บมจ.ผลธัญญะ (PHOL) ประกาศงบไตรมาส 3/68 แข็งแกร่ง กวาดรายได้ 261.44 ล้านบาท บุ๊คกำไรโตแตะ 19.44 ล้านบาท แม้รายได้รวมทรงตัว แต่สามารถยกระดับอัตรากำไรขั้นต้นพุ่งถึง 29.97% หนุนกำไรจากการดำเนินงานโต 17.71% ขณะที่รายได้หลักกลุ่ม SAFETY เติบโตดีต่อเนื่อง และกลุ่มสินค้าทางการแพทย์และสุขภาพยังเติบโตเด่นจากช่องทางออนไลน์ ด้านผู้บริหารเดินหน้าต่อยอดขยายพอร์ตสินค้าเพิ่มฐานลูกค้าอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพเติบโตและยกระดับช่องทางจำหน่ายขยายตลาดคอนซูมเมอร์ สะท้อนโมเมนตัมธุรกิจที่ยังแข็งแรงและมีแนวโน้มเติบโตระยะยาว
นายธันยา หวังธำรง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ผลธัญญะ จำกัด (มหาชน) หรือ PHOL ผู้ประกอบธุรกิจสินค้าและบริการเพื่อความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมครบวงจร รายใหญ่ของประเทศไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมผลประกอบการไตรมาส 3/2568 มีรายได้จากการขายและบริการรวม 261.44 ล้านบาท แม้ลดลงเล็กน้อย 1.53% จากงวดเดียวกันของปีก่อน แต่บริษัทสามารถเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นเป็น 29.97% จาก 23.70% หรือเพิ่มขึ้นกว่า 24.55% แรงหนุนจากการขายสินค้าใหม่และสินค้าที่มีอัตรากำไรสูง อีกทั้งได้รับอานิสงส์เงินบาทแข็งค่าช่วยลดต้นทุนสินค้า ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 17.71% อยู่ที่ 23.93 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิที่ 19.44 ล้านบาท อัตรากำไรสุทธิ 7.41% ซึ่งเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อน เนื่องจากในปีก่อนมีเรื่องการรับรู้ผลขาดทุนในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลจากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัทย่อย จึงมีค่าใช้จ่ายภาษีที่ต่ำกว่าอัตราปกติ
โดยกลุ่มสินค้าและบริการด้านความปลอดภัย อาชีวอามัย และสภาพแวดล้อม หรือ SAFETY ยังคงเป็นรายได้หลักกว่า 75% ของพอร์ต เติบโตต่อเนื่องจากยอดขายอุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล (PPE) โดยเฉพาะกลุ่มรองเท้าเซฟตี้ ที่มีการออกสินค้ารุ่นใหม่ทั้งที่แบรนด์บริษัท "ROCC" และกลุ่ม Premium Brands เช่น Skechers Work และ Puma Safety เป็นต้น ซึ่งได้รับการตอบรับดีจากทั้งภาคอุตสาหกรรมและผู้บริโภคทั่วไป ขณะที่กลุ่มสินค้า Medical & Healthcare หรือ สินค้าทางการแพทย์และสุขภาพ แม้ยอดขายภาครัฐชะลอตัว แต่ยอดขายออนไลน์ยังขยายตัวโดดเด่น ซึ่งบริษัทได้มีการพัฒนาช่องทางการขายออนไลน์ต่อเนื่องทั้งที่เป็นเว็บไซต์ขายสินค้าของบริษัทเองรวมถึงช่องทางมาร์เก็ตเพลส ต่างๆ ทั้งนี้ PHOL เดินหน้าต่อยอดกลยุทธ์การพัฒนาสินค้าและบริการอย่างต่อเนื่อง การเพิ่มสินค้าใหม่ครอบคลุมสินค้าเพื่อความปลอดภัยและสุขภาพ รวมถึงการพัฒนาช่องทางขาย ที่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าทั้งในภาคอุตสาหกรรมและตลาดคอนซูมเมอร์
สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2568 บริษัทมีรายได้รวม 755.40 ล้านบาท ใกล้เคียงปีก่อน แต่อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 27.93% จากอัตราฯ 25.36% ในปีก่อน และมีกำไรจากการดำเนินงานพุ่ง 22% แตะ 65.57 ล้านบาท สะท้อนถึงการปรับพอร์ตสินค้าและบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ แม้เผชิญภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย โดยโครงสร้างรายได้ในงวด 9 เดือนปี 2568 การเติบโตสำคัญมาจากสินค้าหลักในกลุ่มสินค้าและบริการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน (SAFETY) มีสัดส่วน 75.33% เติบโตจากปีก่อนราว 2.24% ตามด้วย สินค้าทางการแพทย์และสุขภาพ 4.90% เติบโตจากปีก่อนราว 32.24% อย่างไรก็ตาม ในกลุ่มสินค้าด้านการควบคุมสภาพแวดล้อม (CE) มีสัดส่วน 16.37% ปรับตัวลดลงตามลูกค้าหลักในอุตสาหกรรมอิเล็คทรอนิกส์ที่ยังชะลอตัว ด้านกลุ่มสินค้าและบริการด้านระบบบำบัดน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภค (WATER) มีสัดส่วน 3.87% รายได้ปรับตัวลดลงตามภาวะเศรษฐกิจและการชะลอโครงการลงทุนของลูกค้าบางส่วน
'อิ่มคุ้มฟิน เปิดโหมดพร้อมกิน' กับกรุงศรีคอนซูมเมอร์ รับเครดิตเงินคืนรวมสูงสุด 23%
กรุงศรี คอนซูมเมอร์ จับมือพันธมิตรแบรนด์ชั้นนำเปิดตัว "สแกนผ่อน ไม่ต้องพกบัตร"
วางจำหน่ายแล้ว! HUAWEI MatePad Pro Max แท็บเล็ตขนาด 13 นิ้วบางที่สุดในโลก 4.7 มม. ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมของพีซีด้วย AI เริ่มต้น 42,990 บาท ของแถมสูงสุด 38,555 บาท
HUAWEI WATCH FIT 5 Series ฉลองความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ จุดเทรนด์ฟิตครองใจ Gen Z ทั่วประเทศ ขึ้นแท่นสมาร์ทวอทช์คู่ใจคนรุ่นใหม่ตัวจริง
ช้อปคุ้มบน Shopee! เปิดตัว HUAWEI MatePad Pro Max แท็บเล็ตบางที่สุดในโลก แจกโค้ดลดเพิ่ม 3,000.- พร้อมของแถมจัดเต็มรวมสูงสุด 25,615 บาท
หัวเว่ย ประกาศพร้อมเปิดใช้งานฟีเจอร์ "ประเมินความเสี่ยงภาวะน้ำตาลในเลือดสูง" บน HUAWEI WATCH FIT 5 Pro และ HUAWEI WATCH GT 6 Pro
เตรียมพบปรากฏการณ์เหนือระดับ! HUAWEI MatePad Pro Max แท็บเล็ตหน้าจอ 13.2 นิ้วที่บางที่สุดในโลก
วางจำหน่ายแล้วในไทย! HUAWEI WATCH KIDS X1 Series สมาร์ทวอทช์เด็กสุดล้ำ ดีไซน์ถอดแยก-หมุนได้ 360? เพื่ออิสระและการเรียนรู้ที่ปลอดภัยของลูกรัก ในราคาเริ่มต้นเพียง 6,990 บาท