พร้อมเดินหน้ารักษาความสามารถในการสร้างผลกำไรท่ามกลางปัจจัยท้าทาย
SABINA เผยงบการเงินไตรมาส 3 ปี 2568 กำไรสุทธิ 96.9 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 12% ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 804.6 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 52.2% แจงผลการดำเนินงานได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจชะลอตัว ความไม่แน่นอนทางการเมืองช่วงรอยต่อของรัฐบาล และการไหลเข้ามาของสินค้าราคาถูก ขณะที่ปัจจัยสนับสนุนมาจากรายได้ในช่องรับจ้างผลิตหรือ OEM ที่เพิ่มขึ้นถึง 37.1% และมีแนวโน้มดีต่อเนื่องจากคำสั่งซื้อของลูกค้าในยุโรปและสหราชอาณาจักร ผู้บริหารมั่นใจโค้งสุดท้ายปลายปีสถานการณ์ดีขึ้น จากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลและมาตรการเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ พร้อมเดินหน้ารักษาความสามารถในการสร้างผลกำไรเป็นเป้าหมายหลัก แย้มเตรียมเปิดตัวสินค้าใหม่ที่จะเป็นปรากฏการณ์ครั้งสำคัญในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้
นางสาวดวงดาว มหะนาวานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน) หรือ SABINA ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ "ซาบีน่า" เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 3 (กรกฎาคมถึงกันยายน) ปี 2568 ว่าบริษัทฯ มีรายได้รวม 804.6 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อนคิดเป็น 8.6% และมีกำไรสุทธิ 96.9 ล้านบาท ลดลง 12% ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin หรือ GPM) อยู่ที่ 52.2% โดยรายได้จากช่องทางขาย 3 ช่องทางหลัก ประกอบด้วย ช่องทางค้าปลีก (Retail) ลดลง 14.8% ช่องทางไม่มีหน้าร้าน (Non-Store Retailing หรือ NSR) ลดลง 4.5% และช่องทางรับจ้างผลิต (OEM) เติบโตเพิ่มขึ้น 37.1%
ในส่วนของยอดขายในช่องทาง NSR ที่ย่อตัวลงในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ เป็นผลพวงต่อเนื่องมาจากเศรษฐกิจที่ยังคงชะลอตัว อีกทั้งยังเป็นช่วงรอยต่อของรัฐบาล ประกอบกับผู้บริโภคมีตัวเลือกเพิ่มมากขึ้น จากการไหลเข้ามาของสินค้าราคาถูกที่ทะลักเข้ามา อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา SABINA ได้มีการปรับแผนเพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ เป็นระยะอยู่แล้ว ขณะที่ปัจจัยที่ส่งผลกระทบเป็นเพียงปัจจัยระยะสั้น และบริษัทฯ ยังเชื่อมั่นในนโยบายของรัฐบาลที่ดำเนินมาตรการช่วยเหลือดูแล หลังจากกรมศุลกากรประกาศจัดเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากต่างประเทศทุกชิ้นตั้งแต่บาทแรก มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป ซึ่งเชื่อว่า จะทำให้ภาพรวมของการขายสินค้าในช่องทาง NSR ของ SABINA มีแนวโน้มดีขึ้น
สำหรับปัจจัยบวกที่สำคัญในไตรมาสที่ 3 และคาดว่า จะเป็นทิศทางที่ดีต่อไปในอนาคต คือ การเติบโตของรายได้ในช่องทางรับจ้างผลิตหรือ OEM ซึ่งเติบโตถึง 37.1% ขณะที่ในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ (มกราคมถึงกันยายน) รายได้ช่องทาง OEM เติบโต 32.3% หลังจากมีคำสั่งซื้อจากลูกค้าในยุโรปและสหราชอาณาจักรเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ นอกจากยอดขายที่เติบโตเพิ่มขึ้น สินค้า OEM ที่บริษัทฯ รับจ้างผลิต ยังเป็นสินค้าที่มีมาร์จินสูง ดังนั้น การขยายตัวของรายได้จากการขายในช่องทางดังกล่าว จะส่งผลให้บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการโครงสร้างทางการเงินได้มีประสิทธิภาพขึ้น และยังสามารถรักษาความสามารถในการสร้างผลกำไรซึ่งเป็นเป้าหมายหลักไว้ได้ ท่ามกลางปัจจัยท้าทายต่างๆ
