กรมทรัพย์สินทางปัญญาลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต พบผู้ประกอบการประมงท้องถิ่นเพื่อติดตามและตรวจเยี่ยมกระบวนการผลิตสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) "กุ้งมังกร 7 สีภูเก็ต" วัตถุดิบคุณภาพพรีเมียมจากท้องทะเลอันดามัน ซึ่งเป็น GI น้องใหม่ของจังหวัดที่กรมฯ เพิ่งประกาศขึ้นทะเบียนเมื่อเดือนมกราคม 2569 โดยกรมฯ เตรียมผนึกกำลังร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นและภาคเอกชนเดินหน้าผลักดันการสร้างมูลค่าเพิ่มพร้อมต่อยอดโอกาสทางการตลาดสู่ระดับสากล
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า จังหวัดภูเก็ตเป็นหนึ่งในพื้นที่ศักยภาพด้านสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ในภาคใต้ของไทยโดยปัจจุบันมีสินค้าอัตลักษณ์ท้องถิ่นที่ได้รับการขึ้นทะเบียน GI แล้ว 4 รายการ แบ่งเป็น กลุ่มสินค้าผลไม้ 2 รายการ ได้แก่ สับปะรดภูเก็ต และส้มควายภูเก็ต และกลุ่มสินค้าประมง 2 รายการ ได้แก่ มุกภูเก็ต และกุ้งมังกร 7 สีภูเก็ต ซึ่งสินค้า GI ทั้ง 4 รายการล้วนมีชื่อเสียงและคุณภาพเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจเข้าสู่จังหวัดภูเก็ตได้ราว 66.61 ล้านบาทต่อปี สะท้อนบทบาทของ GI ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนในเมืองท่องเที่ยวสำคัญที่รายล้อมด้วยทรัพยากรธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์
ในการลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ตครั้งนี้ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา พร้อมด้วย นางสาววรนิษฐ์ อภิรัฐจิรวงษ์ พาณิชย์จังหวัดภูเก็ต นายนพัตรธร เพชรโชติ รองประธานหอการค้าจังหวัดภูเก็ต ร่วมตรวจเยี่ยมกระบวนการผลิตสินค้า GI "กุ้งมังกร 7 สีภูเก็ต" ณ แพโกปาน บริเวณท่าเทียบเรือป่าหล่าย ตำบลฉลอง อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นแหล่งเพาะเลี้ยงกุ้งมังกร 7 สีภูเก็ตที่มีคุณภาพของชายฝั่งทะเลอันดามัน ที่ใช้การเสริมอาหารสดจากธรรมชาติในการเลี้ยง ได้แก่ หอยกะพง หอยแครง และปลากระเบน ร่วมด้วยปัจจัยด้านคุณภาพน้ำซึ่งมีระดับความเค็มที่เหมาะสม มีกระแสน้ำไหลเวียนตลอดเวลาและพัดพาตะกอนทับถมให้เกิดป่าชายเลนที่เอื้อต่อการเพาะเลี้ยงกุ้งมังกรชายฝั่ง โดยกุ้งมังกรในกระชังต้องปรับตัวต้านกระแสน้ำที่ไหลค่อนข้างแรง จึงมีมวลกล้ามเนื้อมาก เนื้อแน่น รสชาติหวาน มันกุ้งเยอะ และไม่มีกลิ่นคาว ทั้งนี้ กุ้งมังกร 7 สีภูเก็ตมีลำตัวขนาดใหญ่ตั้งแต่ 0.5 - 4.5 กิโลกรัม ทั้งตัวมีสีไม่น้อยกว่า 7 สี เช่น สีเขียว สีส้ม สีน้ำเงิน สีม่วง สีชมพู สีครีม และสีดำ เป็นต้น เปลือกส่วนหัวแข็งหนา หนวดยาวแข็งแรง ปล้องท้องเรียบไม่มีร่องขวาง และมีหางแผ่เป็นรูปพัด
