นายธนลภย์ ปรีดามาโนช ผู้จัดการเงินทุน บริษัท เมอร์เคิล แคปปิตอล จำกัด กล่าวว่า หนึ่งในธีมใหญ่ช่วงปลายปีนี้จนถึงกลางปีหน้าคือ วัฏจักรดอกเบี้ยขาลง (Easing cycle) ที่สภาพคล่องทั่วโลกกำลังกลับมาเป็นขาขึ้นอีกครั้งจาก (1)การคาดการณ์ว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยอีกราว 2-3 ครั้งภายในปีหน้า และ (2)การส่งสัญญาณการหยุดการลดขนาดงบดุล (Quantitative Tightening หรือ QT) ของเฟดตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. นี้และเริ่มมีนักวิเคราะห์จาก JPMorgan ออกมาคาดการณ์ว่ามีโอกาสสูงที่เฟดจะเริ่มกลับมาเพิ่มขนาดงบดุล (Quantitative Easing หรือ QE) ภายในปีหน้า
ซึ่งกลุ่มสินทรัพย์ที่จะได้ประโยชน์จากธีมดังกล่าวหนีไม่พ้นสินทรัพย์เสี่ยงเช่น หุ้น, สินทรัพย์ที่มี yield เช่นตราสารหนี้และกลุ่ม REIT และโดยเฉพาะอย่างยิ่งสินทรัพย์ที่มีลักษณะเป็นแหล่งสะสมมูลค่า (Store of value) เช่นบิตคอยน์ และทองคำ ที่ทั้งช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา สินทรัพย์ทั้งสองมีความสัมพันธ์เชิงบวก หรือค่าสหสัมพันธ์ (Correlation) มากกว่า 70-80% กับปริมาณสภาพคล่องของโลก และยังมีปัจจัยสนับสนุนเฉพาะตัวรออยู่ในปี 2026 ดังนี้
บิตคอยน์ (Bitcoin) จากสินทรัพย์เก็งกำไร กำลังก้าวสู่การยอมรับในวงกว้าง โดยเทรนด์การยอมรับในบิตคอยน์เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงที่ผ่านมา เริ่มจากปี 2017 เป็นเพียงสินทรัพย์เก็งกำไร ปี 2021 มีนักลงทุนรายย่อยเข้ามาใช้งานจำนวนมาก และเริ่มมีบางบริษัทถือเป็นเงินสำรอง ปี 2024 ถูกยอมรับโดยนักลงทุนสถาบันผ่านการออก ETFs จนก้าวเข้าสู่ปี 2025 ที่รัฐบาลสหรัฐฯ ตัดสินใจถือเป็น Strategic reserve ของประเทศ โดยช่วงที่เหลือของปีจนถึงปี 2026 เรายังเห็นเทรนด์การอนุมัติกฎหมายต่าง ๆ ที่ผ่านร่างแล้วเตรียมบังคับใช้ เช่น Genius act และ Clarity act ที่ทั้งหมดนี้กำลังผลักดันให้บิตคอยน์และคริปโทฯ ได้รับการยอมรับในวงกว้าง (Mass adoption) และมีดีมานด์จากกลุ่มนักลงทุนใหม่ ๆ เข้ามามากขึ้น
ทองคำ (Gold) จากมาตรฐานดอลลาร์ สู่ทองคำ โดยการแข่งขันกันเพื่อเป็นมหาอำนาจของโลกระหว่างสหรัฐฯ และจีน มีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้นในช่วงที่ผ่านมา สหรัฐฯ ใช้วิธียึดหัวหาดในนวัตกรรมใหม่ผ่านการออกกฎหมายสนับสนุน Stablecoin ที่มีดอลลาร์หนุนหลัง ยิ่งโลกคริปโทฯ และ Stablecoin มีคนใช้งานมากขึ้นเท่าไหร่ยิ่งส่งผลให้มีดีมานด์ในการถือดอลลาร์มากขึ้นเท่านั้น ส่วนจีน และกลุ่มประเทศเกิดใหม่ เช่นกลุ่ม BRICS ใช้กลยุทธ์ลดการพึ่งพาดอลลาร์และลดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ลง โดยให้ธนาคารกลางของประเทศหันไปถือทองคำแทน โดยปัจจุบันธนาคารกลางของจีนถือทองคำสัดส่วนเพียง 7% ของทุนสำรอง เทียบกับประเทศพัฒนาแล้วฝั่งตะวันตกอย่างสหรัฐฯ, เยอรมัน, ฝรั่งเศส หรืออิตาลี ถือทองคำสัดส่วนมากกว่า 70% สะท้อนถึงยังมีดีมานด์การซื้อทองคำอีกมากหากการแข่งขันของมหาอำนาจยังดำเนินต่อไป
กลยุทธ์ "Dual Store of Value Portfolio" หรือการถือครองทั้งทองคำและ Bitcoin สามารถสร้างสมดุลระหว่าง "เสถียรภาพ" และ "ศักยภาพในการเติบโต" ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทองคำช่วยลดความผันผวนของพอร์ตในช่วงที่ตลาดคริปโตผันผวน ส่วน Bitcoin เพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนระยะยาวจากเทคโนโลยีและการยอมรับของสถาบัน
