อีซูซุประกาศความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ส่งท้ายปีด้วยยอดการส่งออกรถอีซูซุทั้งรถปิกอัพ "อีซูซุ ดีแมคซ์" และ รถยนต์นั่งอเนกประสงค์ "มิว-เอ็กซ์" จากฐานการผลิตในประเทศไทยไปสู่ตลาดโลก ครบ 3,000,000 คัน อย่างเป็นทางการ นับเป็นการยืนยันถึงคุณภาพมาตรฐานระดับโลก ตอกย้ำศักดิ์ศรี การเป็น "โปรดักแชมเปี้ยน" ที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและภาพลักษณ์อันแข็งแกร่งให้ประเทศไทย ในตลาดโลก สะท้อนความเชื่อมั่นที่ลูกค้าทั่วโลกมีต่อผลิตภัณฑ์อีซูซุที่ผลิตจากฐานการผลิตในไทย
มร.ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า "ความสำเร็จในการส่งออกรถอีซูซุครบ 3 ล้านคันในครั้งนี้ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนถึงศักยภาพของอีซูซุและประเทศไทยในฐานะ "ฐานการผลิตรถยนต์เพื่อการส่งออกที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก" อีซูซุได้ย้ายฐานการผลิตรถปิกอัพจากประเทศญี่ปุ่นมายังประเทศไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 เพื่อผลิตและจำหน่ายในประเทศ รวมทั้งส่งออกไปยัง กว่า 120 ประเทศทั่วโลก โดยรถอีซูซุที่ผลิตในประเทศไทยได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในด้านการเป็นสินค้าคุณภาพสูงตามแบบฉบับญี่ปุ่น ความทนทาน ประหยัดน้ำมัน และสมรรถนะที่เป็นเลิศ ความสำเร็จครั้งนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า รถยนต์อีซูซุที่ผลิตโดยคนไทย ถือเป็นรถที่ผู้บริโภคให้ความเชื่อมั่นสูงสุด ได้รับการยอมรับและเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคทั่วโลก"
ล่าสุดเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ได้เริ่มผลิตและส่งออกรถปิกอัพไฟฟ้า "อีซูซุ ดีแมคซ์ EV" เป็น แบรนด์แรกจากฐานการผลิตไทยไปยังยุโรปอีกด้วย มร.ทาคาชิ ฮาตะ กล่าวเพิ่มเติมว่า "อีซูซุมีแนวทางในการดำเนินธุรกิจที่ชัดเจนโดยมุ่งมั่นที่จะเติบโตไปด้วยกันกับประเทศไทย สร้างห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ที่แข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการลงทุนมหาศาลด้านการผลิต การเลือกใช้ชิ้นส่วนในประเทศ (Local Content) ในสัดส่วนที่สูงกว่า 90% ในรถปิกอัพ และทำให้รถปิกอัพกลายเป็น โปรดักแชมเปี้ยน (Product Champion) ที่ส่งออกไปจำหน่ายกว่า 120 ประเทศทั่วโลก นอกจากนี้ยังมีการถ่ายทอดเทคโนโลยี โดยการย้ายศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D) จากประเทศญี่ปุ่นมายังประเทศไทย ทั้งรถ ขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ก่อให้เกิด Supply Chain ของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่กว้าง ลึก และแข็งแกร่ง ในระดับโลก มีส่วนทำให้ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์กว่า 2,500 บริษัท และมีประชากร ในอุตสาหกรรมนี้กว่า 850,000 คน"
อีซูซุได้เริ่มธุรกิจในประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2500 เปิดสายการผลิตรถยนต์ครั้งแรกในปี พ.ศ.2506 และยืนหยัดใช้ไทยเป็นฐานการผลิตเพื่อจำหน่ายทั้งในประเทศและส่งออกมาอย่างต่อเนื่อง แม้ในช่วงที่เผชิญวิกฤตการณ์ต่าง ๆ โดยแสดงให้เห็นถึงการเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ปัจจุบันมียอดผลิต รถอีซูซุในไทย รวมทั้งสิ้นกว่า 6 ล้านคัน โดยเป็นการส่งออกเกือบ 50% โดยมีรายละเอียดการส่งออก ดังนี้
- พ.ศ. 2557 ส่งออกครบ 1 ล้านคัน
- พ.ศ. 2562 ส่งออกครบ 2 ล้านคัน
- พ.ศ. 2568 ส่งออกครบ 3 ล้านคัน
อีซูซุยังคงมุ่งมั่นที่จะยึดประเทศไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์อนาคตอย่างต่อเนื่อง ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และเทคโนโลยีที่รองรับความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) หลากหลายประเภท เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย พร้อมทั้ง สร้างงาน สร้างความมั่งคั่ง ให้ประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิด "Isuzu Trusted Buddy… อีซูซุเคียงข้างคุณ เคียงคู่ไทย" เพื่อเคียงคู่และสร้างความสุขให้กับคนไทยอย่างยั่งยืน
มทร.ล้านนา ชูนวัตกรรมแก้ภัยพิบัติ รุกบทบาท "Regional Innovation Hub"พร้อมยกระดับอาหารล้านนาสู่สากล
ปิ้ง! ไอเดียสุดเก๋ ปลุกพลัง "วัยเก๋า เล่าเมือง" นำร่องจังหวัดหนองบัวลำภู เป็นจังหวัดแรก
เคทีซี ผนึก แบรนด์ Flying Tiger Copenhagen รุกตลาดไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ เมื่อความสุขราคาจับต้องได้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
ครั้งแรกวงการรีเทล เซ็นทรัลพัฒนา ผนึก Plan B เปิด "The Central Stage" เตรียมจัดคอนเสิร์ตยิ่งใหญ่ ที่เซ็นทรัลทั่วประเทศ เชื่อม Ecosystem เสริมแกร่งธุรกิจ
เอ็นไอเอดัน 'รางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ' สู่กลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย เชื่อมนวัตกรรมสู่ตลาดไทย - โลก และแหล่งเงินทุน
มูลนิธิสัมมาชีพ เปิดเวทีระดับประเทศ เฟ้นหา "ต้นแบบสัมมาชีพ" หนุนเศรษฐกิจฐานรากไทยแข็งแรง
"Krungsri Finnovate" ครบรอบ 9 ปี ประกาศทิศทางปี 2569 ภายใต้แนวคิด "Catalyzing Startup Growth for Thailand's Future"
EEC ปรับโจทย์ตลาดอสังหาฯ พลิกโฉมคุณภาพการอยู่อาศัย-ขับเคลื่อนตามอุตสาหกรรม