สตาร์ลักซ์ แอร์ไลน์ส (STARLUX Airlines) สายการบินจากไต้หวัน ได้รับมอบเครื่องบินแอร์บัส A350-1000 ลำแรก จากจำนวนทั้งหมด 18 ลำ ส่งผลให้ STARLUX ก้าวขึ้นเป็นสายการบินลำดับที่ 11 ของโลกที่นำเครื่องบินรุ่นใหญ่ที่สุดในตระกูล เอ350 (A350) เข้าประจำการ โดยเครื่องบิน เอ350-1000 (A350-1000) ลำใหม่นี้จะเข้าประจำการร่วมกับฝูงบิน เอ350-900 (A350-900) จำนวน 10 ลำที่มีอยู่ในปัจจุบัน เพื่อให้บริการเที่ยวบินระยะไกลระดับพรีเมียมจากไทเปสู่ยุโรป และทวีปอเมริกาเหนือ รวมถึงเส้นทางที่คัดเลือกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
เพื่อเฉลิมฉลองการเข้าประจำการของสมาชิกใหม่ล่าสุดในฝูงบิน STARLUX ได้เปิดตัวลวดลายตัวถังเครื่องบินโฉมใหม่ที่โดดเด่น สะท้อนทั้งนวัตกรรมและอัตลักษณ์ของสายการบิน โดยการออกแบบผสานเอกลักษณ์ด้านภาพลักษณ์ของ STARLUX เข้ากับลวดลายคาร์บอนไฟเบอร์ ซึ่งสื่อถึงวัสดุคอมโพสิตขั้นสูงที่เป็นหัวใจสำคัญของโครงสร้างเครื่องบิน นอกจากนี้ ตัวเลข "1000" ที่ปรากฏอย่างเด่นชัดบนลำตัวเครื่อง ยังเน้นย้ำสถานะของ A350-1000 ในฐานะเครื่องบินแอร์บัสรุ่นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่อยู่ระหว่างการผลิต และทำหน้าที่เป็นเครื่องบินหลักรุ่นใหม่ของสายการบิน
ปัจจุบัน STARLUX ให้บริการด้วยฝูงบินแอร์บัสทั้งหมด ประกอบด้วยเครื่องบินรุ่น เอ321นีโอ (A321neo) เอ330-900 (A330-900) และ A350-900 โดยเครื่องบิน A350-1000 ลำใหม่นี้จะเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งและเติมเต็มฝูงบินที่มีอยู่ได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ สายการบินยังได้สั่งซื้อเครื่องบินขนส่งสินค้า เอ350เอฟ (A350F) จำนวน 10 ลำ เพื่อรองรับการพัฒนาเครือข่ายการขนส่งสินค้าในอนาคต
A350 เป็นเครื่องบินลำตัวกว้างที่ทันสมัยที่สุดในโลก และได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับการเดินทางระหว่างทวีป ด้วยการออกแบบใหม่ทั้งหมดที่ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยและอากาศพลศาสตร์ขั้นสูง มอบประสิทธิภาพในการปฏิบัติการและความสะดวกสบายของผู้โดยสารในระดับที่โดดเด่น เครื่องยนต์เจเนอเรชันใหม่ควบคู่กับการใช้วัสดุน้ำหนักเบา ช่วยลดการใช้เชื้อเพลิง ต้นทุนการดำเนินงาน และการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ได้ถึง 25 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับเครื่องบินคู่แข่งในรุ่นก่อนหน้า นอกจากนี้ A350 ยังมาพร้อมห้องโดยสาร Airspace ที่กว้างขวาง ให้ความรู้สึกโปร่งสบาย ด้วยที่นั่งขนาดกว้าง เพดานสูง และระบบแสงไฟที่ออกแบบมาเพื่อสร้างบรรยากาศการเดินทางที่ผ่อนคลาย
เช่นเดียวกับเครื่องบินแอร์บัสทุกรุ่น เครื่องบิน A350 สามารถปฏิบัติการบินด้วยเชื้อเพลิงการบินแบบยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) ในสัดส่วนผสมได้สูงสุดถึง 50 เปอร์เซ็นต์ และแอร์บัสตั้งเป้าให้เครื่องบินของบริษัทสามารถรองรับการใช้ SAF ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ภายในปี พ.ศ. 2573
ณ สิ้นเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2568 เครื่องบินตระกูล A350 มียอดคำสั่งซื้อสะสมเกือบ 1,500 ลำ จากลูกค้า 66 รายทั่วโลก
CALC เพิ่มคำสั่งซื้อเครื่องบินแอร์บัสตระกูล A320neo อีก 30 ลำ
เอมิเรตส์ยกระดับประสบการณ์การบินเส้นทางกรุงเทพฯ เปิดตัวห้องโดยสาร Premium Economy บน A380 โฉมใหม่ล่าสุด
Malaysia Aviation Group ขยายฝูงบินด้วยการสั่งซื้อ A330neo เพิ่มเติมอีก 20 ลำ
สายการบินสตาร์ลักซ์สั่งซื้อเครื่องบินแอร์บัส A350-1000 เพิ่มเติมอีก 10 ลำ
เวียตเจ็ทเดินหน้าขยายธุรกิจระดับโลก เซ็นสัญญาซื้อเครื่องบิน-เครื่องยนต์ล็อตใหญ่จากแอร์บัสและโรลส์-รอยซ์
เวียตเจ็ทเสริมฝูงบิน เดินหน้ารุกตลาดญี่ปุ่น ขยายเส้นทางระหว่างประเทศ หนุนแผนเติบโตปี 2568
ลุฟท์ฮันซ่าขยายการให้บริการเครื่องบิน A380 ในเส้นทางกรุงเทพฯ
สายการบินเจแปนแอร์ไลน์ ลงนามใช้ Virtual Procedure Trainer ?สำหรับเครื่องบิน A350