บริษัท จี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ GCAP เผยผลประกอบการปี 2568 บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิ 66.59 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากการดำเนินกลยุทธ์เชิงรุกในการบริหารความเสี่ยงเชิงป้องกัน (Preventive Risk Management) การตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) และการปรับโครงสร้าง พอร์ตลูกหนี้เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของฐานะทางการเงินในระยะยาว พร้อมวางรากฐานสำคัญสำหรับ การกลับมาเติบโตอย่างยั่งยืนในปี 2569
นายอนุวัตร โกศล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GCAP เปิดเผยว่า ปี 2568 ถือเป็นปีแห่งการตั้งหลักและวางรากฐานใหม่ของบริษัท โดยบริษัทฯ เลือกดำเนินนโยบายอย่างรอบคอบ ภายใต้สภาวะเศรษฐกิจและรายได้ ภาคเกษตรที่ยังมีความผันผวน ผ่านการบริหารคุณภาพสินเชื่ออย่างเข้มงวด การปรับโครงสร้างหนี้ให้สอดคล้องกับศักยภาพของลูกหนี้ และการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Preventive Expected Credit Loss (ECL)) เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินในระยะยาว
แม้ผลประกอบการรวมทั้งปีของ GCAP ขาดทุน อันเป็นผลสืบเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว, ผลกระทบที่ต่อเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมา และราคาพืชผลการเกษตรที่ผันผวน ส่งผลต่อความสามารถในการประกอบอาชีพและการชำระหนี้ของลูกหนี้ อย่างไรก็ตามในเชิงโครงสร้างทางการเงิน บริษัทฯ สามารถควบคุมและลดภาระต้นทุนทางการเงินได้อย่างมีนัยสำคัญ จากการทยอยชำระคืนหุ้นกู้ครบถ้วนตามแผนตลอดหลายปีที่ผ่านมา รวมมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท โดยไม่เคยผิดนัดชำระหนี้ สะท้อนถึงวินัยทางการเงินและหลักธรรมาภิบาลที่แข็งแกร่ง
ในมุมของศักยภาพทางธุรกิจ GCAP ยังมีจุดแข็งเชิงโครงสร้างที่โดดเด่น โดยธุรกิจหลักของบริษัทฯ สอดคล้องกับภาคเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ ได้แก่ ภาคการเกษตรและการท่องเที่ยว ซึ่งยังมีความต้องการเงินทุน อย่างต่อเนื่อง บริษัทฯ มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อเครื่องจักรกลการเกษตรมากว่า 20 ปี พร้อมองค์ความรู้เฉพาะทางด้านการวิเคราะห์สินเชื่อ, ระบบติดตามลูกหนี้ และการบริหารพอร์ตสินเชื่อ ทำให้สามารถออกแบบผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ตอบสนองความต้องการของเกษตรกรและผู้ประกอบการภาคการเกษตร และ การท่องเที่ยว
อีกหนึ่งจุดแข็งสำคัญคือเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจที่มีความสัมพันธ์กับบริษัทฯ มายาวนาน โดยเฉพาะกลุ่ม ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องจักรกลการเกษตร ซึ่งเป็นผู้นำในตลาดรถเกี่ยวนวดข้าว / รถเกี่ยวข้าวโพดขนาดใหญ่และประสิทธิภาพสูง (Heavy Duty & High Performance) มีประสบการณ์ในการผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องจักรกลการเกษตรมายาวนานกว่า 50 ปี และได้รับความเชื่อถือในกลุ่มผู้ประกอบการรถเกี่ยวนวดข้าวและข้าวโพด ความร่วมมือดังกล่าวช่วยเสริมศักยภาพการแข่งขัน และเปิดโอกาสให้บริษัทฯ สามารถขยายบริการสินเชื่อไปยังนวัตกรรมเครื่องจักรกลการเกษตรอื่นๆ ในอนาคต
สำหรับปี 2569 GCAP วางแผนรองรับการขยายธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ โดยในส่วนของธุรกิจสินเชื่อ (Lending Business) บริษัทฯ จะยังคงมุ่งเน้นสินเชื่อเช่าซื้อเครื่องจักรกลการเกษตร ซึ่งเป็นธุรกิจหลักที่มีความ เชี่ยวชาญ ควบคู่กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่ตอบสนองความต้องการเงินทุนในการประกอบอาชีพของเกษตรกร และใช้การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อยกระดับการบริหารความเสี่ยง ตั้งเป้าสร้างการเติบโตของพอร์ตสินเชื่ออย่างสมดุล ระหว่างอัตราการเติบโตและคุณภาพพอร์ตสินเชื่อ โดยตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อใหม่ในปี 2569 ไม่น้อยกว่า 2 เท่า ของปีก่อน และสร้างความเติบโตให้กับพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อของบริษัทฯ ไม่น้อยกว่า 20% ณ สิ้นปี 2569
