อารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์ เปิดตัว 'ARAYA Industrial and Logistics Hub' เติมเต็มระบบนิเวศอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี ยกระดับสู่ฮับซัพพลายเชนแห่งภูมิภาค

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

อารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์ (ARAYA The Eastern Gateway) โครงการระบบนิเวศเมืองอุตสาหกรรมและนวัตกรรมครบวงจรแห่งแรกในประเทศไทย เปิดตัวโมเดลธุรกิจโรงงานและคลังสินค้ารูปแบบ ด้วยการออกแบบที่เน้นความอเนกประสงค์ (Multi-functional) ให้สามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่การใช้งานเป็นได้ทั้งโรงงานผลิตและคลังสินค้า (Ready-Built Factory & Warehouse) ภายในที่เดียว ภายใต้ชื่อ ARAYA Industrial and Logistics Hub อย่างเป็นทางการ เพื่อขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรม และโลจิสติกส์ ของประเทศ ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมตอบรับพลวัตของซัพพลายเชนโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พร้อมยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย สนับสนุนนโยบาย Smart Industrial Estate และการส่งเสริมการลงทุนในภาคดิจิทัล เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นซัพพลายเชนที่สำคัญในภูมิภาค

อารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์ เปิดตัว 'ARAYA Industrial and Logistics Hub' เติมเต็มระบบนิเวศอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี ยกระดับสู่ฮับซัพพลายเชนแห่งภูมิภาค

นางสาวกมลกาญจน์ คงคาทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท อารยะ แลนด์ ดีเวลลอปเม้นต์ จำกัด กล่าวว่า "การเปิดตัว ARAYA Industrial and Logistics Hub ในช่วงเวลานี้ เป็นการมุ่งตอบโจทย์ความต้องการของซัพพลายเชนโลกที่ให้ความสำคัญกับ 'ความเร็ว ความมั่นคง และความแน่นอน' โดยทำเลจุดยุทธศาสตร์นี้ เราพร้อมทำหน้าที่เป็นฮับกระจายสินค้าหลักที่เชื่อมโยงไปทั่วประเทศ เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพซัพพลายเชนในระยะยาวและเชื่อมโยงกับระบบนิเวศอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีของเรา" อารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์ เปิดตัว 'ARAYA Industrial and Logistics Hub' เติมเต็มระบบนิเวศอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี ยกระดับสู่ฮับซัพพลายเชนแห่งภูมิภาค

ARAYA Industrial and Logistics Hub โดดเด่นด้วยอาคารคลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้าที่สร้างเสร็จสมบูรณ์พร้อมเข้าใช้งาน (Ready-to-Move-In) รวมพื้นที่อาคารกว่า 23,639 ตารางเมตร ประกอบด้วยพื้นที่คลังสินค้า 20,835 ตารางเมตร และพื้นที่สำนักงาน 2 ชั้น อีก 2,804 ตารางเมตร โดยได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับธุรกิจโลจิสติกส์และ 3PL ทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ รวมถึงธุรกิจที่ต้องการความเร็ว ความแม่นยำ และระบบจัดการที่ซับซ้อน ด้วยสเปกอาคารมาตรฐานระดับโลกที่ตอบโจทย์การดำเนินงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ อาทิ:

  • โครงสร้างอาคาร: ความสูงภายในอาคาร 12 เมตร มอบพื้นที่จัดเก็บสินค้าสูงสุด พื้นอาคารรับน้ำหนัก 3 ตันต่อตารางเมตร พร้อมยกพื้นอาคารสูง +1.30 เมตร เพื่อความสะดวกในการขนถ่ายสินค้า
  • ระบบขนถ่ายสินค้าครบครัน: ประกอบด้วย Loading Bay 2 ยูนิต, Dock Leveler 2 ยูนิต และ Ramp Access 1 ยูนิต
  • การจัดการจราจรและขนส่ง: ออกแบบเส้นทางการสัญจรภายในโครงการอย่างเป็นระบบ แยกโซนรถบรรทุก รถพนักงาน และพื้นที่จอดรถอย่างชัดเจน เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและประสิทธิภาพการขนส่ง รองรับทั้งรถบรรทุก 6 ล้อ และรถเทรลเลอร์ขนาดใหญ่
  • ความยั่งยืนและประสิทธิภาพพลังงาน: อาคารได้รับการออกแบบตามแนวคิด LEED Certified Warehouse/Factory โดยใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพด้วยระบบไฟ LED 400 lux, การใช้แสงธรรมชาติผ่าน Skylight และการระบายอากาศตามธรรมชาติ พร้อมหลังคาเมทัลชีทบุฉนวนกันความร้อน เพื่อลดการใช้พลังงานและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
  • พื้นที่สำนักงานและสิ่งอำนวยความสะดวก: พื้นที่สำนักงาน 2 ชั้น ที่ผสานฟังก์ชันการใช้งานอย่างยืดหยุ่น รองรับทั้งการเป็นพื้นที่สำนักงานและสามารถปรับเปลี่ยนเป็น Showroom ได้ตามความต้องการของธุรกิจ

