เมื่อเร็ว ๆ นี้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดพิธีประกาศผลและมอบรางวัล การประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ "Prime Minister's Award for Health Promotion Innovation 2025" โดยได้รับเกียรติจาก นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวด ณ ศูนย์แสดงสินค้าอิมแพ็ค เมืองทองธานี
นายโสภณ กล่าวว่า รัฐบาลตระหนักดีว่าความท้าทายด้านสุขภาวะของประเทศไทยในปัจจุบัน มีความซับซ้อนอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการเผชิญกับโรคไม่ติดต่อ (NCDs) ซึ่งเป็นผลพวงหลักจากการเปลี่ยนแปลง ทางเศรษฐกิจ สังคม และพฤติกรรมเสี่ยง อาทิ การบริโภคอาหารหวาน มัน เค็ม การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ และ การขาดกิจกรรมทางกายที่เพียงพอ เพื่อเร่งขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนและสร้างสังคมสุขภาพดี รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนานวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ซึ่งถือเป็นยุทธศาสตร์เชิงรุกและหัวใจสำคัญในการแก้ไขปัญหาสุขภาวะได้อย่างตรงจุด และวางรากฐานระบบสนับสนุนสุขภาพที่แข็งแกร่งให้กับพี่น้องประชาชน ดังนั้น การประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ที่ สสส. จัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นการลงทุนเพื่อสร้างนวัตกรและ จุดประกายพลังความคิดสร้างสรรค์ในกลุ่มเยาวชน ประชาชน สตาร์ทอัพ และภาคีเครือข่าย ให้เป็นกำลังสำคัญ ในการสร้างสรรค์ต้นแบบนวัตกรรมกว่า 150 ผลงาน ที่พร้อมนำไปขยายผลใช้งานจริงในชุมชน สังคม และยกระดับ ระบบบริการสุขภาพของประเทศ
"ผมขอแสดงความชื่นชมและยกย่องในความมุ่งมั่น ความคิดสร้างสรรค์ และความทุ่มเทของนวัตกรทุกทีม ที่ได้สร้างสรรค์ผลงานอันทรงคุณค่า ในการลดพฤติกรรมเสี่ยงและสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะที่ดี ให้แก่คนไทยทุกคนอย่างแท้จริง ผลงานนวัตกรรมเหล่านี้ ไม่ได้เป็นเพียงการแก้ปัญหาสุขภาพเท่านั้น แต่คือโอกาสและความหวัง ที่จะสามารถต่อยอดสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างมหาศาล และจะเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ด้วยการหลอมรวมพลังของนวัตกรรม ความรู้ และเทคโนโลยี เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังอย่างเป็นรูปธรรม" นายโสภณ กล่าว
รศ.นพ.สรนิต ศิลธรรม กรรมการกองทุน สสส. และประธานอำนวยการจัดประกวดฯ กล่าวว่า การประกวดฯ ครั้งนี้ เปิดกว้างให้ประชาชนทุกกลุ่ม ทุกวัย และทุกภาคส่วน ได้มีโอกาสบ่มเพาะสร้างทักษะความรู้
พร้อมพัฒนานวัตกรรมแก้ปัญหาสุขภาพที่ประเทศกำลังเผชิญ ได้แก่ โรค NCDs บุหรี่ไฟฟ้า การสร้างวินัยจราจรและความปลอดภัยทางถนน มีนวัตกรสมัครเข้าร่วมโครงการ 178 ทีมทั่วประเทศ และผ่านการคัดเลือกเหลือ 36 ทีม เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาศักยภาพตลอด 3 เดือน เช่น สร้างความเข้าใจแนวคิดการสร้างเสริมสุขภาพ กระบวนการพัฒนานวัตกรรม และแนวทางต่อยอดสู่โมเดลธุรกิจที่ยั่งยืน โดยมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษา ตลอดกิจกรรม เชื่อว่านวัตกรรมที่เกิดขึ้นจากเวทีในครั้งนี้ จะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้าง "จักรวาลสุขภาวะ" ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญของระบบสุขภาพไทยในอนาคต
นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า สสส. สนับสนุนการสร้างนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ซึ่งเป็นเครื่องมือที่เชื่อมโยงความคิดสร้างสรรค์ของเยาวชน ประชาชน และภาคีเครือข่าย นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทั้งด้านนโยบาย สิ่งแวดล้อม ความเข้มแข็งของชุมชน รวมถึงพฤติกรรมสุขภาวะดี 4 มิติ สสส. เริ่มพัฒนาโครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ภายใต้ชื่อ "ThaiHealth Inno Awards" ตั้งแต่ปี 2560 สู่การยกระดับเป็นรางวัลระดับชาติ ตลอดระยะเวลา 7 ปี มีทีมส่งผลงานเข้าประกวดจากทั่วประเทศจำนวน 1,660 ทีม เพาะเมล็ดพันธุ์นวัตกรรุ่นใหม่ให้เกิดขึ้น 600 คน ในปี 2568 การประกวดฯ มีเป้าหมายสำคัญ 3 มิติ 1.สนับสนุน นวัตกรรุ่นใหม่ ในการสร้างนวัตกรรมแก้ปัญหาสุขภาพของสังคมที่ใช้งานได้จริง 2.พัฒนาศักยภาพนวัตกร ให้มีทักษะการพัฒนาต้นแบบนวัตกรรมสุขภาพ และมีความพร้อมในการขยายผลเชิงพาณิชย์ 3.ส่งเสริมการประยุกต์ใช้แนวคิดการสร้างเสริมสุขภาพ ในการพัฒนาเครื่องมือ ผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และพื้นที่ต้นแบบ ที่เชื่อมโยงความคิดสร้างสรรค์เข้ากับการป้องกันปัญหาสุขภาพ พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ ภายในงานมีทีมได้รับรางวัลการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพฯ ทั้งหมด 4 ประเภท ได้แก่ 1.ประเภทมัธยมศึกษาตอนปลาย ผลงานได้ที่รับรางวัลชนะเลิศ คือ พื้นรองเท้าอัจฉริยะเพิ่มกิจกรรมทางกาย จากทีม GGroup รองชนะเลิศอันดับ 1 บอร์ดเกมพิชิตโซเดียม จากทีม SMD Team Gen 3.1 รองชนะเลิศอันดับ 2 สัตว์เลี้ยงเสมือนคลายเครียด จากทีม Digipal 2.ประเภทอาชีวศึกษา รางวัลชนะเลิศ คือ สติ๊กเกอร์กลิ่นบำบัด ช่วยเลิกบุหรี่ไฟฟ้า จากทีม QuitUp รองชนะเลิศอันดับ 1 บอร์ดเกมบอร์ดเกมฝึกการรับมือความเครียด จากทีม เด็กติดไฟ และรองชนะเลิศอันดับ 2 LINE OA เพื่อนใจดิจิทัลสำหรับวัยรุ่น จากทีมน้องใจฟู 3.ประเภทประชาชนทั่วไปและสตาร์ทอัพ รางวัลชนะเลิศ คือ ระบบเฝ้าระวังการขับขี่ด้วย AI และ IoT จากทีม AiHUB รองชนะเลิศอันดับ 1 รถไฟฟ้าดัดแปลงสำหรับวีลแชร์ จากทีม MoToJp และรองชนะเลิศอันดับ 2 อุปกรณ์ทดสอบสมรรถนะปอดด้วย AI จากทีมซามูไรพร้อมจะแลนด์ 4.ประเภทภาคีเครือข่าย สสส. ผู้ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติ ประเภทนวัตกรรมกระบวนการเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ คือ นวัตกรรมเชิงกระบวนการเพื่อลดอคติและช่องว่างระหว่างวัย โดย บริษัท ไซด์คิก จำกัด และประเภทนวัตกรรมพื้นที่ต้นแบบสร้างเสริมสุขภาพ คือ โรงเรียนสร้างเสริมสุขภาวะ แบบทั้งระบบ โดย มูลนิธิแพธทูเฮลท์
ผู้สนใจสามารถติดตามผลงานทั้งหมดได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ "PM Health Promotion Inno Award"
กรมทรัพย์สินทางปัญญา เผย 7 เดือนแรกปี 2569 คำขอจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาแตะ 45,916 คำขอ เติบโต 7.48%
ปตท. ครบ 4 รอบ ก้าวสู่ปีที่ 48 จากรากฐานที่มั่นคง สู่อนาคตที่ยั่งยืน
SME D Bank ร่วมประชุมรับมอบนโยบายจากรองนายกฯ "ศุภจี" พร้อม "พัฒนาคู่เติมทุน" ยกระดับเอสเอ็มอีไทยสู่อุตสาหกรรมสีเขียว
"ศุภจี" ปลุกอุตสาหกรรมไทยรับโลกใหม่ ดัน Made in Thailand ชูไบโอเอเนอร์จี เซมิคอนดักเตอร์-โฟโตนิกส์
อว. ดึง LINE MAN Wongnai ร่วมวงวาระชาติ ตั้งเป้า "พาคนเก่งกลับบ้าน" ลุยสร้าง Deep Tech Culture และ National AI Hackathon ให้เกิดขึ้นจริง
พรูเด็นเชียล ประเทศไทย ฉลอง 30 ปีแห่งความสำเร็จ พร้อมยกระดับบทบาทสู่ "The Future Protector"
กรมทรัพย์สินทางปัญญา ยกทัพสินค้า "IP Local Hero" ร่วมงานศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี ปี 2569 ขยายตลาดของดีชุมชนไทย สร้างโอกาสการค้าอย่างยั่งยืน
ไอแบงก์เข้าพบรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ มุ่งยกระดับบทบาทการเงินอิสลามของประเทศไทยบนเวทีการเงินโลก