บมจ. ดีโอดี ไบโอเทค หรือ "DOD" ระเบิดฟอร์ม พลิกเทิร์นอะราวด์ กำไรปี 68 พุ่ง 137%(YoY) แตะ 59.58 ล้านบาท ตอกย้ำความแกร่งเบอร์ 1 OEM ด้านธุรกิจเสริมอาหาร รับอานิสงส์กำไรเพิ่มจากการบริหารจัดการต้นทุน และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ได้อย่าง ยอดเยี่ยม ด้านบอร์ดใจป้ำเคาะจ่ายปันผล 0.05 บาทต่อหุ้นจ่อขึ้น XD 13 มี.ค.
นายต่อลาภ ไชยเชาวน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดีโอดี ไบโอเทค จำกัด (มหาชน) หรือ DOD ผู้รับจ้างผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารภายใต้ตราสินค้าของลูกค้า เปิดเผยว่า บริษัทฯ ประสบความสำเร็จในการปรับโครงสร้างกิจการจนสามารถพลิกเป็นกำไร (Turnaround) อย่างเป็นรูปธรรม โดยในปี 2568 บริษัทฯ มีกำไรจากการดำเนินงาน 27.08 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.27 ล้านบาท คิดเป็น การเพิ่มขึ้นอัตราร้อยละ 1,336.53 และมีกำไรสำหรับปีจากการดำเนินงานต่อเนื่อง 50.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.92 ล้านบาท คิดเป็นการเพิ่มขึ้นอัตราร้อยละ 84.36 เมื่อปรับด้วยรายการอื่น ส่งผลให้มีกำไรส่วนของบริษัทใหญ่ จำนวน 59.58 ล้านบาท จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน (YoY) ที่มีผลขาดทุนส่วนของบริษัทใหญ่ (159.34) ล้านบาท คิดเป็นการเพิ่มขึ้น 218.92 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 137.39 (YoY)
"การที่กำไรพุ่ง 137.39% สะท้อนให้เห็นว่า วันนี้ DOD ผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว ภายใต้การบริหารจัดการต้นทุนที่ได้ดีอย่างมีประสิทธิภาพ สะท้อนถึงกำไรขั้นต้น (Gross Margin) ในปี 2568 อยู่ที่ 210.06 ล้านบาท เพิ่มขึ้น1.57% (YoY) ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 32.04 เป็น 34.49 และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิผล ดังนั้น เชื่อว่าหลังจากนี้ธุรกิจจะสร้างฐาน Momentum รอบใหม่ เพื่อมุ่งสู่การพาบริษัทฯ สร้าง New High ในรอบถัดไปได้ในอนาคต "
ทั้งนี้ จากตัวเลขกำไรที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น ส่งผลให้ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดงวดปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.05 บาท รวมเป็นเงินปันผลทั้งสิ้น 22,520,714.25 บาท โดยขึ้นเครื่องหมาย 13 มีนาคม 2569 และมีการกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิ ได้รับเงินปันผลดังกล่าว ในวันที่ 16 มีนาคม 2569 เพื่อจ่ายปันผลในวันที่ 5 พฤษภาคม 2569
"สำหรับรายได้จากการขาย 608.98 ล้านบาท ลดลง 5.64% จากการปรับโครงสร้างของลูกค้า เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แต่อย่างไรก็ตาม การปรับตัวดังกล่าวควบคู่ไปกับการควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิผล โดยลดลงจาก 26.02 ล้านบาท คิดเป็นการลดลงร้อยละ 12.45 ทำให้บริษัทฯ สามารถทำกำไรได้อย่างโดดเด่นในรอบปีที่ผ่านมา"
นายต่อลาภ CEO "DOD" กล่าวทิ้งท้ายถึงภาพรวมการเติบโตของธุรกิจในปี 2569 ว่า บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าสร้างการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง โดยมีแผนจะขยายฐานลูกค้าผ่านการเพิ่ม พอร์ตโฟลิโอ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้บริษัทฯ อีกทั้งการเพิ่มไลน์ผลิต เพื่อรองรับการผลิตสินค้าที่กำลังอยู่ในกระแสความนิยม ควบคู่กับบริหารค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างเข้มงวด เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ในการสร้างกำไรให้แก่ผู้ถือหุ้น ทั้งนี้ บริษัทฯ เน้นกลยุทธ์สร้าง "Loyalty" ให้ลูกค้าเดิมที่มีศักยภาพ ในการเติบโต และหาลูกค้ารายใหม่ ซึ่งปัจจุบันยังอยู่ระหว่างเจรจาลูกค้ารายใหญ่ และด้วยจุดแข็ง ทั้งด้านการเงิน ที่มีทั้งฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง สภาพคล่องสูง และด้านวิจัยพัฒนาสินค้าที่โดดเด่น รวมทั้งความสามารถในการผลิตที่มีคุณภาพสูงครบทุกประเภทของสินค้า จะเป็นรากฐานสำคัญให้บริษัทฯ เติบโตอย่างยั่งยืน
"แลคโตบาซิลัส แรมโนซัส แอล34" โพรไบโอติกประจำถิ่น ลดการอักเสบ ในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง
MALEE กางยุทธศาสตร์ 'Malee Applied Sciences' สร้าง New Era of Wellness ชู Deep Tech ทางวิทยาศาสตร์ สร้างนวัตกรรม 'Advanced Active Ingredients' ลุยตลาด B2B
เฮอร์บาไลฟ์ เดินหน้าขยายศักยภาพด้านโภชนาการเฉพาะบุคคลผ่านแผนเข้าซื้อกิจการBioniq การทำธุรกรรมช่วยเร่งความมุ่งมั่นของ เฮอร์บาไลฟ์ และ คริสเตียโน โรนัลโด ในการยกระดับโภชนาการและการดูแลสุขภาพเฉพาะบุคคลทั่วโลก
BioActive+ คว้ารางวัล Business+ Product Innovation Awards 2026 ตอกย้ำผู้นำนวัตกรรม Health & Wellness ด้วย "Concentrated Liquid Collagen"
บอร์ด SPTX ไฟเขียวเข้าซื้อกิจการกลุ่ม DRJ
INZENT คว้ารางวัล TikTok Shop Awards 2026 ติด Top 3 แบรนด์สุขภาพและความงาม ยอดขายสูงสุด ตอกย้ำพลัง Discovery Commerce
VEGA เร่งเครื่อง Global Branding ดัน OEM ไทยสู่ Strategic Global Partner ปักหมุด "Made in Thailand" บนเวทีโลก
เทพประทานโอสถ ประกาศจุดยืนสนับสนุนแบรนด์ไทย หนุนตลาดอาหารเสริมไทยแตะ 150,000 ล้านบาท พร้อมผลักดันแบรนด์ไทยสู่ความยั่งยืน