ทั้งนี้ ปัจจุบันผู้ผลิตกุ้งมังกร 7 สีภูเก็ตมีอยู่ประมาณ 38 ครัวเรือน และมีจำนวนกระชังเลี้ยงราว 360 กระชัง โดยกระชังขนาด 3x3 เมตรสามารรถรองรับการผลิตกุ้งมังกรได้ประมาณ 50 ตัว ใช้ระยะเวลาเพาะเลี้ยงไม่น้อยกว่า 6 เดือน ส่งผลให้มีปริมาณการผลิตกุ้งมังกร 7 สีภูเก็ตรวม 21,670 กิโลกรัมต่อปี สำหรับจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมีประเทศในแถบยุโรปและเอเชียเป็นตลาดส่งออกสำคัญ สามารถจำหน่ายในราคาขายปลีกเฉลี่ยกิโลกรัมละ 3,000 บาท และสร้างรายได้เข้าสู่จังหวัดได้กว่า 65 ล้านบาทต่อปี
ในโอกาสนี้ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา และคณะ ได้หารือร่วมกับนายปวริศน์ ราชรักษ์ ตัวแทนผู้ประกอบการกุ้งมังกร 7 สีภูเก็ตถึงแนวทางสนับสนุนการสร้างมูลค่าเพิ่มและขยายช่องทางการตลาด โดยกรมฯ มีแผนส่งเสริมสินค้า GI กุ้งมังกร 7 สีภูเก็ตใน 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ (1) การจัดทำระบบควบคุมคุณภาพสินค้าและระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) เพื่อให้ผู้บริโภคได้ทราบถึงแหล่งที่มาในทุกขั้นตอนการผลิต ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นในมาตรฐานสินค้า โดยผู้ประกอบการที่ผ่านการตรวจประเมินคุณภาพจะได้รับอนุญาตให้ใช้ตรา GI ไทยคราวละ 2 ปี พร้อมทั้งได้รับโอกาสร่วมกิจกรรมพัฒนาศักยภาพสินค้า GI ที่กรมฯ จัดขึ้น (2) การยกระดับภาพลักษณ์สินค้าพรีเมียม โดยการผลักดันสินค้ากุ้งมังกร 7 สีภูเก็ตให้เป็นวัตถุดิบในร้านอาหารไฟน์ไดนิ่ง เครือข่ายโรงแรม และร้านอาหารของเชฟระดับประเทศ ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์สินค้าให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างผ่านสื่อออนไลน์และออฟไลน์ในรูปแบบภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ (3) การส่งเสริมโอกาสทางการตลาด ผ่านงานแสดงสินค้า เช่น งาน GI Market งาน THAIFEX - ANUGA ASIA เป็นต้น พร้อมจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดและการเจรจาจับคู่ธุรกิจ เพื่อเชื่อมโยงผู้ซื้อ ผู้นำเข้า และผู้ประกอบการ เข้าด้วยกัน เพื่อสร้างโอกาสทางการค้าในระยะยาว
นอกจากนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญายังได้หารือร่วมกับภาคเอกชน เพื่อวางแนวทางบูรณาการต่อยอดทางการตลาดให้กับสินค้ากุ้งมังกร 7 สีภูเก็ต ผ่านงาน Phuket Lobster Festival ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงเดือนสิงหาคม โดยมีกิจกรรม Phuket Lobster Street ที่จะยกขบวนเชฟจากโรงแรมและร้านอาหารชื่อดังมารังสรรค์เมนูอาหารจากกุ้งมังกร 7 สีภูเก็ตให้นักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติได้ลิ้มลอง และสนับสนุนสินค้าเข้าสู่ธุรกิจร้านอาหารที่สามารถสร้างรายได้หมุนเวียนคืนสู่ผู้ผลิตโดยตรง ตลอดจนการจัดโซนตลาดชุมชนและผลิตภัณฑ์ GI