ขณะเดียวกัน ธุรกิจ Non-Lending จะเป็นกลไกสำคัญในการสร้าง New S-Curve ให้กับบริษัทฯ โดย ต่อยอดสู่ธุรกิจเทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมถึงธุรกิจ High Potential อาทิเช่น ธุรกิจอากาศยานโดยสารไร้คนขับ (Passenger Drone) และ โครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการท่องเที่ยว "Koh Tao Lifestyle Complex" บนพื้นที่ กว่า 200 ไร่บนเกาะเต่า ซึ่งทั้ง 2 ธุรกิจสอดคล้องกับกระแสการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และมีศักยภาพสร้างรายได้ในระดับสูง (High Margin) โดยคาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป
สำหรับผลประกอบการของบริษัทฯ ในงวดปี 2568 บริษัทฯ มีกำไรจากการดำเนินงานก่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลและต้นทุนทางการเงิน จำนวน 41.35 ล้านบาท โดยบริษัทฯ มีรายได้จำนวน 127.74 ล้านบาท ขณะที่มีต้นทุน ทางการเงินจำนวน 37.82 ล้านบาท ลดลง 14.23 ล้านบาท หรือ 27.34% เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากการชำระคืนหุ้นกู้ และมีค่าใช้จ่ายในการบริหาร (ก่อนรายการพิเศษ) จำนวน 86.39 ล้านบาท ลดลง 9.88 ล้านบาท หรือ 10.26% เมื่อเทียบกับปีก่อน ทั้งนี้ ในปี 2568 บริษัทมียอดขาดทุนสุทธิจำนวน 66.59 ล้านบาท โดยเป็นผลจาก
- การตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) และการตั้งสำรองผลขาดทุนจากการคำนวณมูลค่าปัจจุบันสุทธิจากการขยายระยะเวลาการชำระเงินของลูกหนี้ เพื่อรองรับความเสี่ยงในอนาคต รวม 47.52 ล้านบาท
- การตัดหนี้สูญ จำนวน 3.15 ล้านบาท
- การตัดจ่ายค่าใช้จ่ายล่วงหน้าในการออกหุ้นกู้แปลงสภาพ จำนวน 6.37 ล้านบาท
- ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีกลุ่มลูกหนี้กฎหมาย จำนวน 4.48 ล้านบาท เพื่อเร่งรัดการชำระหนี้ ซึ่งบริษัทฯ สามารถได้รับคืนเมื่อติดตามหนี้ได้
ค่าใช้จ่ายในการศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งบริษัทย่อย (บริษัท ไทย เอเอเอ็ม จำกัด) เพื่อทำธุรกิจโดรนโดยสารเพื่อการท่องเที่ยว และการพัฒนาธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (Sustainable Tourism) รวมจำนวน 0.86 ล้านบาท
ทั้งนี้ ผลประกอบการปี 2568 เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการปรับโครงสร้างเชิงกลยุทธ์ เพื่อให้ GCAP กลับมาเติบโตบนฐานที่แข็งแรง ปี 2569 จะเป็นปีแห่งการเริ่มเห็นผลจากการวางรากฐานที่ผ่านมา ทั้งในมิติของรายได้ คุณภาพพอร์ต และโอกาสทางธุรกิจใหม่ เพื่อสร้างคุณค่าในระยะยาวให้กับผู้ถือหุ้นและนักลงทุน" นายอนุวัตร กล่าว
GCAP เปิดเกมรุก Q3/68 เร่งเครื่องธุรกิจ Non-Lending หัวหอกรายได้ใหม่ คาดโดรนโดยสารเปิดบินเชิงพาณิชย์กลางปี 69
GCAP เผยผลงานครึ่งปีแรก กำไรต่อเนื่อง เร่งเครื่องลุย H2/68 เปิดตัว "สินเชื่อรถเกี่ยวแลกเงิน" เสริมทัพ มั่นใจตอบโจทย์ลูกค้า ดันพอร์ตสินเชื่อปีนี้โตตามเป้า
GCAP ออกหุ้นกู้มีประกัน ชูยิลด์สูง 7.25% ขายสถาบัน-รายใหญ่ 24-25 ก.ค. และ 29 ก.ค.2568 นี้
GCAP ผนึก AIONEX เปิดตัวสินเชื่อเช่าซื้อรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าเพื่อการท่องเที่ยว ในงาน mai FORUM 2025 สานต่อวิสัยทัศน์การเงินเพื่อความยั่งยืน เจาะกลุ่มเป้าหมายพื้นที่เกาะท่องเที่ยวทั่วไทย
GCAP ยกทัพเปิดข้อมูลเด็ดในงาน mai Forum 2025
GCAP เดินหน้าโปรเจ็กต์ใหญ่เกาะเต่า จับมือ "แอเรียล ซี เวนเจอร์" ตั้งบริษัท "เต่า เอเอเอ็ม" ลุยธุรกิจให้บริการอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) เพื่อการท่องเที่ยวและการขนส่งครั้งแรกในไทย
GCAP ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2568 ไฟเขียวผ่านฉลุยทุกวาระ พร้อมเดินหน้าแผนธุรกิจขยายสู่กลยุทธ์ Non Lending Business
GCAP เปิดแผนธุรกิจปี 68 ตั้งธงดันสินเชื่อใหม่โต 20% พร้อมไถ่ถอนหุ้นกู้ล็อตสุดท้าย มีนาคม นี้