พอร์ตที่ผสมทั้งสองสินทรัพย์ในสัดส่วน อาจเหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการป้องกันเงินเฟ้อ แต่ยังต้องการโอกาสสร้างผลตอบแทนเหนือทองคำในระยะยาว การปรับสัดส่วนตามสภาพคล่องโลกและทิศทางดอกเบี้ยจึงเป็นกลยุทธ์สำคัญ เพื่อให้พอร์ตทำหน้าที่เป็น Store of Value ที่ยืดหยุ่นและเติบโตได้ในระยะยาว
Merkle Capital ผู้จัดการเงินทุนสินทรัพย์ดิจิทัลแห่งแรกในประเทศไทยภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) มีกลยุทธ์จัดการเงินทุนที่มีสัดส่วนการลงทุนในบิตคอยน์ (Bitcoin) หลายหลายกลยุทธ์ เช่น Bitcoin Alpha (M-BTCA) กลยุทธ์ระยะยาวที่ลงทุนในสินทรัพย์ที่ได้รับความเชื่อมั่น Bitcoin กลยุทธ์ Bitcoin Downside Protection (M-QBTC) กลยุทธ์ที่ใช้การบริหารจัดการเงินทุนแบบเชิงรุกโดยใช้ข้อมูลการลงทุนเชิงปริมาณเพื่อลดความเสี่ยงขาลง
Merkle Capital เปิดตัวกลยุทธ์จัดการเงินทุน Dynamic Bitcoin Gold (M-BTCGLD) ซึ่งลงทุนใน Store of Value เช่น Bitcoin และ ทองคำในรูปแบบสินทรัพย์ดิจิทัล (Tokenized Gold) โดยสินทรัพย์ที่อ้างอิงทองคำมีการ ตรึงมูลค่าไว้กับทองคำในอัตราส่วน 1:1 เพื่อลดความผันผวนของกลยุทธ์ ในขณะที่ยังสะท้อนการเคลื่อนไหวของมูลค่าจากทั้งสองสินทรัพย์ สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.merkle.capital/funds/dynamic-bitcoin-gold
หมายเหตุ
คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
ผลตอบแทนของสินทรัพย์ดิจิทัลในอดีต หรือผลการดำเนินการในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนของสินทรัพย์ดิจิทัลหรือผลการดำเนินงานในอนาคต
อ้างอิงข้อมูล :
- https://www.bloomberg.com/news/articles/2025-10-28/jpmorgan-sees-fed-reviving-2019-playbook-to-ease-market-strains
- https://cryptoslate.com/bitcoins-surge-above-100k-aligns-with-global-m2-money-supply-increase-from-90-days-ago
- https://www.jmbullion.com/investing-guide/pricing-payments/golds-price-vs-us-dollar-M1-M2-M3
- https://www.reuters.com/world/china/how-much-gold-will-be-enough-diversify-chinas-reserves-2025-09-02
คำเตือน
- การจัดการเงินทุนในกลยุทธ์ผ่านผู้จัดการเงินทุนสินทรัพย์ดิจิทัล มีความเสี่ยงจากการลงทุนซึ่งผู้ลงทุนอาจไม่ได้รับเงินลงทุนคืนเต็มจำนวน หรืออาจสูญเสียเงินทุนทั้งหมด
- บริษัทเป็นผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งไม่ได้เป็นสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันคุ้มครองเงินฝาก และการฝากเงินและสินทรัพย์ดิจิทัลไว้กับผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลไม่ใช่เงินฝากที่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันคุ้มครองเงินฝาก โดยหากเกิดความเสียหายใดๆ กับบริษัทผู้ลงทุนอาจไม่ได้รับคืนทรัพย์สินจากผู้ประกอบธุรกิจครบทั้งจำนวนในทันที
- การจัดการเงินทุนในกลยุทธ์ผ่านผู้จัดการเงินทุนสินทรัพย์ดิจิทัล ไม่ใช่การลงทุนในกองทุนรวม จึงมีความเสี่ยงจากการจัดการเงินทุนซึ่งผู้ลงทุนอาจไม่ได้รับเงินลงทุนคืนเต็มจำนวน หรืออาจสูญเสียเงินทุนทั้งหมด
- บริษัทฯ ได้รับใบอนุญาตผู้จัดการเงินทุนสินทรัพย์ดิจิทัลและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงาน ก.ล.ต.
