LPH ประกาศผลงานปี 2568 มีกำไรสุทธิรวมส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่ อยู่ที่ 196.6 ลบ. เติบโตขึ้น 151.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน มีรายได้รวมอยู่ที่ 2,614.3 ลบ. โต 7.3% จากปีก่อน โดยรายได้หลักจากการรักษาพยาบาลและบริการที่เติบโตต่อเนื่อง บุ๊กส่วนแบ่งกำไรและปันผลงามจากบริษัทลูก AMARC พร้อมเปิดแผนปี 69 ปักหมุดรายได้โต 10% พร้อมเดินหน้าลงทุนสร้างโรงพยาบาลเฉพาะทางแห่งใหม่ 2 แห่ง คือ รพ.จักษุอินเตอร์ฯ ลาดพร้าว และรพ.ศัลยกรรมเฉพาะทางรวมผ่าตัดหัวใจครบวงจร เตรียมเปิดให้บริการปี 2570 รองรับคนไข้ไทยพรีเมียมและคนไข้ต่างชาติ เสริมแกร่งรายได้ให้ LPH เติบโตอย่างมั่นคง
ดร.อังกูร ฉันทนาวานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงพยาบาลลาดพร้าว จำกัด (มหาชน) หรือ LPH เปิดเผยว่าผลประกอบการของบริษัทฯ และบริษัทย่อยในงวดปี 2568 มีกำไรสุทธิรวมส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ อยู่ที่ 196.6 ล้านบาท เติบโตขึ้น 151.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน มีรายได้รวมอยู่ที่ 2,614.3 ล้านบาท เติบโตขึ้น 7.3% จากปีก่อน ซึ่งมีรายได้รวม 2,436.2 ล้านบาท
โดยมีรายได้หลักจากการรักษาพยาบาลและบริการที่เติบโตต่อเนื่อง ส่งผลให้มีรายได้จากการดำเนินงานในปี 2568 จำนวน 2,585.2 ล้านบาท เติบโต 7.6% แม้อยู่ในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว โดยมีปัจจัยหลักจากรายได้กิจการโรงพยาบาลเติบโตขึ้น 1.8% และรายได้จากโครงการประกันสังคมโต 8.2% เทียบกับปีก่อน จากการขยายขอบเขตการดูแลสุขภาพของโครงการประกันสังคม การเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ประกันตน การเพิ่มค่าบริการและยาสำหรับการรักษาโรคมะเร็ง รวมถึงการปรับขึ้นอัตราสำหรับผู้ป่วยโรคซับซ้อน
อย่างไรก็ตาม รายได้รักษาพยาบาลยังคงได้รับผลกระทบจากการลดลงของผู้มาใช้บริการต่างชาติ โดยเฉพาะจากประเทศเพื่อนบ้าน คือ กัมพูชา สืบเนื่องจากปัญหาต่อเนื่องของแนวชายแดน ลดลง 60% ขณะที่รายได้ลูกค้ากลุ่ม CLMV อื่น โดยเฉพาะจากประเทศเมียนมา เติบโตเพิ่มขึ้นมากกว่า 65% รายได้ลูกค้ากลุ่มประเทศอาหรับยังคงเติบโตเพิ่มขึ้นกว่า 20% แม้อยู่ภายใต้นโยบายที่เข้มงวดในการส่งคนไข้ไปรักษานอกประเทศของกลุ่มประเทศอาหรับ
นอกจากนี้ ยังมีรายได้จากการให้บริการของบริษัทย่อย AMARC เพิ่มขึ้น 42.5% เทียบกับปีก่อนหน้า โดยเฉพาะในกลุ่มบริการตรวจวิเคราะห์ ที่ขยายตัวอย่างโดดเด่น จากการเติบโตของกลุ่มลูกค้าเอกชนที่ให้ความสำคัญกับการตรวจวิเคราะห์คุณภาพมากขึ้น สอดรับกับความต้องการของลูกค้า ส่งผลให้สามารถรักษาฐานลูกค้าเดิมและขยายฐานลูกค้าใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ดี เพื่อเป็นการตอบแทนผู้ถือหุ้น ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีมติเสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้น อนุมัติจ่ายเงินปันผลในงวดปี 2568 และกำไรสะสมเป็นเงินสด ในอัตราหุ้นละ 0.10 บาท โดยวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) วันที่ 29 เมษายน 2569 กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล (Record Date) วันที่ 30 เมษายน 2569 และจ่ายเงินปันผลวันที่ 8 พฤษภาคม 2569
สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2569 บริษัทตั้งเป้าหมายมีรายได้จากการให้บริการทางการแพทย์ เติบโต 10% จากปีที่ผ่านมา เนื่องจากคาดว่ารายได้ผู้ป่วยประกันสังคมจะเติบโต 2-3% ตามจำนวนผู้ป่วยประกันสังคมที่เข้าสู่ระบบมากขึ้น และคาดว่าผู้ป่วยทั่วไปชำระเงินเองจะเติบโต 10% สอดคล้องกับการให้ความสำคัญกับการรักษาโรคยากมากขึ้น และมองว่าอัตราการครองเตียงของผู้ป่วยในปี 2569 จะกลับมาอยู่ระดับที่สูงกว่าปี 2568 ที่เฉลี่ยอยู่ที่ 70% ซึ่งในปี 2568 ถือว่าอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากโรงพยาบาลรับผู้ป่วยเด็กน้อย โดยประเมินว่าเด็กน่าจะมีการป้องกันตัวด้วยการฉีดวัคซีน เช่น วัคซีนไอพีดี (PCV) ป้องกันเชื้อแบคทีเรีย ที่เป็นสาเหตุปอดอักเสบ หรือเยื่อหุ้มสมองอักเสบ และวัคซีนไข้หวัดใหญ่ (Influenza), รวมถึงวัคซีนเสริม RSV เพื่อป้องกันไวรัส RSV รุนแรงในทารกและเด็กเล็ก เป็นต้น บวกกับผู้ปกครองดูแลสุขภาพบุตรหลานมากขึ้น ส่วนผู้ป่วยวัยผู้ใหญ่ปีนี้มีการพักรักษา (Admit) เป็นผู้ป่วยในน้อยลง เนื่องจากปัญหาระบบ Co-payment ที่ผู้ป่วยต้องร่วมจ่ายค่ารักษาพยาบาลเอง ทำให้ผู้ป่วยตัดสินใจ Admit น้อยลง
ขณะที่ประเมินว่าความสามารถในการทำกำไรจะดีขึ้น เนื่องจากมีส่วนแบ่งกำไร และการจ่ายเงินปันผลที่ดีมากจาก บริษัท ศูนย์ห้องปฏิบัติการและวิจัยทางการแพทย์และการเกษตรแห่งเอเซีย จำกัด (มหาชน) หรือ AMARC ที่มีสัดส่วนการถือหุ้นอยู่ 70% ของหุ้นทั้งหมด
ส่วนฐานสมาชิกผู้ป่วยประกันสังคม LPH มีฐานผู้ป่วยในระบบมากกว่า 190,000 ราย จากโควตาทั้งหมด 200,000 กว่าราย โดยที่ผ่านมาผู้ป่วยประกันตนปรับเพิ่มขึ้นทุกเดือน เนื่องจากผู้ป่วยในระบบเดิมมีความพึงพอใจในการเข้ารับการรักษาและผู้ป่วยใหม่เข้ามา เพราะมองเห็นศักยภาพในการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะโรคเฉพาะทาง นอกจากนี้ที่ผ่านมาโรงพยาบาลได้มีการดึงแพทย์ที่มีชื่อเสียงโรคเฉพาะทางเข้ามารักษาผู้ป่วย ทำให้ผู้ป่วยไทยมีการย้ายสิทธิมารักษามาที่โรงพยาบาลมากขึ้น
พร้อมเดินหน้าลงทุนสร้างโรงพยาบาลเฉพาะทางแห่งใหม่ 2 แห่ง คือ รพ.จักษุอินเตอร์ฯ ลาดพร้าว และรพ.ศัลยกรรมเฉพาะทางรวมผ่าตัดหัวใจครบวงจร ได้มีการออกแบบเป็นอาคารสีเขียว (Green Building) เทรนด์รักษ์โลก และการปรับปรุงอาคารเก่าและอุปกรณ์ทางการแพทย์ งบลงทุนอยู่ที่ราว 1,000 ล้านบาท คาดว่าการก่อสร้างโรงพยาบาลเฉพาะทางใหม่ 2 แห่ง พร้อมเปิดให้บริการปี 2570 หากการก่อสร้างแล้วเสร็จจะรองรับคนไข้ไทยพรีเมียมและคนไข้ต่างชาติ ซึ่งจะเป็นฐานรายได้สำคัญในกลุ่มผู้ป่วยเงินสดในอนาคตและจะทำให้ LPH เติบโตอย่างมั่นคง
รพ.ไทยนครินทร์ผนึกกำลังเครือข่าย ECN จัดงานวิ่งการกุศล 'ECN RUN 2026: Trust in Health' ปีที่ 2
รพ. S Spine & Joint เปิด "โรงพยาบาลเฉพาะทางด้านกระดูกสันหลังและข้อครบวงจร" ยกระดับสู่ผู้นำนวัตกรรมเฉพาะทาง อย่างแท้จริง
"เมโกะ" พลิกโฉมสู่โรงพยาบาลเฉพาะทาง ยกระดับมาตรฐานความงามสู่ตลาดโลก
Bangkok Eye Hospital ผนึก Health Plus Global Laboratory by MP Group ลงนามความร่วมมือ โครงการ "Eye Guard Genetics"
Bangkok Eye Hospital ผนึก Health Plus Global Laboratory by MP Group ลงนามความร่วมมือ โครงการ "Eye Guard Genetics"
ออริจิ้น ปั้นแลนด์มาร์คใหม่ เปิดตัวโซน Wellness Community "Neighbor Well" ในโครงการมิกซ์ยูส ออริจิ้น ลากูน เชิงทะเล ภูเก็ต
LPH โชว์แกร่ง Q1/68 กำไรพุ่งกว่า 214% โกยรายได้รวม 631.66 ลบ. ลุยสร้างโรงพยาบาลเฉพาะทางแห่งใหม่ 2 แห่ง เพิ่มศักยภาพการให้บริการ
ปวดหลังไม่ใช่เรื่องเล็ก รักษาให้ถูกจุดก่อนสายเกินแก้