ซึ่งมีกิจกรรมเวิร์คชอปและนิทรรศการถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับเส้นทาง GI กุ้งมังกร 7 สีภูเก็ต รวมถึงการต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มในมิติต่างๆ ทั้งการพัฒนาแหล่งผลิต GI เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวเชิงอาหาร การจัดทำสินค้าเพื่อสร้างภาพจำและการรับรู้ในวงกว้าง อาทิ มาสคอตน้องจุ้ง อาร์ตทอย เสื้อผ้า และสินค้าที่ระลึกต่างๆ เป็นต้น
นางอรมน กล่าวเพิ่มเติมว่า การลงพื้นที่ส่งเสริมสินค้า GI กุ้งมังกร 7 สีภูเก็ตในครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการติดตามตรวจสอบกระบวนการผลิตสินค้าให้เป็นไปตามมาตรฐานที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมฯ แต่ยังเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ผู้ประกอบการ พร้อมสนับสนุนการนำอัตลักษณ์ GI มาต่อยอดเชิงพาณิชย์อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อยกระดับสินค้ากุ้งมังกร 7 สีภูเก็ตสู่การเป็นวัตถุดิบพรีเมียมในตลาดโลก พร้อมปักหมุดเกาะภูเก็ตให้เป็นแลนด์มาร์กท่องเที่ยวเชิงอาหารระดับนานาชาติที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวมาเยือนและลิ้มลองคุณภาพความอร่อยด้วยตนเอง
กรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดบ้านต้อนรับคณะดูงานนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ เสริมแกร่งผู้ปฏิบัติงานด้านกฎหมายภาครัฐ-เอกชนชั้นนำ เชื่อมทฤษฎีสู่แนวทางปฏิบัติงานจริง
กรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดโผ Top 5 "มะม่วง GI ไทย" มูลค่าสูง ชูจุดแข็งอัตลักษณ์พื้นถิ่นและคุณภาพมาตรฐานโลก สร้างรายได้ยั่งยืนสู่ชุมชน
กรมทรัพย์สินทางปัญญา จับมือ "STeP" ขับเคลื่อนนวัตกรรมไทย มุ่งเป้า "เปลี่ยนงานวิจัยเป็นนวัตกรรมมูลค่าสูง" พร้อมโชว์ศักยภาพในงาน IP Fair 2026
กรมทรัพย์สินทางปัญญา ปักหมุดเชียงใหม่ รุกตรวจเยี่ยมแหล่ง GI หัตถศิลป์ขึ้นชื่อ ดันสร้างมูลค่าเพิ่ม เจาะตลาดสากล พร้อมเฟ้นหาสินค้าอัตลักษณ์พื้นถิ่นใหม่ๆ เข้าสู่ระบบ GI ต่อเนื่อง
กรมทรัพย์สินทางปัญญา พา "มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี" ขึ้นทะเบียน GI ใน EU สำเร็จ! ปักธงโอกาสทางการค้ากว่า 27 ประเทศ ดันผลไม้คุณภาพของไทยเฉิดฉายในเวทีโลก
กรมทรัพย์สินทางปัญญา แนะบริการทางเลือก ช่วยประชาชนระงับข้อพิพาทด้านทรัพย์สินทางปัญญา ประหยัด ยืดหยุ่น รวดเร็ว จบได้โดยไม่ต้องไปศาล
กรมทรัพย์สินทางปัญญา เผยสถิติขอจดทะเบียน/แจ้งข้อมูลทรัพย์สินทางปัญญา ในไทยเดือนแรกปี 2569 ยอดรวมกว่า 7,384 คำขอเทรนด์สุขภาพมาแรง ติดอันดับ Top5 คำขอ IP หลายประเภท
กรมทรัพย์สินทางปัญญา จับมือกูเกิล (ประเทศไทย) ปลดล็อกพลัง AI เสริมเกราะ - สร้างรายได้ด้วย "ลิขสิทธิ์" หนุนพลิกเกมธุรกิจสร้างสรรค์ไทย ปั้นครีเอเตอร์ยุคใหม่ลุยตลาดโลก