ทิศทางพลังงานหลักของโลกมีเป้าหมายในการเดินหน้าสู่การใช้ "พลังงานหมุนเวียน" (Renewable Energy: RE) อย่างเต็มตัว แต่คำถามที่ต้องเผชิญ คือ เมื่อความต้องการและปริมาณการใช้พลังงานเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง พลังงานหมุนเวียนจะรักษาเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าได้หรือไม่ เพราะพลังงานจากธรรมชาติอย่างแสงแดดและลมมีความไม่แน่นอน ขณะที่พลังงานทางเลือกอื่นยังมีต้นทุนสูง หรือมีความกังวลด้านความปลอดภัย หลายประเทศจึงมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า พลังงานหมุนเวียน คืออนาคต แต่โรงไฟฟ้าฐาน (Base-load Power Plant) ยังคงเป็นรากฐานของระบบไฟฟ้าที่โลกยังต้องพึ่งพา
สำหรับประเทศไทยก็เช่นกัน คำถามนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เมื่อสัดส่วนของพลังงานหมุนเวียน เช่น แสงแดด ลม และพลังงานทางเลือกอื่น กำลังเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ตามเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) และ Net Zero จะสามารถทดแทน รักษาเสถียรภาพ ความมั่นคงทางพลังงานให้แก่ประเทศได้หรือไม่ รวมถึงโรงไฟฟ้าฐานโดยเฉพาะโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่มีเสถียรภาพสูงยังมีความหมายต่อระบบมากน้อยแค่ไหน เหตุการณ์ไฟฟ้าดับบางพื้นที่จากกรณีโรงไฟฟ้าพลังน้ำจาก สปป.ลาว หลุดจากระบบเมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมาเป็นตัวอย่างสะท้อนว่า ระบบไฟฟ้าสมัยใหม่ต้องการทั้งความสะอาด ความมั่นคง และความต่อเนื่องไปพร้อมๆ กัน
ด้วยเหตุนี้ การรักษาสมดุลของเสถียรภาพพลังงานและการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียน จึงต้องดำเนินการควบคู่กันอย่างเหมาะสม โดยโรงไฟฟ้าบีแอลซีพี (BLCP) ซึ่งตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง มีกำลังการผลิตรวม 1,434 เมกะวัตต์ สามารถเดินเครื่องได้ต่อเนื่องมากกว่า 90% ต่อปี เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนของ "โรงไฟฟ้าฐานหลักที่ทันสมัย" และเป็นหนึ่งในโรงไฟฟ้าฐานขนาดใหญ่ที่มีความเสถียรสูงของไทย มีการใช้เทคโนโลยี HELE (High Efficiency, Low Emission) ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงและการควบคุมมลสาร (สารหรือองค์ประกอบที่ไม่พึงประสงค์ซึ่งอาจส่งผลต่อคุณภาพอากาศ) ที่เข้มงวดและสูงกว่ามาตรฐานสากล นอกจากจะใช้เทคโนโลยีชั้นสูงในการผลิตไฟฟ้าแล้ว โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี ยังมีการพัฒนานวัตกรรมเพื่อช่วยลดการปล่อยคาร์บอน (Decarbonization) อย่างจริงจังอีกหลายโครงการเพื่อเตรียมพร้อมสู่การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน อาทิ การศึกษาการเผาไหม้ร่วม (Co-firing) โดยศึกษาความเป็นไปได้ในการนำเชื้อเพลิงสะอาดแห่งอนาคตอย่าง แอมโมเนีย (Ammonia) และ ชีวมวล (Biomass) มาใช้เป็นเชื้อเพลิงร่วม เพื่อลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์โดยตรง หรือ โครงการนวัตกรรมดักจับคาร์บอน (CCUS) ซึ่งริเริ่มโครงการวิจัย "Microalgae CCUS" โดยร่วมมือกับพันธมิตรจากประเทศญี่ปุ่นในการใช้จุลสาหร่าย (Microalgae) ดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และนำจุลสาหร่ายที่ได้ไปต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง สร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน และ ระบบตรวจวัดคุณภาพการปล่อยอากาศแบบต่อเนื่อง (CEMs) ที่เปิดเผยค่าการปล่อยมลพิษสู่สาธารณะ เพื่อให้เกิดการตรวจสอบได้แบบโปร่งใส
ดังนั้น แม้เป้าหมายด้านพลังงานของประเทศไทย จะมุ่งเน้นการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนมากขึ้น แต่การผสมผสานอย่างชาญฉลาด (Smart Energy Mix) ในการใช้งานโรงไฟฟ้าฐานที่ทันสมัย และพลังงานหมุนเวียน น่าจะเป็นคำตอบของการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานที่สมดุลระหว่างความสะอาดและความมั่นคง ที่ไม่ใช่เพียงเรื่องไฟไม่ดับเท่านั้น แต่คือการสร้างความมั่นใจ มั่นคง ส่งเสริมให้กับทุกย่างก้าวในการพัฒนาของทั้งภาครัฐ ภาคเศรษฐกิจ ธุรกิจ โรงงาน โรงพยาบาล การสื่อสาร การคมนาคม และคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกคนในประเทศอีกด้วย
"ธุรกิจไทย" เดินหน้าปรับโครงสร้างสู่เศรษฐกิจสีเขียว ตั้งเป้าการลดคาร์บอนฯ ให้มีค่าเป็นกลาง ปี 2593
CPF ใช้พลังงานเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ขับเคลื่อนการผลิตอาหารยั่งยืน
SUPER แจกข่าวดี! ปีม้าทอง กดปุ่ม COD วินด์ฟาร์มเวียดนาม 30 MW เดินหน้าสร้างรายได้ต่อเนื่อง มุ่งการเติบโตยั่งยืน ลุยก่อสร้างโรงไฟฟ้าในไทย 185 MW ทยอย COD ปี 69-72
CKPower คว้าผลประเมิน SET ESG Ratings 2025 ระดับสูงสุด AAA
เอนเนอร์จี ไทย เทรดดิ้ง ฮับ "ETTH" เตรียม IPO บน LiVE Exchange 10 ล้านหุ้น พร้อมรุกขยายการลงทุนโครงการ Solar PPA
KBank ผนึก แสนสิริ - EGAT - INNOPOWER - ION สนับสนุนลูกบ้านสร้างรายได้จากโซลาร์ ผ่านแพลตฟอร์ม GreenPass
ยูโอบี และ กสิกรไทย สนับสนุนสินเชื่อสีเขียวแก่ Levanta Renewables เข้าซื้อโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 34 โครงการ ในประเทศไทย
TSE โชว์กำไร 100 ล้านบาท! ลุยขยายพอร์ตโรงไฟฟ้าขยะ-โซลาร์ชุมชน