- ตัวเลข ดัชนี หรือผลการดำเนินกิจการในอดีต เป็นเพียงข้อมูลเพื่อประกอบการพิจารณาลงทุนเท่านั้น และไม่ถือเป็นการยืนยันผลการประกอบการหรือผลกำไรในอนาคต
- ผู้ลงทุนสามารถตรวจสอบฐานะทางการเงินของบริษัทฯ ได้จาก งบการเงินและผลประกอบการของบริษัทฯ ที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ของบริษัทฯ นอกจากนี้ ควรพิจารณาข้อมูลอื่นๆ ประกอบการตัดสินใจใช้บริการด้วย เช่น คุณภาพของการให้บริการ และ การจัดการข้อร้องเรียน เป็นต้น
- บริษัทฯ มีการเก็บรักษาสินทรัพย์ดิจิทัลไว้กับผู้ให้บริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัล (third-party custodian) โดยผู้ลงทุนสามารถตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์ของบริษัทฯ
ผู้ที่สนใจสามารถศึกษาและอ่าน รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://merkle.capital/ หรือ ติดต่อ Website : http://merkle.capital Facebook : Merkle Capital Tel : 021148314 ที่ทำการ : บริษัทเมอร์เคิล แคปปิตอล จำกัด 188/73 อาคารจี โครงการดราก้อนทาวน์ ถนนจรัสเมือง แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330 (เวลา 9.00 - 17.00 น.)
สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน กางอินไซต์ผู้บริโภค ชี้ 'บ้านสะท้อนตัวตน' มาแรง รุกจัดงานใหญ่ "รับสร้างบ้านโฟกัส 2026" เสิร์ฟความต้องการมืออาชีพครบวงจร ตั้งเป้ายอดจอง 3,500 ล้านบาท
"Broadcast is no longer enough." หมดยุคที่แบรนด์จ่ายเงินมหาศาลเพื่อ Reach แต่อยู่ใน 'ใจ' ของคอมมูนิตี้ไม่ได้จริง We Are Social กาง Playbook ปี 2026 ประกาศยุคแห่ง 'Intimacy Economy' ด้วย Cultural Power Loop
CCP โชว์งบเฉพาะกิจการปี 68 กำไรสุทธิโต 29.42% ส่งสัญญาณ Q1/69 โตต่อ รับแรงหนุน Green Product
ORN แย้ม Q1/69 สัญญาณบวก ตุน Backlog 3,943 ลบ. เร่งโอนคอนโด-แนวราบ หนุนโตต่อ
PTECH โชว์งบ Q4/68 ฟื้นตัว ฐานะการเงินแกร่ง - กำไรขั้นต้นพุ่ง 202%
SAPPE ประกาศงบปี 68 ทำรายได้ 5,253 ล้านบาท กำไรสุทธิ 776 ล้านบาท พร้อมปักธงปี 69 รายได้โต 15% รับสัญญาณบวกตลาดโลกฟื้นตัว
ธนาคารกสิกรไทย จัดงานสัมมนาใหญ่แห่งปี "K WEALTH Forum 2026" ชี้โลกสู่ "เศรษฐกิจแบ่งขั้ว" พลิกเกมลงทุนเปลี่ยน แนะหมุนพอร์ตสู่ยุโรป-เอเชีย-โครงสร้างพื้นฐาน AI รับ The Great Repricing
ย้อนโมเมนต์สุดว้าวของ "จอมือถือ" ซัมซุง พร้อมเตรียมว้าวต่อในปี 2026 กับ "มือถือจอใหม่ที่โลกไม่เคยมี"