงบริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะหน่วยงานขายของธนาคารกสิกรไทย) - ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) โทร. 02-777-6784 หรือจองซื้อผ่านแอป SCB EASY สำหรับผู้ลงทุนรายใหญ่ที่เป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย (ซึ่งรวมถึงบริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ในฐานะหน่วยงานขายของธนาคารไทยพาณิชย์)
- บริษัทหลักทรัพย์เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) โทร. 02-165-5555 (ซึ่งรวมถึงธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ในฐานะหน่วยงานขายของบริษัทหลักทรัพย์เกียรตินาคินภัทร)
ORI คาดว่าจะเสนอขายหุ้นกู้ล็อตแรก ปี 2569 จำนวน 2 ชุดชูอัตราดอกเบี้ย [4.90 - 5.35]% ผ่าน 10 สถาบันการเงิน ลุยโอนคอนโดฯใหม่เพิ่มอีก 9 โครงการ มี Backlog แล้วกว่า 70%
เสนาเสนอขายหุ้นกู้ 2 ชุดใหม่ อัตราดอกเบี้ยคงที่ 4.90% และ 5.80% เปิดจองซื้อวันที่ 3 - 5 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ ผ่าน 16 สถาบันการเงินชั้นนำ
สิงห์ เอสเตท (S) ประสบความสำเร็จ ปิดการขายหุ้นกู้มูลค่า 1,500 ล้านบาท สะท้อนความเชื่อมั่นจากนักลงทุน
ACE ปลื้ม คว้าเรตติ้งหุ้นยั่งยืน ระดับสูงสุด "AAA" สองปีติดต่อกัน
SUPER สตรอง! ทริสฯ คงเครดิตองค์กรระดับ "BBB" ตอกย้ำคุณภาพพอร์ตโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ 1.4 GW หนุนกระแสเงินสดมั่นคง เดินหน้าขยายการลงทุน ดันอนาคตเติบโตยั่งยืน
ทริสเรทติ้งคงอันดับเครดิตองค์กร ของ WHA Group ที่ "A-" แนวโน้ม "Stable" สะท้อนฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งและการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
บางจากฯ ฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง คงระดับเครดิต A+ จากทริส เรทติ้ง ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2
ทริสเรทติ้งคงอันดับเครดิตองค์กร บางจาก ศรีราชา "A+" ต่อเนื่องปีที่ 2 ตอกย้ำศักยภาพองค์กรชั้นนำในอุตสาหกรรมพลังงานไทย