"ที่ผ่านมาเราค่อนข้างพอใจกับสัดส่วนรายได้จากการขายในช่องทางต่างๆ ซึ่งปัจจุบันช่องทางค้าปลีกมีสัดส่วนสูงสุดอยู่ที่ 56.4% ของยอดขายรวม ช่องทางไม่มีหน้าร้านหรือ NSR มีสัดส่วน 36.9% และช่องทางรับจ้างผลิตหรือ OEM มีสัดส่วน 6.6% แต่หลังจากนี้ มีความเป็นไปได้ที่ SABINA จะปรับสัดส่วนรายได้จากช่องทางต่างๆ โดยเฉพาะช่องทาง OEM ซึ่งจะค่อยๆ เห็นอย่างชัดเจนตั้งแต่ไตรมาสที่ 4 ของปีนี้จนถึงปีหน้า" นางสาวดวงดาวกล่าว
สำหรับไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ เชื่อว่า สถานการณ์ต่างๆ มีทิศทางที่ดีขึ้น จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งโครงการคนละครึ่งพลัส และเที่ยวดีมีคืนของรัฐบาล ทำให้การจับจ่ายใช้สอยกลับมาคึกคักขึ้น โดย SABINA ยังคงเดินหน้าทำแคมเปญกระตุ้นการขาย โดยเฉพาะเมกะแคมเปญ 11.11 พร้อมทั้งมีการเปิดตัวสินค้าในคอลเลคชั่นใหม่อย่างต่อเนื่อง และมีแผนที่จะสร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญกับการขยายสินค้าใหม่ ให้ครอบคลุมลูกค้ากลุ่มใหม่ ไปพร้อมๆ กับการสร้างความยั่งยืนที่เป็นพันธกิจสำคัญของบริษัทฯ โดยล่าสุด SABINA ได้เปิดตัว "กรีน ลีฟวิ่ง สโตร์" สาขาแรกอย่างเป็นทางการ ณ โรงงานพุทธมณฑลสาย 5 ซึ่งถือเป็นต้นแบบของร้านค้าที่ออกแบบโดยคำนึงถึงการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงสินค้าภายใน "SABINA กรีน ลีฟวิ่ง สโตร์" ยังผลิตจากวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น วัสดุรีไซเคิล วัสดุย่อยสลายได้ และวัสดุที่มาจากทรัพยากรหมุนเวียน เพื่อตอกย้ำการเป็นแบรนด์ไทยอันดับหนึ่งที่ให้ความสำคัญกับการเติบโตอย่างยั่งยืนในทุกมิติอย่างแท้จริง
เงินเฟ้อยังเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อเศรษฐกิจโลกในช่วงครึ่งปีหลัง ขณะที่ เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มปรับดีขึ้นแต่การเติบโตยังจำกัด
DMT ครึ่งปีแรก 69 แกร่ง! รายได้ 1,287.58 ลบ. กำไร 525.16 ลบ. บอร์ดเคาะปันผลอีก 0.223 บ./หุ้น จ่าย 10 ก.ย. เดินหน้าธุรกิจใหม่ หนุนเป้ารายได้โต 10%
"TMA - Bain & Company" ชี้ประตูสู่ทางรอดธุรกิจไทยในยุคเศรษฐกิจชะลอตัว
NCP รุกหนักครึ่งปีหลัง 69 ต่อยอด Dedicated Telesale Outsourcing ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจชะลอตัว
PwC คาดรายได้อุตสาหกรรมความบันเทิงและสื่อไทยปี 2569 แตะเกือบ 5.5 แสนล้านบาท แม้เศรษฐกิจชะลอตัว จากแรงหนุนโฆษณาดิจิทัลและ AI
EXIM BANK ขานรับนโยบาย ธปท. ออกมาตรการ "มีทรัพย์ มีทุน" วงเงิน 10,000 ล้านบาท เติมทุนให้ผู้ประกอบการ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและต้นทุนพลังงาน
ASIMAR กางแผนปี 69 ปักธงรายได้โต 10% ชูงานต่อเรือภาครัฐหนุน Backlog แข็งแกร่ง
TBN กางยุทธศาสตร์ปี 69 รุกโมเดล Business Solution ชูเรือธง "End-to-End Lending" ผสาน AI สร้างการเติบโตยั่งยืน โชว์แบ็คล็อกแกร่ง 284 ลบ.