"บมจ.เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์" หรือ SJWD ผนึกกำลังผู้รับเหมาขนส่งและคลังสินค้าในเครือข่ายกว่า 14,000 คัน ชูคอนเซปต์ WIN-WIN-WIN ร่วมเติบโตไปด้วยกันในฐานะพาร์ทเนอร์ ใช้เทคโนโลยี AI เพิ่มศักยภาพรับงานขนส่งไป-กลับ ช่วยลดการวิ่งรถเที่ยวเปล่า ขยายโครงการรวมปริมาณจัดซื้ออะไหล่รถบรรทุกเพื่อช่วยลดต้นทุน เดินหน้ายกระดับระบบแจ้งเตือนและติดตามรถขนส่งช่วยลดอุบัติเหตุ พร้อมจัด Carrier Development Program พัฒนาเจ้าของกิจการ ผู้บริหาร และพนักงานขับรถ
นายบรรณ เกษมทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SJWD
ผู้ให้บริการโลจิสติกส์และซัพพลายเชนแบบครบวงจรรายใหญ่ในอาเซียน เปิดเผยว่า แผนการดำเนินงานของบริษัทฯ ในปี 2569 นอกจากการขยายธุรกิจในระดับภูมิภาค จะมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพบริหารจัดการภายใน โดยเฉพาะการเพิ่มศักยภาพให้กับ Carriers หรือผู้รับเหมาขนส่งสินค้าในเครือข่ายที่มีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนธุรกิจของบริษัทฯ ให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยบริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการดูแลผู้รับเหมาขนส่งสินค้าเสมือนเป็นพาร์ทเนอร์ ปัจจุบันมีฟลีทรถบรรทุกรวมกันกว่า 14,000 คัน ภายใต้เครือข่ายผู้รับเหมาขนส่ง 596 ราย ถือว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
บริษัทฯ แบ่งกลุ่มผู้รับเหมาขนส่งเป็น 5 ระดับ ได้แก่ AA, A, B, C และ D โดยมีเกณฑ์การพิจารณา 4 ส่วน ประกอบด้วย ผลการปฏิบัติงาน, การจัดการด้านความปลอดภัย, การจัดการ ESG, และการจัดการด้านคุณภาพ ซึ่งในปี 2569 ได้เพิ่มน้ำหนักการประเมินผลด้านการปฏิบัติงานและการจัดการ ESG โดยการเลื่อนระดับจะมีผลต่อการได้รับงานขนส่งเพิ่มขึ้นเพื่อสร้างแรงจูงใจในการพัฒนาตนเอง
ทั้งนี้ ในปี 2569 ได้กำหนดทิศทางการดำเนินงานร่วมกับผู้รับเหมาขนส่งภายใต้คอนเซปต์ "WIN - WIN - WIN" สื่อความหมายว่าบริษัทฯ ผู้รับเหมาขนส่ง และลูกค้า จะเติบโตไปด้วยกัน (Grow Together) ล่าสุด ได้จัดงาน Top Carriers Day 2026 เพื่อสื่อสารวิสัยทัศน์ แนวทางการดำเนินงานร่วมกัน และมอบรางวัล Top Carriers แก่ผู้รับเหมาขนส่งที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่น
นายชวนินทร์ บัณฑิตกฤษดา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม SJWD กล่าวว่า การดำเนินงานร่วมกับผู้รับเหมาขนส่งสินค้า
ในปี 2569 มุ่งเน้นการเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน เพิ่มความปลอดภัย และการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันจะดำเนินการผ่านศูนย์ Logistics Command Center บริษัทฯ ได้นำระบบ Transport Management System (TMS) มาใช้เพิ่มศักยภาพการรับงานรถขนส่ง โดยใช้ AI จับคู่งานขนส่งขาไป-ขากลับแบบอัตโนมัติ เพื่อลดจำนวนวิ่งรถเปล่า นำร่องในพื้นที่