ปัจจุบันโครงการ อารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์ มีความคืบหน้าโดยรวมอย่างต่อเนื่อง และมีแผนขยายพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมจาก 1,891 ไร่ เป็น 3,800 ไร่ ภายในปี 2569 เพื่อรองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ อาทิ Advanced Manufacturing, โลจิสติกส์และซัพพลายเชน, เทคโนโลยีดิจิทัลและ Data-driven Industry ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางเศรษฐกิจใหม่ของประเทศ โครงการยังได้รับความไว้วางใจจากบริษัทชั้นนำระดับโลก อาทิ IFMT ในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์, MR. D.I.Y. ในด้านโลจิสติกส์ รวมถึงบริษัทอิเล็กทรอนิกส์ชั้นนำและกลุ่ม Data Center จากจีนและไต้หวัน ไปจนถึงกลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มชั้นนำจากยุโรป ยิ่งตอกย้ำศักยภาพการเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีของภูมิภาค

อารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์ ได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิดโครงสร้างพื้นฐานที่ก้าวหน้าและพร้อมรองรับอนาคต เพื่อสนับสนุนให้ธุรกิจเริ่มต้นได้อย่างไร้รอยต่อ เราเชื่อมั่นว่ารากฐานที่แข็งแกร่งและการเชื่อมโยงซัพพลายเชนที่มีความยืดหยุ่นสูง จะนำพาธุรกิจของลูกค้าไปสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน ไม่ว่าทิศทางการค้าโลกจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร" กมลกาญจน์ กล่าวสรุป


ข่าวภาคอุตสาหกรรม+และเทคโนโลยีวันนี้

วว. ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ BCG ด้วย วทน. เปลี่ยนทรัพยากรชีวภาพ/วัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร เป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) มุ่งเน้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy) โดยเปลี่ยนทรัพยากรชีวภาพและวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรให้เป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง ผ่านการดำเนินงานของศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทาง สร้างความเข้มแข็งให้แก่ภาคอุตสาหกรรม SMEs และชุมชน ผ่านระบบนิเวศนวัตกรรมอย่างยั่งยืน โดยกลุ่มนวัตกรรมเด่นและเทคโนโลยีที่น่าสนใจซึ่งพร้อมถ่ายทอดสู่เชิงพาณิชย์เพื่อเสริมแกร่งเศรษฐกิจ ดังนี้ 1.กลุ่มเทคโน

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งช... นาโนเทค สวทช. เปิดตัว SME Q Up ผนึก 3 พันธมิตร ออกแบบโซลูชันเฉพาะธุรกิจ ยกระดับศักยภาพ SMEs ไทย — สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระ...

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและน... วว. โชว์ศักยภาพ MPAD ร่วมขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมในงาน Oil & Gas Roadshow 2026 — กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย ศูนย์พัฒนาแ...

ขนมาตรการรัฐและสิทธิประโยชน์ทางภาษี-การลง... สวทช.- BOI กางแผนสิทธิประโยชน์ ดันโรงงานไทยสู่ อุตสาหกรรม 4.0 — ขนมาตรการรัฐและสิทธิประโยชน์ทางภาษี-การลงทุน หนุนผู้ประกอบการแบบจัดเต็ม กระทรวงการอุดมศึกษ...

ดร.โศรดา วัลภา รองผู้ว่าการบริการอุตสาหกร... วว. โชว์ศักยภาพบริการอุตสาหกรรม เสริมแกร่ง ผู้ประกอบการ ในงาน Boilex Asia & Pumps and Valves Asia 2026 — ดร.โศรดา วัลภา รองผู้ว่าการบริการอุตสาหกรรม ส...