นายวรโชติ สุคนธ์ขจร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานพิธีเปิดงานรณรงค์วันส้วมโลก ประจำปี 2568 (World Toilet Day 2025) "Sanitation in a changing world : ส้วม HAS ยุคใหม่ ก้าวทันโลกที่เปลี่ยนไป สู่สุขอนามัยยั่งยืน โดยมี แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย นายแพทย์โสภณ เมฆธน อดีตปลัดกระทรวงสาธารณสุข ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ภาคีเครือข่ายส้วมสาธารณะ ร่วมงาน ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร
นายวรโชติ สุคนธ์ขจร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า กระทรวงสาธารณสุข ตระหนักดีว่า ส้วมและระบบสุขาภิบาลเป็นสิ่งจำเป็นพื้นฐาน การดูแลให้ประชาชนทุกคนเข้าถึงส้วมที่สะอาด ถูกสุขลักษณะ จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของความสะดวกสบาย แต่คือ สิทธิขั้นพื้นฐานในการปกป้องสุขภาพ การพัฒนาคุณภาพชีวิต และโอกาสของคนทุกคน อย่างเท่าเทียม การพัฒนาส้วมสาธารณะจึงเป็นเรื่องสำคัญ แม้ว่าที่ผ่านมาจะมีผลการดำเนินงานก้าวหน้าไปมาก แต่ยังคงต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่องและครอบคลุม โดยเฉพาะอย่างยิ่งส้วมในศาสนสถาน สถานศึกษา โรงพยาบาล ซึ่งมีกลุ่มคนที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วย
แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ปัจจุบันครัวเรือนไทยมีส้วมครอบคลุมกว่า ร้อยละ 99.8 แต่ขณะเดียวกันส้วมสาธารณะ ที่ให้บริการของประชาชน ยังต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง กรมอนามัยได้ขับเคลื่อนการพัฒนาส้วมสาธารณะได้มาตรฐาน สะอาด เพียงพอ ปลอดภัย หรือมาตรฐาน HAS (Health Accessibility Safety) อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งพัฒนาในสถานที่ 12 ประเภท ได้แก่ แหล่งท่องเที่ยว ตลาด ร้านอาหาร สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง สถานีขนส่ง ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล สถานศึกษา สถานที่ราชการ ศาสนสถาน สวนสาธารณะ ส้วมริมทาง ในปี 2567-2568 กรมอนามัยประเมินมาตรฐานส้วมสาธารณะมากกว่า 14,000 แห่ง พบว่าสถานที่ที่มีการพัฒนาส้วมสาธารณะได้มาตรฐาน HAS จำนวนมาก ได้แก่ ห้างสรรพสินค้า สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง ขณะเดียวกันส้วมศาสนสถาน สถานศึกษา ยังมีข้อจำกัดและต้องได้รับการพัฒนาให้ครอบคลุมเพิ่มมากขึ้น
นายแพทย์นเรศฤทธิ์ ขัดธะสีมา รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวเพิ่มเติมว่า วันที่ 19 พฤศจิกายนของทุกปี สหประชาชาติกำหนดให้เป็น "วันส้วมโลก" กรมอนามัย เห็นความสำคัญของการพัฒนาส้วมและระบบสุขาภิบาล เพื่อสุขอนามัยที่ดีของทุกคน จึงกำหนดให้มีการณรงค์วันวันส้วมโลก ประจำปี 2568 ภายใต้หัวข้อ "Sanitation in a changing world : ส้วม HAS ยุคใหม่ ก้าวทันโลกที่เปลี่ยนไป สู่สุขอนามัยยั่งยืน เพื่อกระตุ้นเตือนให้ทุกภาคส่วนเห็นความสำคัญของการจัดการส้วมและสุขาภิบาล ภายใต้สถานการณ์ของโลก ไม่ว่าจะเป็นความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น รวมถึงการมีส้วมที่รองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เช่น น้ำท่วม ภัยพิบัติ ที่กระทบต่อส้วมและระบบสุขาภิบาล และที่สำคัญ ต้องมีการจัดการสิ่งปฏิกูลจากส้วมอย่างถูกต้องด้วย โดยกล่าวทิ้งท้ายว่า "ไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนไปอย่างไร เรายังต้องมีส้วมที่สะอาด ปลอดภัย เข้าถึงได้ สำหรับทุกคน เพื่อสุขอนามัยที่ดีอย่างยั่งยืน"
กรมอนามัยรณรงค์ "พระแอคทีฟ" ชวนพระสงฆ์เดินจงกรม กวาดวัด ยืดเหยียด พร้อมแนะประชาชนทำบุญยุคใหม่ "ถวายอาหารสุขภาพ" ลดโรค NCDs
ส่องเทรนด์ Longevity-Healthy Ageing ชวนสูงวัยแอคทีฟ! อายุยืน อย่างมีคุณภาพ แนะขยับตามสูตร 2:1:1 ลดหกล้ม ลด NCDs
กรมอนามัย ชู "มาตรฐานอนามัยแม่และเด็ก" ส่งรถพระราชทานเพื่อแม่และเด็กไทย ดูแลถึงชุมชนและพื้นที่ห่างไกล ลดเหลื่อมล้ำสุขภาพ
"ดื่มนม-ขยับกาย-นอนเร็ว" กรมอนามัย แนะ สูตรลับเด็กไทยสูงดี สมส่วน
กรมอนามัย ผนึกเครือข่ายสุขภาพ-มหาดไทย เดินหน้าเชิงรุก ลดคลอดก่อนกำหนดในสมุทรปราการ ตั้งเป้าไม่เกินร้อยละ 8
สธ.เผย "หวานปกติ = หวาน 50%" กระแสตอบรับแรง 3 เดือน คนไทยสั่งหวานน้อยเพิ่ม ขยายเข้าสู่ร้านเครื่องดื่มชงกว่า 30,000 สาขาทั่วประเทศ
HL Hub เผย "ความรอบรู้โรค NCDs" เพิ่มส่งผลต่อพฤติกรรมที่ดี ชี้ 6 ปัจจัยหลักส่งผลโรค NCDs
สธ.ชวนคนไทย "ใช้ชีวิตแบบแอคทีฟ" ขยับทุกวันทุกวัยดีต่อสุขภาพ ลดเสี่ยงโรค NCDs
กรมอนามัย เผยเด็กแรกเกิด 10 คน พบ 1 คน คลอดก่อนกำหนด ย้ำฝากครรภ์เร็วช่วยลดเสี่ยง