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและมีผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจ สามารถเพิ่มจำนวนการวิ่งรถขนส่งสินค้าทั้งขาไป-ขากลับได้กว่า 10-20% และจะขยายการใช้ AI ไปยังภาคอื่น ๆ ทั่วประเทศภายในปี 2569 นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้ช่วยลดต้นทุนให้กับผู้รับเหมาขนส่งสินค้า โดยจะขยายโครงการรวมปริมาณการจัดซื้ออะไหล่ยานยนต์จากผู้รับเหมาขนส่งในเครือข่าย จากเดิมที่รวมปริมาณจัดซื้อยางล้อรถบรรทุก ในปี 2569 จะเพิ่มผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เช่น ล้อรถ, น้ำมันหล่อลื่น, ท่อยางเป่าปูนซีเมนต์ผง เพื่อให้ได้สินค้าที่มีคุณภาพดีในราคาที่ต่ำ
ด้านความปลอดภัย บริษัทฯ จะยกระดับระบบติดตามและแจ้งเตือนรถขนส่งทั้งหมดภายใต้การดำเนินงานของศูนย์ Logistics Command Center ซึ่งปัจจุบัน ดำเนินไปแล้ว 100% จากจำนวนผู้รับเหมาขนส่งทั้งหมด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการแจ้งเตือน เช่น การจอดพักรถทุก 4 ชั่วโมง เพื่อป้องกันและลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุระหว่างขนส่ง รวมถึงการจัดเก็บสถิติเพื่อเป็นตัวชี้วัดผลการปฏิบัติงานของผู้รับเหมาขนส่งทุกราย โดยมีเป้าหมายให้อุบัติเหตุระดับรุนแรงเป็นศูนย์
ส่วนการพัฒนาอย่างยั่งยืนเพื่อร่วมเติบโตไปด้วยกัน บริษัทฯ ได้จัด Carrier Development Program หรือโปรแกรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาผู้รับเหมาขนส่ง โดยแบ่งเป็น 2 ระดับคือ (1) เจ้าของกิจการ ทายาทธุรกิจ และผู้บริหารฝ่ายต่าง ๆ อาทิ ฝ่ายทรัพยากรบุคคล, ฝ่ายบัญชีและการเงิน ฯลฯ และ (2) พนักงานขับรถ โดยมีแผนร่วมกับแบรนด์รถบรรทุกชั้นนำจัดกิจกรรมโรดโชว์กับผู้รับเหมาขนส่งในเครือ และมีแผนจัดหาแหล่งเงินกู้อัตราดอกเบี้ยพิเศษแก่ผู้รับเหมาขนส่งในเครือข่ายเพื่อนำไปลงทุนขยายกิจการ ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการดำเนินงานและเติบโตตามแผนงานที่วางไว้
ร่วมเติบโตไปด้วยกัน: ซีเอ็นเอช อินดัสเทรียล ส่งเสริมการเข้าถึงชุมชนในประเทศไทย
"มิสแกรนด์ (MGI)" ปิดจองซื้อไอพีโอ 60 ล้านหุ้น ขายหมดเกลี้ยง พร้อมลั่นระฆัง !!! เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ mai 14 ธ.ค.นี้
'เอสซีจี เดคคอร์' หรือ SCGD เชิญชวนผู้ถือหุ้น COTTO ตอบรับแลกหุ้น ร่วมเติบโตไปด้วยกันในระดับภูมิภาคอาเซียนที่มีศักยภาพเติบโตสูง
โออาร์ พร้อมขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) เปิดโอกาสให้คนไทยร่วมเติบโตไปด้วยกันกับแบรนด์ไทยที่จะก้าวไปเป็นแบรนด์ระดับโลก
“ออฟฟิศเมท พลัส” เปิดรับสมัครแฟรนไชส์ซีให้ร่วมเติบโตไปด้วยกัน พร้อมรับข้อเสนอพิเศษ! พบกันได้ที่ บูธ R18 ในงาน TFBO 2020
นายกฯ ประยุทธ์ เยี่ยมบูธ ซีพีเอฟ รับงานกว่า 8,000 อัตราที่ Job Expo Thailand 2020
ออฟฟิศเมท เผยเทรนด์ช่วงโควิด New Normal Behavior ของกลุ่มลูกค้า B2B พร้อมเปิดประตูรับผู้ประกอบการเสริมทัพ B2B Marketplace
ภาพข่าว: ลูกค้า LIT คว้า 2 รางวัลในงาน Thailand Top SME Awards 2017 ตอกย้ำ ลีซ อิท ช่วยสานทุกความเป็นไปได้ให้กับ SMEs